รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร้านอร่อย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร้านอร่อย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562

อร่อย ลดโลกร้อน ผัดไทย ป้าพิกุล


   พิจิตรผุดไอเดียผัดไทย ใส่เข่งปลาทูกลับบ้าน แทนการใช้ถุง สวย เก๋ ดึงดูดใจ ลดการใช้ถุงพลาสติกช่วยลดโลกร้อน วัตถุดิบที่ใช้จะเน้นความสด ใหม่ กุ้งแห้งตัวใหญ่ น้ำมันหมูเจียวเอง พริก ถั่ว คั่วเอง ทั้งหมด  สูตรจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูก

   พิจิตรพบร้านผัดไทยไอเดียเก๋ ผัดไทยใส่เข่งปลาทูสำหรับผู้ที่สั่งกลับบ้าน  โดยร้านผัดไทยดังกล่าวตั้งอยู่ที่ปากซอยถนนฐิตะจารี (ซอยธนาคารกรุงไทย) ภายในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร อำเภอเมืองพิจิตร เป็นร้านของคุณพิกุล  ก้อนแก้ว อายุ 53 ปี  ซึ่งเป็นครอบครัวผัดไทยเนื่องจากขายผัดไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นยาย มาถึงรุ่นแม่ และส่งต่อมาถึงรุ่นลูก  โดยผัดไทยของทางร้านเป็นที่รู้จักในกลุ่มของลูกค้าที่รับประทานเป็นประจำ  วัตถุดิบที่ใช้จะเน้นความสด ใหม่ กุ้งแห้งตัวใหญ่ น้ำมันหมูเจียวเอง พริก ถั่ว คั่วเอง ทั้งหมด  พัฒนารูปแบบการจำหน่ายหลังจากเดินทางไปออกร้านในโครงการอุ่นไอรัก ที่กรุงเทพมหานคร ที่นิยมใช้วัสดุจากธรรมชาติ มาเป็นภาชนะให้กับลูกค้า ที่มาร่วมงาน


   ซึ่งหลังจากได้ร่วมงาน จึงมาเปิดร้านผัดไทย  ซึ่งภาชนะที่ใช้ สำหรับลูกค้า ที่นั่งรับประทานในร้าน ก็คือ กระด้งที่สานด้วยไม่ไผ่ เป็นภาชนะสำหรับใส่ผัดไทย  ส่วนเข่งปลาทูเป็นภาชนะสำหรับผู้ที่สั่งกลับบ้าน สวย เก๋ ดึงดูดใจ ช่วยลดโลกร้อน มีผู้ชื่นชอบเป็นจำนวนมาก จึงกลับมาปรับใช้ที่ร้านที่พิจิตร ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี มียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


   พิกุล  ก้อนแก้ว กล่าวว่า สูตรของผัดไทยสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย คุณแม่ จนถึงตนเอง ส่วนการใช้เข่งปลาทูเป็นพาชนะเริ่มจากการไปออกร้านที่งานอุ่นไอรักซึ่งจะเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ ตนจึงนำเข่งปลาทูกับกระด้งขนาดเล็กที่ตนเองมองว่าน่าสนใจมาเป็นพาชนะแทนพลาสติก ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีจำหน่ายได้วันละ 400 ถึง 500 เข่ง  เมื่อกลับมาที่พิจิตร จึงนำมาปรับใช้ที่ร้าน


   สำหรับผู้ที่รับประทานผัดไทยที่ร้านภาชนะจะเป็นกระด้งขนาดเล็ก  ส่วนผู้ที่สั่งกลับบ้านจะใส่เข่งปลาทู โดยจำหน่ายในราคาปกติเท่าเดิมคือ 40 บาท นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่ม ขนม ที่ทำจากน้ำมะพร้าว บริเวณในร้าน   ท่านที่สนใจสามารถเดินทางไปรับประทานได้ที่ร้านซึ่งเปิดจำหน่ายตั้งแต่ เวลา 08.00 ถึง 16.00 น. สอบถามรายละเอียดที่เบอร์โทร 089-6381283

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อดีตพนักงานรถไฟ สวนกระแส ขายก๋วยเตี๋ยว ชามละ 10 บาท


          อดีตพนักงานรถไฟลาออกจากงานสวนกระแสเศรษฐกิจเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรือชามละ 10 บาท พร้อมจัดโปรโมชั่น รับประทาน 10 ชาม ฟรี 1 ชาม รับประทาน 30 ชาม ฟรี น้ำอัดลม 1 ลิตร ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน เกษตรกร และเยาวชนที่มีรายได้น้อย



