รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

หิ่งห้อยหลายหมื่นตัวส่องแสงกลางทุ่งนาที่พิจิตร



          ชาวบ้านตะลึงแห่ชมหึ่งห้อยหลายหมื่นตัว ส่องแสงเรืองรองกลางทุ่งนาร้าง ทั้งที่ไม่มีต้นลำภู และพบหิ่งห้อยเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากพบเมื่อปีที่ผ่านมากว่าแสนตัว คาดเพิ่มขึ้นเรื่อยจนกว่าจะถึงเดือนธันวาคม

          ที่จังหวัดพิจิตร ปรากฏการณ์หิ้งห้อยจำนวนมากหลายหมื่นตัวรวมตัวกันที่ทุ่งนาร้างในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านโฉง ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา มีชาวบ้านจำนวนมาก พากันเดินทางไปชมหิ่งห้อย ที่บริเวณหลังบ้านของ นายนิกร วงษ์โพธิ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่ 2 บ้านโฉง ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ซึ่งเปิดเป็นอู่ซ่อมรถ และด้านหลังบ้านเป็นทุ่งนาร้างที่ถูกน้ำท่วมขัง และมีต้นข้าวขึ้นอยู่ประปราย โดยบริเวณทุ่งนากว้างประมาณ 13 ไร่ ได้มีหิ่งห้อยหลายหมื่นตัว บินวนส่งแสงระยิบระยับ อยู่เหนือต้นข้าว ทั่วบริเวณ เมื่อบวกกับความมืดทำให้มองคล้ายดวงดาวที่กำลังส่งแสงระยิบระยับ ไปทั่วท้องทุ่งนา ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามสำหรับผู้ที่เดินทางมาชม



          นายสมคิด  ทองละมูล อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 กล่าวว่า พื้นที่เป็นพื้นที่ของญาติที่ตนเองเช่าเพื่อทำนา ช่วงนี้เป็นช่วงที่หยุดทำนาเนื่องจากเกรงว่าน้ำจะไม่พอ ทำให้นามีพื้นที่รกร้าง มีน้ำขังและมีหญ้าระมานเกิดขึ้น เมื่อกลางเดือนตุลาคมเริ่มมีหิ่งห้อยในแปลงนาแต่ยังไม่มากนัก และเริ่มเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนมีหลายหมื่นตัวในช่วงนี้ ในแต่ละคืนหิ่งห้อยจะออกมารวมตัวกันจำนวนมากโดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ไปจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. และจากการรวมตัวกันจำนวนมากทำให้มีความสวยงามจากแสงระยิบระยับของดวงไฟในตัวหิ่งห้อยสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น

          สำหรับการพบหิ่งห้อยในพื้นที่จังหวัดพิจิตรเริ่มพบจำนวนมากเมื่อปี 2557 ที่บริเวณดังกล่าวจะมีหิ่งห้อยมารวมตัวกันจำนวนมากกว่าแสนตัว ระยะเวลาหิ่งห้อยจะอยู่ประมาณ 2-3 เดือน โดยจะเริ่มเห็นจำนวนมากตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนธันวาคม โดยปีที่ผ่านมาในแต่ละคืนจะมีประชาชนที่สนใจทั้งในจังหวัดพิจิตร และจากทั่วประเทศมาเที่ยวชมเฉลี่ยวันล่ะ 400-500 คน

