รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคมและเศษรฐกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคมและเศษรฐกิจ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ร้านค้าคนละครึ่ง : ธนาคารกรุงไทยเขตพิจิตร ร่วมกับสำนักงานคลังจังหวัดพิจิตร พร้อมให้บริการ



พร้อมให้บริการ ธนาคารกรุงไทยเขตพิจิตร ร่วมกับสำนักงานคลังจังหวัดพิจิตร พร้อมให้บริการรับสมัครร้านค้าที่ประสงค์เข้าโครงการ เราชนะ ณ สำนักงานคลังจังหวัดพิจิตร ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพิจิตร อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เฉพาะวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 และวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. โดยขอให้ร้านค้าจัดเตรียมเอกสารก่อนมาสมัคร ดังนี้
1. แบบฟอร์มใบสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งได้มีการรับรองเอกสารโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยที่ได้รับมอบหมาย (โดยผู้สมัครสามารถติดต่อขอรับเอกสารได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาในเขตพื้นที่จังหวัด) ทุกสาขาในเขตพื้นที่
2. บัตรประชาชนผู้สมัครตัวจริงเท่านั้น
3. โทรศัพท์สมาร์ทโฟน
4. บัญชีธนาคารกรุงไทยเท่านั้นของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ กรณีมีข้อสอบถามกรุณาติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 056-611125 กด 0


วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร เจ้าหน้าที่ระดมกำลังจับนายทุนลักลอบขุดแร่ทองคำเขาพนมพา


เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานก็ระดมกำลังเข้าทำการจับกุมนายทุน แอบใช้เครื่องจักรหนักเข้าทำการขุดแร่ทองคำ ในพื้นที่เขาพนมพา เพื่อไปร่อนหาแร่ทองคำ พบเครื่องจักรกล และ อุปกรณ์หาแร่ทองคำ ตรวจยึดของกลางและนำตัวผู้ต้องหา 2 คน ตามพระราชบัญญัติแร่ ปี2560 ในข้อหาครอบครอง และแต่งแร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
วันที่ 20 มกราคม 2563 เมื่อเวลา 11.00 น ที่ผ่านมา นายวิชัย แตโช หัวหน้าศูนย์ป่าไม้พิจิตร  พร้อมด้วย นายเนตร์ กัญยะมาสา หัวหน้ากลุ่มงานเหมืองแร่  กรมอุสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่  รตท สุพจน์ ประเสริฐสิน   รองสารวัตรองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม การกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำจังหวัดพิจิตร ได้สนธิกำลังเข้าทำการจับกุมกลุ่มบุคลคล ที่ใช้สถานที่กองหินแร่เก่า ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เป็นสถานที่กองวัสดุ แต่ร่อนหาแร่ทองคำ ที่ขุดมาจากเขาพนมพา ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร

จากการเข้าตรวจ  พบเครื่องจักรที่ใช้ในขบวนการร่อนหาทองคำจำนวนมากทั้งรถบรรทุกขนาด6ล้อ ยี่ห้ออีซูซุสีขาว ไม่ติดป้ายทะเบียน รถไถนา ชนิดตักดิน และขุดดินยี่ห้อคูโบต้า เครื่องบดแร่ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่รวมถึงอุปกรณ์ในการร่อนหาแร่ทองคำอื่นๆอีกจำนวนมากและยังพบกองแร่ที่นำมาจากเขาพนมพา กระจัดกระจาย อยู่ทั่วบริเวณจำนวนมาก
โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบเพียงนายสราวุฒิ แซ่เลี้ยว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่26/3 หมู่ 7 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร กำลังซ่อมเครื่องจักร โดยยอมรับว่าตนเอง ลูกจ้างรายวันรับจ้าง   นายบัวเขียว ห่างถิ่น อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 269/24 หมู่ 1 ตำบลสากเหล็ก อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีหน้าที่ เฝ้าทรัพย์สิน และเป็นแรงงานคอยช่วยร่อนแร่ทองคำ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามตัวนายบัวเขียว  มาและสอบสวนเบื้องต้น นายบัวเขียว รับสารภาพว่ากองแร่ทองคำและเครื่องจักรทั้งหมดเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมและแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติแร่ ปี2560 ในข้อหาครอบครอง และแต่งแร่โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางและนำตัวผู้ต้องหา 2 คน ส่งสถานีตำรวจภูธรอำเภอทับคล้อเพื่อดำเนินคดีต่อไป
สำหรับเขาพนมพา เป็นแหล่งที่พบแร่ทองคำบนผิวดิน และมีประชาชนมักลักลอบเข้าไปทำการขุดแร่เป็นประจำโดยก่อนหน้านี้มีการบุกรุกอย่างหนักจากนายทุน ถึงขั้นนำรถแบคโฮเข้าไปทำการขุดแร่ถึงบนเขาแต่เจ้าหน้าหน้าก็สามารถจับกุมได้ เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร สีข้าวฟรีลดรายจ่ายกับชาวนา


พิจิตรโรงสีขนาดเล็ก บริการรับสีข้าวสาร ให้กับชาวนาและผู้มีรายได้น้อยฟรี  โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  ขอเพียงปรายข้าว และ รำข้าว  เป็นค่าบำรุงรักษาเครื่องสีข้าวและค่าไฟ
 ผู้ประกอบการโรงสีข้าวขนาดเล็กในจังหวัดพิจิตร   รับบริการทำการสีข้าวเปลือก ให้เป็นข้าวสาร  ให้กับชาวนา ใน ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร   ที่มีอยู่จำนวนกว่า 60  หลังคาเรือน   ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านทั้งผู้มีอาชีพทำนา และผู้มีอาชีพรับจ้างทั่วไปส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย  โดยเกษตรกรชาวนาจะนำข้าวเปลือกของตนเองที่ปลูกไว้เหลือจากการจำหน่าย และ บางส่วนที่เก็บข้าวที่เหลือตกในนาข้าว  ทำการรวบรวมนำมาสีกับโรงสี  ที่รับข้าวเปลือกฟรีให้กับชาวนาโดยในการสีข้าวเปลือกให้เป็นข้าวสารข้าวเปลือก1000กิโลกรัมสามารถสีเป็นข้าวสารได้600กิโลกรัม        โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้ประกอบการ เมื่อทำการสีข้าวแล้ว จะขอเพียงปรายข้าว และ รำข้าว   เพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์  และบางส่วน จะแบ่งขาย เพื่อนำเงินมาเป็นค่าบำรุงรักษาเครื่องสีข้าวซึ่งสามารถช่วยเหลือและเป็นการประหยัดรายจ่ายในครัวเรือนให้กับเกษตรชาวนาได้มาก


นางประรินภา กัณฑะเกศ กล่าวว่า” โดยปกติจะมีเกษตรกรชาวนาในหมู่บ้านจะนำข้าวเปลือกมาให้วันละ1000กิโลกรัมแต่ค่อยๆทยอยนำข้าวเปลือกมาสีกันเรื่อยๆไม่สารารถสีได้ครั้งละมากๆเพราะเป็นโรงสีขนาดเล็กโดยทางโรงสีไม่คิดค่าใช้จ่ายเมื่อทำการสีข้าวแล้ว จะขอเพียงปรายข้าว และ รำข้าว   เพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์  และบางส่วน จะแบ่งขาย เพื่อนำเงินมาเป็นค่าบำรุงรักษาเครื่องสีข้าวและค่าไฟ


สำหรับการรับสีข้าวให้ฟรีถือว่าเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้กับเกษตรกรชาวนาในช่วงหน้าแล้งที่มาสามารถทำนาได้เนื่องจากไม่มีน้ำต้นทุนในการทำนา