          ที่บ้านหัวดง ตำบลหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร นายธนบูรณ์ ชูดอก อายุ 58 ปี อดีตพนักงานการรถไฟไทย ได้ลาออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่รถไฟ เปิดกิจการขาย"ก๋วยเตี๋ยวเรือชาละวัน"บริเวณหน้าบ้านพักอาศัย โดยได้สวนกระแสในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว จำหน่ายก๋วยเตี๋ยวเรือให้กับลูกค้าในราคาชามละ 10 บาท


          โดยทางร้านได้ถูกออกแบบเป็นเพิงร้านค้ามีโต๊ะไว้รองรับประชาชนที่เข้ามารับประทานก๋วยเตี๋ยว จำนวนกว่า 10 โต๊ะ ซึ่งทางร้านจำหน่ายในราคาแบบธรรมดา ชามละ 10 บาท  ส่วนแบบพิเศษจะขายในราคา 20 บาท ซึ่งส่วนผสมของก๋วยเตี๋ยวเรือราคา 10 บาท จะประกอบไปด้วย เส้นก๋วยเตี๋ยว ผัก เนื้อหมูหมัก จำนวน 2 ชิ้น ตับ 1 ชิ้น และลูกชิ้น จำนวน 1 ลูก มีทั้งแบบน้ำตกและแบบแห้ง เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกรับประทาน พร้อมจัดโปรโมชั่น รับประทาน 10 ชาม ฟรี 1 ชาม รับประทาน 30 ชาม ฟรี น้ำอัดลม 1 ลิตร ซึ่งจะมีลูกค้าเข้ามารับประทาน ถึงวันละ 200- 300 ชาม ต่อ 1 วัน



          นายธนบูรณ์ ชูดอก เจ้าของร้าน กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองได้ลาออกมาจากการเป็นพนักงานรถไฟ จึง ได้เปิดร้ายก๋วยเตี๋ยวเรือ ได้ระยะเวลา 5 เดือน ซึ่งในตอนแรกจะขายชามละ 25-30 บาท แต่ช่วงที่เศรษฐกิจ ชะลอตัวจึงสวนกระแสขายชามละ 10 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน หากเด็กๆที่ขอเงินจากผู้ปกครองมา 10 บาท ก็ยังสามารถรับประทานได้ รายได้จาการขายก็จะพออยู่ได้  ลูกค้าส่วนใหญ่จะทานได้ เต็มที่ 4 -5 ชาม


          นางอัพวรรณ น้ำดอกไม้ ลูกค้าที่มาอุดหนุนประจำ บอกว่า มีรสชาติที่อร่อยและราคาถูก สมกับปริมาณก๋วยเตี๋ยว ที่ทางร้านค้าให้ ซึ่งส่วนใหญ่ จะมากินได้ 3-4 ชามเท่านั้น

          สำหรับ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชาละวัน จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00- 17.00 น. ของทุกวัน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ 3-4 คน คอยให้บริการ ในช่วงวันหยุดจะมีประชาชนและเยาวชนเข้ามารับประทานกันจำนวนมาก



วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ข้าวเม่าพอก "เงินล้าน" กับ ประเพณีแข่งเรือยาว


                การแข่งขันเรือยาว ถือว่าเป็นกีฬายอดนิยมของจังหวัดพิจิตร ซึ่งมีสนามมาตรฐานในการแข่งขันกว่า 50 สนาม นอกจากความสนุกสนานของการแข่งขันเรือยาวแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คู่กับงาน อาหารอร่อยประจำถิ่นของแต่ละแห่ง เช่นที่วัดหาดมูลกระบือ ตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ขนมขึ้นชื่อ คือ "ข้าวเม่าพอก" ขนมไทยแสนอร่อย ที่ทุกคนมาเยือนต้องแวะชิมรส


                ชาวบ้านจาก 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลไผ่ขวางและตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  ต่างร่วมแรงร่วมใจผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่ในการทำ"ข้าวเม่าพอก"ขนมไทยรสชาติอร่อยขึ้นชื่อของวัดหาดมูลกระบือ เพื่อนำออกจำหน่ายให้กับประชาชนที่มาเที่ยวชมงานประเพณีแข่งขันเรือยาวในสนามต่างๆของจังหวัดพิจิตร ราคาจำหน่าย แพละ 25 บาท เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวชมแข่งเรือเพื่อบริโภคและยังเป็นของฝาก แต่ละปีจะสร้างรายได้ให้กับวัดเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท



                ประวัติความเป็นมาของข้าวเม่าพอกวัดหาดมูลกระบือ เริ่มต้นเมื่อปีพุทธศักราช 2503 ประชาชนในพื้นที่จะนำข่าวเม่าพอกมาถวายวัดซึ่งจะมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูการแข่งขันเรือยาวประเพณี ต่อมา "คุณยายเพรา นครพุ่ม"แม่ค้าขายขนมข้าวเม่าพอกที่หน้าวัดหาดมูลกระบือ ได้ริเริ่มการทอดเพื่อจำหน่าย นำรายได้มอบให้กับวัด เนื่องจากเห็นว่าประชาชนที่มางานต้องการที่จะลิ้มรสข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบือ "พระครูพิเชษฐธรรมคุณ" อดีตเจ้าอาวาส จึงได้รวมกลุ่มชาวบ้าน 30-100 คน ทำข้าวเม่าพอกจำหน่าย เพื่อนำเงินที่ได้มาร่วมจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวซึ่งจะต้องใช้ทุนเป็นจำนวนมาก งานประเพณีแข่งขันเรือยาววัดหาดมูลกระบือจะจัดช่วงกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี และใช้ในการบูรณศาสนสถานของวัด ตั้งแต่นั้นมา จึงเกิดเป็นประเพณีก่อนวันงานใหญ่ ชาวบ้านจะมาช่วยกันทำข้าวเม่าพอกที่วัดและจำหน่ายในงานแข่งขันเรือยาวของวัดหาดมูลกระบือเองและวัดต่างๆกว่า 10 วัด ที่มีการจัดการแข่งขันเรือยาว ทั้งในเขตจังหวัดพิจิตรและจังหวัดพิษณุโลก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับวัด โดยปีที่ผ่านมามีรายได้เข้าวัดกว่า 1,00,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)

                นางปาน เปียพัฒน์  อายุ 80 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลไผ่ขวาง ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่บุกเบิกการทำข้าวเม่าพอก กล่าวว่า ตนเองร่วมกับเพื่อนบ้านมาช่วยกันทำขนมข้าวเม่าพอกเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 12 ปี การมาช่วยกันทำขนมข้าวเม่าพอกเป็นการรวมใจกันของชาวบ้านเพื่อทำบุญหารายได้เข้าวัด ในแต่ละปีจะจำหน่ายทั้งที่วัดหาดมูลกระบือเองและวัดต่างๆที่มีการจัดการแข่งขันเรือยาวประมาณ 10 วัด ก็จะมีรายได้เข้าวัดกว่า 1 ล้านบาท  สำหรับวัตถุดิบที่ใช้ก็จะมีทั้งการบริจาคจากชาวบ้านและวัตถุดิบที่วัดต้องจัดซื้อ  เหตุผลที่ข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบืออร่อย น่าจะมาจากความสด ถึงเครื่อง แต่ละปีเราต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมาก เช่น มะพร้าวต้องใช้ประมาณ 16,000 ลูก กล้วยไข่ ประมาณ 20,000 หวี

                สำหรับการทำขนมข้าวเม่าพอกเพื่อจำหน่ายในงานแข่งขันเรือยาวเป็นสิ่งที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตเจ้าอาวาสรูปเดิม "พระครูพิเชษฐธรรมคุณ" ซึ่งมรณภาพไปเมื่อสามปีที่ผ่านมาปัจจุบันคณะศิษย์ได้เก็บสังขารไว้ในโลงแก้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกที่สังขารไม่เน่าไม่เปื่อย ผิวพรรณยังคงมีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ปกติทั่วไปไม่แห้งหรือยุบ เส้นผม ขนตา เล็บ ยังคงอยู่ครบ เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

                 และนี่คือ "ข้าวเม่าพอก" ขนมไทยที่นอกจากจะสร้างความอิ่มอร่อยให้กับผู้ที่ลิ้มรสแล้ว ยังสร้างบุญให้กับผู้บริโภค เนื่องจากรายได้นำไปใช้ในการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานและการบูรณะศาสนสถานของวัด จึงนับได้ว่าเป็นขนมที่แฝงไว้ด้วยประโยชน์ ทั้งความสามัคคีจากความร่วมมือของชาวบ้าน การสืบสานประเพณีแข่งขันเรือยาว  การร่วมทำนุบำรุงพระศาสนา การรักษาวัฒนธรรมการทำขนมไทย และความอิ่มอร่อยของผู้รับประทาน และผู้ที่ได้รับเป็นของฝาก "อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งบุญ"