          ส่วนจุดบริเวณที่ชมหิ่งห้อยได้อย่างใกล้ชิดและสวยงามจะเป็นบริเวณบ้านของนายนิกร ซึ่งเปิดเป็นอู่ซ่อมรถ อยู่บริเวณด้านหลังที่ทำการเทศบาลตำบลดงป่าคำ  ซึ่งเจ้าของบ้านบอกว่า ประชาชนที่สนใจที่จะชมหิ้งห้อยสามารถที่จะเข้ามาชมในบริเวณบ้านของตนได้ วิธีการชมขอให้ความร่วมมือขอให้ชมด้วยความเรียบร้อย อย่าส่งเสียงดัง  ต้องดับไฟทุกดวงให้มืด จึงจะเห็นแสงของหิ่งห้อย ถ้าเปิดไฟดวงใดดวงหนึ่งก็จะไม่เห็น เนื่องจากแสงไฟที่เปิดจะสว่างกว่าแสงของหิ่งห้อย  แต่การถ่ายภาพนั้นจะมองไม่ค่อยเห็นต้องใช้กล้องคุณภาพสูง  และจากการพบหิ่งห้อยจำนวนมากสร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนที่พบเห็นเพราะที่ผ่านมาการชมหิ่งห้อยต้องเดินทางไปดูถึงอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม


          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การถ่ายภาพเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกล้องทั่วไปไม่สามารถมองเห็นภาพของแสงหิ่งห้อย เหมือนตาของมนุษย์เห็น ต้องใช้กล้องที่มีความสามารถสูงจึงจะมองเห็น โดยได้ทดลองจับหิ่งห้อยมาขังไว้ในแก้วใส เพื่อถ่ายภาพขนาดลำตัว พบว่าขนาดลำตัวใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อปิดไฟ มันจะส่งแสงออกมาที่ด้านท้อง แต่เพื่อเปิดไฟแสงจะหายไป และเมื่อถ่ายภาพเสร็จได้ปล่อยให้หิ่งห้อยกลับเข้าฝูงไปเหมือนเดิม


          ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุว่า หิ่งห้อย หรือ ทิ้งถ่วง เป็นแมลงปีกแข็งในวงศ์ Lampyridae ในอันดับ Coleoptera ทั่วทั้งโลกมีหิ่งห้อยประมาณ 2,000 ชนิด คำว่า “หิ่งห้อย” นี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้สั้นๆ ว่า แมลงชนิดหนึ่ง มีแสงเรืองๆ ที่ก้น

          ทิ้งถ่วงตัวเต็มวัยเพศผู้มีปีก ส่วนเพศเมียมีทั้งมีปีกและไม่มีปีก ทิ้งถ่วงมีอวัยวะทำแสงอยู่บริเวณส่วนท้องด้านล่าง เพศผู้มีอวัยวะทำแสง 2 ปล้อง เพศเมียมี 1 ปล้อง แต่บางชนิดตัวเต็มวัยเพศเมียมีรูปร่างลักษณะคล้ายหนอน มีอวัยวะทำแสงด้านข้างของลำตัว เกือบทุกปล้องแสงของทิ้งถ่วงเกิดจากปฏิกิริยาของสารลูซิเฟอริน (Luciferin) ที่อยู่ในอวัยวะทำแสงกับออกซิเจน มีเอนไซม์ลูซิเฟอเรส (Luciferase) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา และมีสารอดีโนซีนไตรฟอสเฟต (Adenosine Triphosphate,ATP) เป็นตัวให้พลังงานทำให้เกิดแสง ทิ้งถ่วงกะพริบแสงเพื่อการผสมพันธุ์และสื่อสารซึ่งกันและกัน

          หิ่งห้อย นับว่าเป็นแมลงที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือสามารถบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์และสมดุลของธรรมชาติได้ โดยเฉพาะมีคุณสมบัติที่สามารถใช้เป็น “ตัวห้ำ” ในการควบคุมศัตรูพืชตามหลักการทางชีวภาพ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การเกษตรกรรม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตหลักของคนไทย

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

พื้นที่ลุ่ม กักเก็บน้ำเป็นน้ำต้นทุนทำนาช่วงแล้ง


          เกษตรกรชาวนาปิดประตูระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ กักเก็บน้ำไว้ในพื้นที่นาข้าว เพื่อใช้เป็นน้ำต้นทุนในการทำนา ในช่วงหน้าแล้ง