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562

ขวัญผวา พิจิตรชาวบ้านกังวลน้ำป่าจากเทือกเขายังไหลท่วมต่อเนื่อง

พิจิตรทีวี ข่าวพิจิตร



น้ำป่าสะสมจากพายุโพดุล จากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ยังไหลลงมาท่วมบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน 7หมู่บ้าน 580 หลังคาเรือน ขณะที่ประชาชนต่างเตรียมอาหารสำรอง และ ยังกังวลจะท่วมเพิ่ม เนื่องจากมีปริมาณฝนตกลงมา

อิทธิพล จากพายุ โพดุล ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักบนเทือกเขาเพชรบูรณ์ ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าสะสมไหล เข้าท่วมในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยน้ำที่ไหลมาตามคลองสาขา ได้ล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ ตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ใน หมู่บ้าน 580 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชน ระดับท่วมสูง 50-90เซนติเมตร ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำและ ต้องลุยน้ำเข้าออกจากตัวบ้าน เพื่อออกมาซื้ออาหารสด ที่เตรียมซื้อสำรองไว้ เนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มปริมาณสูงขึ้น โดยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมยังกังวล เนื่องจากปริมาณฝนทางตอนบนเทือกเขา ยังคงมีปริมาณตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่องค์การอิสระภาคเอกชน และ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ปอเต็กตึ๊ง ยังคงนำน้ำดื่ม อาหาร ใส่เรือท้องแบน  เข้าทำการแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน ที่ถูกน้ำท่วมขัง ซึ่งทางจังหวัดพิจิตร ยังคงจัดเจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม พร้อมติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่อง






วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562

โรงพยาบาลวังทรายพูน ส่งหน่วยเฉพาะกิจ ภาระกิจช่วยน้ำท่วม



โรงพยาบาลวังทรายพูน จัดชุดสิ่งหน่วยเฉพาะกิจ โดยกำหนดภาระกิจช่วยน้ำท่วม ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ต.วังทรายพูน อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ณ ศาลาเอนกประสงค์ บ้านตากแดด


วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิธีเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3


  พิธีเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน และนายสมศักดิ์ จันทรสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร 


พิจิตร 30 สิงหาคม 2562 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (Industry Transformation Center 4.0 : ITC 4.0) ระดับภูมิภาค ของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จังหวัดพิจิตร ขยายเครือข่ายให้บริการเอสเอ็มอี กระตุ้นผู้ประกอบการในพื้นที่ พัฒนาธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสู่ Thailand 4.0

นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (Industry Transformation Center) หรือ ศูนย์ ITC 4.0 ขึ้น เป็น 1 ใน 9 มาตรการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปสู่ 4.0 ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานในการเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจเชิงนวัตกรรมและสร้างสรรค์ โดยอาศัยแพลทฟอร์มที่ผลักดันให้บริษัทผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก (Global Player) รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ (LEs) ที่มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอยู่แล้ว มามีส่วนร่วมในการทำให้ SMEs สามารถปรับตัวพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลและพัฒนาผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม

โดยศูนย์ ITC 4.0 เปรียบเสมือนกับข้อต่อกลางที่จะเข้ามาช่วย SMEs ที่ไม่พร้อมในเรื่องของบุคลากรด้านวิศวกรรมที่ยังต้องสั่งสมประสบการณ์และเครือข่ายที่สนับสนุนการผลิตให้สามารถปฏิรูปธุรกิจของตนเองผ่านกระบวนการ SMEs Transformation ตามแพลทฟอร์มต่าง ๆ ที่เหมาะสม มีการให้บริการในส่วนของ Co-Working Space ให้บริการเครื่องจักรกลางที่ได้รับความร่วมมือจากองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อให้ SMEs สามารถเข้าไปใช้บริการได้โดยไม่ต้องลงทุนเอง โดยมุ่งหวังให้ศูนย์ ITC 4.0 เป็นศูนย์กลางของการเชื่อมโยงงานวิจัย รวมถึงบุคลากรในประเทศให้สามารถเปลี่ยนแปลงสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการขยายไปยังศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค และศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมระดับจังหวัด โดยการปรับให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของชุมชนแต่ละแห่ง
โดยคาดว่าจะทำให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่น มีศักยภาพเพิ่มขึ้นและสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (Industry Transformation Center : ITC) จัดตั้งขึ้นแห่งแรกเมื่อปี
พ.ศ. 2560 ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 4 และทยอยเปิดให้บริการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 1-11 ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมเซรามิก จังหวัดลำปาง การนิคมอุตสาหกรรม 13 แห่ง และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ ITC 4.0 ให้บริการจำนวนทั้งสิ้น 105 แห่ง

สำหรับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จังหวัดพิจิตร
มีพื้นที่ให้บริการ 8 กลุ่มจังหวัด คือ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2 ประกอบด้วย จังหวัดลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และชัยนาท และกลุ่มจังหวัดภาคกลางเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี โดยเน้นการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร มีเครื่องจักรสำหรับทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 10 เครื่องให้บริการ ได้แก่ เครื่องตัดอเนกประสงค์ เครื่องทอดสุญญากาศ เครื่องซีลถุงฟอยด์ เครื่องซีลฝาขวด/ฝาฟอยด์ เครื่องอบลมร้อน ตู้แช่แข็ง เครื่องซีลสุญญากาศ เครื่องปิดฝากระป๋อง เครื่องพิมพ์ฉลากอัตโนมัติ และเครื่อง 3D Printing โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 มีผู้ประกอบการมาขอรับบริการ ดังนี้ 1. บริการออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ จำนวน 35 ราย 2. ศูนย์บริการข้อมูลและเชื่อมโยงเครือข่าย ให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาธุรกิจเบื้องต้น เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ การทำแผนธุรกิจBMC เป็นต้น และเชื่อมโยงธุรกิจกับผู้ผลิต จำนวน 32 ราย 3. ศูนย์สาธิตและบริการเครื่องจักรกลาง จำนวน 18 ราย/18 ผลิตภัณฑ์ และ 4. ศึกษาและวิจัย จำนวน 1 ราย

“ศูนย์ ITC 4.0 ระดับภูมิภาคแห่งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตไปสู่
การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี สร้างความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของตนเอง อันเป็นการสร้างความเข้มแข็ง
ให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยในการก้าวไปสู่ Thailand 4.0 ต่อไป” นายภาสกร กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจขอรับบริการต่าง ๆ ของศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 หรือ
ศูนย์ ITC 4.0 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 4 กล้วยน้ำไท เขตคลองเตย โทร. 0 2391 5340 43 หรือ www.itc.or.th และสอบถามเพิ่มเติม
ได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 – 11 และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร แม่ค้าแบกรับภาระจากข้าวเหนียวปรับขึ้นราคา


 พิจิตร แม่ค้า ต้องแบกรับภาระวันละ 500-600 บาท จากการปรับตัวของราคาข้าวเหนียว  ส่งผลกระทบกับร้านข้าเหนียวหมูปิ้ง และ ร้านข้าวหลามที่ใช้ข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบ แม่ค้าระบุว่า ซึ่งหากมีการปรับราคาอีก จะหยุดขาย เนื่องจากแบกภาระไม่ไหว