          ประตูระบายน้ำ คลองสินเธาว์ ที่เชื่อมทุ่งนาในพื้นที่ตำบลบางไผ่ อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร  กับแม่น้ำน่านยังคงถูกปิดสนิทเพื่อเก็บกักน้ำหลังมีฝนตกในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ทำให้บริเวณทุ่งนาว่างเปล่า เต็มไปด้วยน้ำ ประชาชนรวมถึงเกษตรกรใช้วิธีเก็บกักน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำในนาข้าวที่มีพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ เพื่อใช้เป็นน้ำต้นทุนในการทำการเกษตรที่จะเริ่มในช่วงต้นเดือนธันวาคม

          สำหรับการเก็บกักน้ำในพื้นที่ทุ่งนาที่เก็บเกี่ยวแล้วเป็นวิธีที่เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำน่าน จังหวัดพิจิตรใช้กัน เนื่องจากสามารถลดผลกระทบในช่วงฤดูน้ำหลากที่พื้นที่ลุ่มจะกลายเป็นแก้มลิงธรรมชาติและยังเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตรที่จะเริ่มในช่วงต้นเดือนธันวาคมจนถึงช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งเป็นการหารายได้อีกทางหนึ่งจากการทำประมงพื้นบ้านที่ประชาชนจะออกจับปลาน้ำจืดเป็นอาหารเพื่อเก็บไว้รับประทานและจำหน่ายสร้างรายได้อีกด้วย



ชาวนาฉีดยาป้องกันโรคข้าว จากสภาพอากาศที่เริ่มเย็นลง


          ชาวนาพิจิตรต้องฉีดยาป้องกันโรคเชื้อราน้ำค้าง หลังจากอากาศเปลี่ยนแปลงจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว

          ชาวนาเขตอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ต้องนำอุปกรณ์ฉีดยา ทำการฉีดสารเคมีให้กับข้าวที่กำลังทำการเพาะปลูกเพื่อป้องกันโรคข้าว ซึ่งขณะนี้ที่เป็นช่วงอากาศเย็นลงอากาศเปลี่ยนจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว  ส่งผลทำให้พืชผลทางการเกษตรติดต่อการเกิดโรคในต้นข้าวได้ง่าย ในช่วงเช้าจะมีหมอกและน้ำค้าง โดยชาวนาต้องเร่งทำการฉีดพ่นยาสารเคมีป้องกันความเสียหายของต้นข้าว เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราน้ำค้าง และโรคใบไหม้ ในระยะนี้

          กรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งเตือนสภาพอากาศ เนื่องจากอุณหภูมิจะมีการเปลี่ยนแปลง มีอุณหภูมิลดลงในช่วงเช้าพร้อมฝากเตือนเกษตรกรควรดูแลตนเอง รวมทั้งปรับปรุงดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อป้องกันอากาศที่จะหนาวเย็นลง  สภาพอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกรควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราในพืชผักเช่น โรคราน้ำค้างและราสนิม ที่จะเกิดจากพืชผลทางการเกษตรด้วย


ภัยแล้ง ส่งผลกระทบดอกบัวในช่วงออกพรรษาผลผลิตน้อย


          สถานการณ์ที่แล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ส่งผลกระทบต่อพื้นที่แหล่งดอกบัว นาบัวในพื้นที่เขตรอบบึงสีไฟ ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมืองพิจิตร ประชาชนที่มีอาชีพทำนาบัว เพื่อจำหน่ายฝักบัวและดอกบัว ที่ใช้ในงานพิธีทางพระพุทธศาสนา ช่วงเทศกาลออกพรรษาในปี้นี้ดอกบัวผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยมาก จึงทำให้เกษตรกรที่เคยมีรายได้จากการเก็บดอกบัวจำหน่าย ในช่วงออกพรรษาที่เคยมีรายได้กว่า ประมาณ 1,000 บาท ลดลงจากเดิม เหลือเพียง 500 บาท 

          สำหรับนาบัวที่เสียหายจากสถานการณ์ภัยแล้งส่งผลกระทบต่อจำนวนของฝักบัวที่เกษตรกรเคยเก็บขายสร้างรายได้ และยังส่งกระทบดอกบัวที่ไว้สำหรับบูชาพระลดลง



วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ผู้ปกครองนำเด็กเล็ก รอบเหมืองทอง ตรวจเลือด


          ผู้ปกครองนำเด็กซึ่งอาศัยอยู่รอบเหมืองทองเข้ารับการตรวจเลือดจำนวนมาก  หลังครั้งที่ผ่านมาพบเด็กร้อยละ 70 มีสารโลหะหนักในร่างกายสูง หวั่นกระทบคุณภาพชีวิตในอนาคต

          ที่วัดดงหลง ตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ปกครองทั้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ นำเด็กเข้ารับการตรวจเลือดและปัสสาวะ ซึ่งคณะนักวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมร่วมกับ DSI และ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งหน่วยราชการในพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ลงพื้นที่เจาะเลือดและตรวจปัสสาวะประชาชนที่เคยพบว่ามีความผิดปกติและมีสารโลหะหนักในร่างกายเกินค่ามาตรฐาน ประชาชนที่อยู่ในสภาวะเสี่ยง และเด็กที่มี DNA ผิดปกติ รวมถึงเด็กที่ต้องการตรวจใหม่ โดยบรรยากาศทั่วไปมีประชาชนที่อยู่รอบเหมืองเดินทางมาเข้ารับการตรวจในวันแรกมากว่า 250 คน เป็นเด็กจำนวน 50 คน ซึ่งเป็นปริมาณที่เกินกว่าที่กำหนดไว้ว่าคาดว่าจะตรวจไม่เกิน 200 คน

          นางมาลี  สุวรรณ์  อายุ 32 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาตรวจโดยตรวจตนเองและครอบครัว รวมไปถึงลูกชายอายุ 2 ขวบ 6 เดือน ที่พบว่ามีแมงกานีสสูงในร่างกาย ที่ผ่านมาสงสัยว่าสารโลหะหนักเกิดขึ้นจากอะไรเพราะตนเองและครอบครัวซึ่งอาศัยอยู่ห่างจากเหมืองทองคำเพียง 300 เมตร พบสารโลหะหนักทั้งหมด


          ดร.สมิธ ตุงคะสมิต อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การลงพื้นที่ของคณะทำงานเป็นไปตามนโยบาย 5 ฝ่ายที่ตั้งขึ้นเพื่อร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  โดยลงพื้นที่ตรวจซ้ำหลังจากครั้งที่ผ่านมามีการดำเนินการตรวจไปแล้ว 800 ตัวอย่าง ซึ่งพบว่าส่วนมากมีสารโลหะหนัก เช่น แมงกานีสและสารหนูสูงกว่ามาตรฐานกำหนด  สิ่งที่คณะทำงานเป็นห่วงคือการพบสารโลหะหนักในเด็ก เพราะครั้งที่ผ่านมาเราตรวจพบมีเด็กมีสารโลหะหนักในร่างกายจำนวนมากโดยจาก 100 ตัวอย่าง พบ 70 ราย ที่มีสารโลหะหนักเกินกว่ามาตรฐานกำหนด  การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจซ้ำเพื่อเป็นข้อมูลให้กับคณะกรรมการ 5 ฝ่ายนำไปใช้ในการแก้ปัญหา โดยเราจะนำเลือดและปัสสาวะส่งพิสูจน์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อเป็นการยืนยันข้อมูลว่าถูกต้องเที่ยงตรง  โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือนก็จะทราบผล

          ดร.สมิธ กล่าวอีกว่า การพบสารโลหะหนักทั้งแมงกานีสและสารหนู หากมีปริมาณมากในเด็ก ก็จะส่งผลกระทบโดยเฉพาะระยะยาว ที่ร่างกายของเด็กจะไม่สมบูรณ์ มีโอกาสที่จะเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงโรคมะเร็งสูง อีกทั้งกระทบกับการเจริญพันธุ์ในระยาว ซึ่งหากมีการสะสมเพิ่มขึ้นเกินกว่ามาตรฐานก็จะยิ่งส่งผลกับเด็กๆรุนแรงและเร็วขึ้น

          สำหรับการลงพื้นที่เพื่อเจาะเลือดประชาชนในพื้นที่รอบเหมืองทองเป็นไปตามมาตรการการแก้ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองทองคำ ของบริษัท อัครารีซอสเซส จำกัด (มหาชน) ที่ประชาชนสงสัยว่าเป็นต้นเหตุของการเกิดปัญหา โดยเฉพาะต่อสุขภาพประชาชน ที่มีการตรวจพบสารโลหะหนัก เช่น สารหนู แมงกานีส จนเป็นที่มาของการคลี่คลายปัญหาโดยการเจาะเลือด และตรวจปัสสาวะประชาชน โดยทำการตรวจระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนไม่ตกว่า 600 ราย เข้ารับการตรวจในครั้งนี้

ผู้ว่าฯ พิจิตร ช่วยเหลือบ้านไม้ไฟไหม้ 2 หลัง


          ผู้ว่าฯพิจิตร พร้อมหน่วยงานจากหลายภาคส่วน ลงพื้นที่ อ.วชิรบารมี เพื่อมอบความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ถูกเพลิงไหม้บ้านวอดเสียหายทั้งหลัง จำนวน 2 หลัง

          เมื่อกลางดึก ของคืนวันที่ 17 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ บ้านไม้ทั้ง 2 หลังปลูกอยู่ติดกันจึงทำให้ไฟลุกลามไหม้วอดทั้งหลัง   เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้งจาก สนง.ปภ.พิจิตร อบต.บ้านนา อบต.หลองหลุม และเทศบาลตำบลสามง่าม จังหวัดพิจิตร ได้ช่วยกันระดมดับเพลิง แต่เนื่องจากบ้านเป็นบ้านไม้ และทางเข้าที่เกิดเหตุ คับแคบ รถดับเพลิงเข้าไปด้วยความยากลำบาก จึงทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และใช้เวลาควบคุมเพลิง นานกว่า 2 ชั่วโมง

          โดยเพลิงได้ลุกไหม้บริเวณบันไดบ้าน ก่อนที่จะลุกลามเผาไหม้ บ้านเลขที่ 100/1 หมู่ที่ 2 ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ซึ่งเป็นบ้านของนางเยื้อน สังข์ทอง และบ้านเลขที่ 100/4 บ้านของนางจิตติมา  มีปราง ซึ่งปลูกอยู่ติดกันได้ถูกเพลิงไหม้วอดเสียหายทั้ง 2 หลัง มีทั้งทองรูปพรรณ น้ำหนัก 4 บาท อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการและบ้านที่เป็นไม้ทั้งหลังรวมเป็นมูลค่ากว่า 340,000 บาท



          ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2558 นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยหน่วยงานจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย คณะสงฆ์จังหวัดพิจิตร เหล่ากาชาดจังหวัดพิจิตร กองกำลังรักษาความสงบ มณฑลทหารบกที่ 36 สนง.ปภ.พิจิตร สนง.พัฒนาสังคมฯ  ศูนย์ช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่ง อบต.บ้านนาและอีกหลายภาคส่วนในพื้นที่ ได้มอบเงิน พร้อมชุดธารน้ำใจจากกาชาดพร้อมความช่วยเหลือจากหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆข้างต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ให้กำลังใจผู้ประสบเหตุ พร้อมมอบเงินส่วนตัว และรับปากจะสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความเยียวยา ช่วยเหลือ ตามระเบียบราชการอย่างเร่งด่วน ต่อไป





วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ข้าวเม่าพอก "เงินล้าน" กับ ประเพณีแข่งเรือยาว