   จากกรณีราคาข้าวเหนียว ที่ถูกปรับราคาสูงขึ้นมา จนส่งผลให้ผู้บริโภค และพ่อค้า-แม่ค้าขายข้าวเหนียว ต่างได้รับผลกระทบอย่างมากนั้น ซึ่งทางบรรดาพ่อค้า แม่ ค้า ที่ใช้ข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบ ในการจำหน่ายอาหาร ในเขตตลาดสดเทศบาลเมืองพิจิตร ต้องแบกภาระในการจำหน่ายสินค้าไม่มีการปรับขึ้นราคา เพื่อดึงลูกค้า ที่ซื้ออยู่เป็นประจำ โดยมีต้นทุนเพิ่ม ถึง วันละ 500-600 บาท ซึ่งส่งผลทำให้การค้าขาย กำไรน้อยลง ถึงขั้นเสมอตัว



   โดย นางจรรยา มณีกาศ แม่ค้าขายข้าวเหนียว หมูปิ้ง ในตลาดสดเทศบาลเมืองพิจิตร ระบุว่า หลังจากที่ข้าวเหนียวได้ปรับราคา จากในน้ำหนัก 45 กิโลกรัม กระสอบละ  1400 บาท ขึ้นเป็นกระสอบละ 2000 บาท ส่งผลทำให้การค้าขาย ที่ต้องแบกรับภาระจากการปรับราคาของข้าวเหนียว ซึ่งปกติ ในแต่ละวัน จะใช้ข้าวเหนียว วันละ 45-50 กิโลกรัม  แต่ มีการปรับราคาของข้าวเหนียวขึ้น จึงต้องแบกภาระในการขาย ถึง วันละ 600 บาท   แต่ทางร้านที่ไม่มีการปรับราคา และ ปริมาณอาหาร  ในราคา 20-25 บาท เพื่อดึงลูกค้า ไม่ให้หายจากการจำหน่าย



   ขณะที่ ป้าตุ๊ ที่เปิดจำหน่ายข้าวหลาม ที่ใช้ข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบ ในการทำข้าวหลาม ระบุว่า ปกติจะใช้ข้าวเหนียว วันละ 10 กิโลกรัม แต่หลังจากมีการปรับราคาขึ้น ข้าวหลามที่จำหน่ายอยู่ ยังจำหน่ายราคาปกติ จึงต้องแบกภาระ วันละ 500 บาท จากการปรับราคาของข้าวเหนียว ซึ่ง หากมีการปรับราคาขึ้น ถึงกิโลกรัมละ 50 บาท จะต้องหยุดจำหน่ายชั่วคราว เพื่อไม่ให้กระทบกับรายได้ ที่ไม่สมดุลกับต้นทุนการผลิต

    สำหรับการปรับราคา ของข้าวเหนียว ในช่วงนี้ ซึ่งทางบรรดาพ่อค้า แม่ ค้าส่วนใหญ่ ต้องแบกภาระต้นทุน ในการจำหน่ายสินค้า เพื่อรอ ข้าวเหนียวใหม่ ของเกษตรกร ซึ่งจะผ่านขบวนการตลาด  และ จะทำให้ราคาปรับลง แต่ การปรับราคาของข้าวเหนียวที่สูงขึ้น ทางร้านค้า ยังคงจำหน่ายสินค้าราคาเดิม เพื่อรักษาลูกค้า ให้อยู่กับการจำหน่ายสินค้า

นายกชาติชายฯ พบ แม่เฒ่าอายุยืน อยู่มา 6 แผ่นดินวัย 100 ปี ยังแข็งแรงความจำดี



   แม่เฒ่าท่านหนึ่งที่จังหวัดพิจิตร ในปัจจุบันมีอายุถึง 100 ปี เกิดในสมัยรัฐกาลที่ 5 ยังมีสุขภาพแข็งแรง  ความจำดีเป็นเลิศ เผยการปฎิบัติตัวให้อายุยืนยาวคือการกินผัก ปลา และออกกำลังกาย

   นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เข้าเยี่ยม ทวดเหลาะ ที่ชาวบ้านเรียกหรือชื่อจริงคือ นางเหลาะ พรหมนิล วัย 100 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 10 ตำบลห้วยพุก อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร วันนี้ต้องเดินทางมาฌาปนกิจศพเหลน ซึ่งมีวัยเพียง 60 ปี ทำให้ชาวบ้านต่างพากันสงสัยว่าทำไม ทวดเหลาะ ถึงได้มีอายุยืนยาวกว่าคนรุ่นหลัง