                การแข่งขันเรือยาว ถือว่าเป็นกีฬายอดนิยมของจังหวัดพิจิตร ซึ่งมีสนามมาตรฐานในการแข่งขันกว่า 50 สนาม นอกจากความสนุกสนานของการแข่งขันเรือยาวแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คู่กับงาน อาหารอร่อยประจำถิ่นของแต่ละแห่ง เช่นที่วัดหาดมูลกระบือ ตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ขนมขึ้นชื่อ คือ "ข้าวเม่าพอก" ขนมไทยแสนอร่อย ที่ทุกคนมาเยือนต้องแวะชิมรส


                ชาวบ้านจาก 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลไผ่ขวางและตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  ต่างร่วมแรงร่วมใจผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่ในการทำ"ข้าวเม่าพอก"ขนมไทยรสชาติอร่อยขึ้นชื่อของวัดหาดมูลกระบือ เพื่อนำออกจำหน่ายให้กับประชาชนที่มาเที่ยวชมงานประเพณีแข่งขันเรือยาวในสนามต่างๆของจังหวัดพิจิตร ราคาจำหน่าย แพละ 25 บาท เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวชมแข่งเรือเพื่อบริโภคและยังเป็นของฝาก แต่ละปีจะสร้างรายได้ให้กับวัดเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท



                ประวัติความเป็นมาของข้าวเม่าพอกวัดหาดมูลกระบือ เริ่มต้นเมื่อปีพุทธศักราช 2503 ประชาชนในพื้นที่จะนำข่าวเม่าพอกมาถวายวัดซึ่งจะมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูการแข่งขันเรือยาวประเพณี ต่อมา "คุณยายเพรา นครพุ่ม"แม่ค้าขายขนมข้าวเม่าพอกที่หน้าวัดหาดมูลกระบือ ได้ริเริ่มการทอดเพื่อจำหน่าย นำรายได้มอบให้กับวัด เนื่องจากเห็นว่าประชาชนที่มางานต้องการที่จะลิ้มรสข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบือ "พระครูพิเชษฐธรรมคุณ" อดีตเจ้าอาวาส จึงได้รวมกลุ่มชาวบ้าน 30-100 คน ทำข้าวเม่าพอกจำหน่าย เพื่อนำเงินที่ได้มาร่วมจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวซึ่งจะต้องใช้ทุนเป็นจำนวนมาก งานประเพณีแข่งขันเรือยาววัดหาดมูลกระบือจะจัดช่วงกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี และใช้ในการบูรณศาสนสถานของวัด ตั้งแต่นั้นมา จึงเกิดเป็นประเพณีก่อนวันงานใหญ่ ชาวบ้านจะมาช่วยกันทำข้าวเม่าพอกที่วัดและจำหน่ายในงานแข่งขันเรือยาวของวัดหาดมูลกระบือเองและวัดต่างๆกว่า 10 วัด ที่มีการจัดการแข่งขันเรือยาว ทั้งในเขตจังหวัดพิจิตรและจังหวัดพิษณุโลก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับวัด โดยปีที่ผ่านมามีรายได้เข้าวัดกว่า 1,00,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)

                นางปาน เปียพัฒน์  อายุ 80 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลไผ่ขวาง ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่บุกเบิกการทำข้าวเม่าพอก กล่าวว่า ตนเองร่วมกับเพื่อนบ้านมาช่วยกันทำขนมข้าวเม่าพอกเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 12 ปี การมาช่วยกันทำขนมข้าวเม่าพอกเป็นการรวมใจกันของชาวบ้านเพื่อทำบุญหารายได้เข้าวัด ในแต่ละปีจะจำหน่ายทั้งที่วัดหาดมูลกระบือเองและวัดต่างๆที่มีการจัดการแข่งขันเรือยาวประมาณ 10 วัด ก็จะมีรายได้เข้าวัดกว่า 1 ล้านบาท  สำหรับวัตถุดิบที่ใช้ก็จะมีทั้งการบริจาคจากชาวบ้านและวัตถุดิบที่วัดต้องจัดซื้อ  เหตุผลที่ข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบืออร่อย น่าจะมาจากความสด ถึงเครื่อง แต่ละปีเราต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมาก เช่น มะพร้าวต้องใช้ประมาณ 16,000 ลูก กล้วยไข่ ประมาณ 20,000 หวี

                สำหรับการทำขนมข้าวเม่าพอกเพื่อจำหน่ายในงานแข่งขันเรือยาวเป็นสิ่งที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตเจ้าอาวาสรูปเดิม "พระครูพิเชษฐธรรมคุณ" ซึ่งมรณภาพไปเมื่อสามปีที่ผ่านมาปัจจุบันคณะศิษย์ได้เก็บสังขารไว้ในโลงแก้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกที่สังขารไม่เน่าไม่เปื่อย ผิวพรรณยังคงมีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ปกติทั่วไปไม่แห้งหรือยุบ เส้นผม ขนตา เล็บ ยังคงอยู่ครบ เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

                 และนี่คือ "ข้าวเม่าพอก" ขนมไทยที่นอกจากจะสร้างความอิ่มอร่อยให้กับผู้ที่ลิ้มรสแล้ว ยังสร้างบุญให้กับผู้บริโภค เนื่องจากรายได้นำไปใช้ในการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานและการบูรณะศาสนสถานของวัด จึงนับได้ว่าเป็นขนมที่แฝงไว้ด้วยประโยชน์ ทั้งความสามัคคีจากความร่วมมือของชาวบ้าน การสืบสานประเพณีแข่งขันเรือยาว  การร่วมทำนุบำรุงพระศาสนา การรักษาวัฒนธรรมการทำขนมไทย และความอิ่มอร่อยของผู้รับประทาน และผู้ที่ได้รับเป็นของฝาก "อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งบุญ"

แม่น้ำยมเพิ่มขึ้น จากน้ำฝนที่ตกลงมาในระยะนี้



          ปริมาณน้ำสะสมที่เกิดจากฝนตกในพื้นที่ทุ่งนาไหลลงสู่แม่น้ำยม ส่งผลให้แม่น้ำยมที่แห้งยาวนานกว่า 8 เดือน เริ่มกลับมามีน้ำอีกครั้ง หวั่นแห้งซ้ำ เนื่องจากไม่มีระบบเก็บกักน้ำขนาดใหญ่

          ปริมาณน้ำจากทุ่งต่างๆตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเกิดจากการสะสมของฝนที่ตกในพื้นที่ใกล้เคียงแม่น้ำยม ได้ไหลลงสู่แม่น้ำยม ส่งผลให้แม่น้ำยมที่ไหลผ่าน 4 อำเภอของจังหวัดพิจิตร คือ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล กลับมามีน้ำอีกครั้ง น้ำมีลักษณะสีแดงขุ่น ได้พัดเอากิ่งไม้และท่อนไม้ไหลลงมาสู่แม่น้ำจำนวนมาก ทำให้แม่น้ำยมคล้ายกับแก่งน้ำ

          สำหรับน้ำที่มีปริมาณมากขึ้นนั้น ทำให้แม่น้ำยมที่เคยแห้งขอดจนไม่มีน้ำกลับมามีน้ำอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามหากฝนไม่ตกต่อเนื่อง ก็เกรงว่าแม่น้ำยมจะแห้งขอดอีก เนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีอาคารบังคับน้ำขนาดใหญ่ ที่จะสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ ทำให้น้ำไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างรวดเร็ว


วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ชาวนาลอกคลองส่งน้ำ เพื่อเปิดทางน้ำเข้านาข้าว



          ชาวนากำจัดวัชพืชในคลองส่งน้ำ เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลเข้านาข้าวที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ขณะที่โรงสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า เดินเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือนาข้าว เกือบ 1 พันไร่

          โรงสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าตำบลงิ้วราย อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ทำการเดินเครื่องสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าเพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน ขึ้นมาหล่อเลี้ยงนาข้าวที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ ควบคุมช่วยเหลือนาข้าวเกือบ 1 พันไร่ ที่เริ่มทำการเพาะปลูก ขณะที่ชาวนาเร่งกำจัดวัชพืชในคลองส่งน้ำข้างแปลงนา เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลเข้าแปลงนาได้สะดวก หลังจากน้ำที่ไหลไปไม่ถึงแปลงนาข้าว เนื่องจากมีเศษวัชพืชกีดขวาง 