   โดยจากคำบอกเล่าของทวดเหลาะ ที่ยังมีความจำดี บอกว่า ตยเองเคยเป็นเทพีสงกรานต์ ของอำเภอบางมูลนาก ต้องเดินเท้าผ่านป่าไปประกวดนางงาม ถึง 2 วัน 2 คืน เมื่อชนะเลิศแล้ว ทางกรรมการจัดงานก็นำขึ้นหลังช้างแห่ไปรอบเมืองบางมูลนาก ซึ่งตอนนั้นตนเองมีอายุเพียง 12 ปี



   โดยทวดเหลาะ ยังบอกอีกว่า สาเหตุที่ทำให้มีชีวิตยืนยาว มีเพียง 3 อย่างเท่านั้นคือ การออกกำลังกาย ที่ตนเองจะออกกำลังทุกวัน  การรับประทานผักทุกชนิด ยกเว้นบางชนิดที่อาจส่งผลต่อโรคประจำตัว และปลา ยกเว้นปลาสวาย ที่ทวดเหลาะไม่ชอบรับประทาน ส่วนเนื้อสัตว์อื่นๆเช่นหมู ทวดบอกว่า ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่กิน  และสุดท้ายหลังอาบน้ำ ทวดจะใช้ขมิ้นทาตัวหลังอาบน้ำ ซึ่ง 3 อย่างนี้ ทวดเหลาะประปฏิบัติตัวเช่นนี้มาตลอดชีวิต ทำให้ร่างกายแข็งแรง ตวามจำดี และมีอารมย์แจ่มใส

   โดยนางสาวดวงใจ จันทร์หอม วัย 41 ปี เหลนซึ่งคอยดูแลทวดบอกว่า ทวดเหลาะจะออกกำลังทุกเช้า และยังปลูกผักกินเอง ตักน้ำรดต้นไม้เอง ส่วนอาหารก็จะรับประทานอาหาร เฉพาะ ผัก กับปลาเท่านั้น
ทวดเหลาะ ซึ่งเกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 และผ่านมาถึง 6 รัชสมัย ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือชี้วัดเป็นอย่างดี ที่ทำให้เห็นว่าข้อมูลทางการแพทย์ ที่บอกให้ประชาชน ออกกำลังกาย รัปทานผัก และเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลา ซึ่งย่อยง่าย จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ซึ่งต่างกับคนในปัจจุบันที่รัปทานอาหารฟาสฟูด มีคุณค่าทางอาหารไม่ครบถ้วน




วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร โปรยทานฉลากประเพณีทิ้งกระจาดแจกทานให้ประชาชนผู้ยากไร้


          ผู้ใจบุญชาวอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร จัดประเพณีทิ้งกระจาด โปรยสลากแจกทานบนที่สูง แจกจ่ายของใช้ประจำบ้าน ให้กับประชาชน ผู้ยากไร้ 1,500 คน

     ที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ชมรมการแสดงมิตรภาพไทย-จีน ร่วมกันประชาชนผู้ใจบุญอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร จัดประเพณีทิ้งกระจาด  เป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนร่วมกัน สืบสานประเพณี อุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการอุทิศเครื่องอุปโภค สร้างความเอื้ออาทรต่อกันในชุมชน โดยใช้การโปรยทาน ฉลาก เพื่อนำไปแลก เครื่องใช้ประจำบ้าน  ข้าวสาร อาหาร น้ำดื่ม  กว่า 1500 คน