          สำหรับโรงสูบน้ำไฟฟ้าจะใช้น้ำต้นทุนจากแม่น้ำน่าน ที่ไหลผ่าน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพิจิตร ตะพานหิน และอำเภอบางมูลนาก แม่น้ำน่านในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง ถือว่าเป็นแหล่งน้ำต้นทุนบนผิวดินที่สำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรฝั่งทางทิศตะวันออกของจังหวัดพิจิตร

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เชิญร่วมงาน ประเพณีแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี วันที่ 8 และ 9 สิงหาคม 2558 ณ ลำน้ำน่าน หน้าวัดดาน ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร



           องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ขวาง และ คณะกรรมการวัดดาน ขอเชิญร่วมงานประเพณีแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  สยามบรมราชกุมารี  วันที่ 8 และ 9 สิงหาคม 2558ณ ลำน้ำน่าน หน้าวัดดาน  ตำบลไผ่ขวาง  อำเภอเมือง  จังหวัดพิจิตร

          ชมการแข่งขันสุดยอดเรือยาวจากทั่วประเทศ  พบ เรือยาวใหญ่ เรือยาวกลาง เรือยาวเล็ก พลาดไม่ได้ การแข่งขันระหว่างเทพอัมพรินทร์ แชมป์เก่า จ.พิษณุโลก ปะทะ เรือแม่โขงเอกนาวา อดีตแชมป์หลายสนาม จาก จ.นครปฐม ชิงเงินรางวัล 2 แสนบาท   พบกับ


  • เรือพญาชาละวัน สิงห์ลีโอ  แชมป์ถ้วยพระราชทาน วัดท่าหลวง ปี 2557
  • เทพนรสิงห์ 88 พยัคร้ายไม่มีวันตาย แชมป์เก่า จ.สระบุรี
  • เรือพรพระแก้ว แชมป์หลายสนาม จากวัดพระนอนจักรษี จ.สิงห์บุรี
  • เรือศรพรหมมาศ เรือดังในอดีต จากวัดวังกลม
  • เรือพันแสง เรือน้องใหม่ไฟแรง จากวัดยางคอยเกลือ
  • เรือจักนารายณ์ เรือดีจากลุ่มน้ำป่าสัก อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
  • เรือแม่ขวัญมงคลทอง อดีตแชมป์เรือดัง พร้อมแจ้งเกิดในปีนี้ จากวัดราชช้างขวัญ
  • เรือเทพมาลัยทอง สิงห์ร้ายจากลุ่มน้ำยม วัดรายชะโด
  • เรือขุนไกร อดีตเรือดังที่หาตัวจับยาก จากวัดหงษ์
  • เรือเมขลา เรือขวัญใจวัดหาดมูลกระบือ
  • เรือพรเมธี เรือเก่งจากวัดท่าฬ่อ
  • เรือสิงห์เวียงสา เรือขวัญใจชาววัดหัวดง

         ขอเชิญไหว้พระปิดทอง หลวงพ่อหิมวันต์ สักการะสังขาร พระครูวิจักษณ์กันตธรรม หรือ หลวง พ่อ ออด มรณภาพ 10 ปี สังขารไม่เน่า ไม่แห้ง ไม่ยุบ ใบหน้ายังอิ่มเอม แปรธาตุขึ้นเป็นสีเขียวสุดอัศจรรย์

         เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม เป็นต้นไป มีสินค้าอุปโภค บริโภค สินค้าราคาถูกจากโรงงานมาจำหน่าย  มีมหรสพให้ชมฟรีตลอดงาน พบกับภาพยนต์ นเรศวร ภาค 4 - 5 

         ประกบคู่เรือ โดย กำนันบุญมี แก้วกำพล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ขวาง