    ซึ่งการจัดงานประเพณี ทาง ผู้จัดงาน ได้ นำอาหาร ขนม น้ำดื่ม กว่า 30 ร้านค้า มาใช้ประชาชน ที่มาร่วมงาน ได้ เลือกรับประทาน จากนั้น ได้ นำเอาเยาวชนจากวิทยาลัยนาฎศิลป์จังหวัดลพบุรี นำนักแสดงโขน  เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สำมนักขา ก่อศึก มาทำการแสดงให้กับประชาชน ที่ร่วมงาน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย กับ วัฒนธรรมจีน ในงานประเพณีทิ้งกระจาด

    โดย ไฮไลน์งานประเพณีทิ้งกระจากในปีนี้ คือการแจกทาน ซึ่งทางคณะผู้จัดงาน ได้ทำสลาก ซึ่งจะเป็นของใช้ประจำบ้าน ทั้ง ข้าวสาร นำยาล้างจาน น้ำดื่ม มัดร่วมกับขนม จากนั้น นำขึ้นไปโปรยลงมา จากที่สูง เพื่อให้ประชาชน กว่า 1500 คน ที่อยู่ด้านล่าง นำสลาก ที่ได้จากการโปรย มาแลก สินค้าที่ทางเจ้าหน้าที่ ได้ จัดจุดแลก เพื่อเป็นการแจกทาน ให้กับประชาชน และ ผู้ยากไร้  

    สำหรับ ประเพณีทิ้งกระจาด เป็นพิธีกรรมจีนอย่างหนึ่งที่นิยมจัดขึ้นในเทศกาล ของชาวจีน หรือเรียกกันว่า ซิโกว แปลว่าการให้ทานแก่วิญญาณไร้ญาติ โดยเริ่มกลางเดือน 7 ของจีน แต่จะตรงกับเดือน 9 ของไทยทางจันทรคติ เป็นเวลา 5 วัน 5 คืน พอวันที่ 3 จะเป็นวันทิ้งกระจาดฟ้า โดยจะมีการทิ้งสิ่งของหรือไม้ติ้วที่มีหมายเลขเขียนไว้จากที่สูงลงมา ผู้ที่มาชมงานถ้าใครรับไม้ติ้วได้หมายเลขไดก็นำไปรับสิ่งของตามหมายเลขนั้น ซึ่งมีค่ามากน้อยลดลดหลั่นกัน





วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร ประชาชนแห่ถอนเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ


ประชาชนพิจิตรต่างแห่เพื่อไปเข้าแถวต่อคิวเพื่อถอนเงินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อใช้จ่ายในชีวิตปะจำวันทางด้านธนาคารกรุงไทยเร่งนำเงินจ่ายให้กับประชาชน
          ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาพิจิตร มีประชาชนนำบัตรสวัสดิการแห่งรัมากดเงินกันอย่างคึกคัก โดยมีการเบิกถอนเงินสดของประชาชน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ธนาคารกรุงไทยสาขาพิจิตร รวมถึงตามตู้เอทีเอ็มจังหวัดพิจิตร เริ่มคึกคักมีประชาชนมายืนต่อแถวเพื่อกดเอทีเอ็มจำนวนมากภายหลังจากที่กรมบัญชีกลาง ได้โอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนสิงหาคม-กันยายน 2562 ต่างทยอย เข้าตรวจสอบลำดับคิวรายชื่อบัญชี เพื่อขอการเบิกถอยเงินจากโครงการบัตรประชารัฐเพื่อเตรียมนำเงินไปใช้จ่ายซื้อสินค้าดำรงชีวิตโดยวันนี้เป็นการโอนจ่ายเงินให้กับประชาชนผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 1, 2, 4, 5 และ 8 เงินจะเข้าบัตรในวันที่ 23 ส.ค. ทำให้ประชาชนชาวพิจิตรที่มีสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนใหญ่จะมีเลขบัตรประจำตัวประชาชนกลุ่มตัวเลขคู่ จึงตื่นตัวมากดเอทีเอ็มเบิกถอนรับเงินสดกันอย่างคึกคัก

    สำหรับเงินจำนวนนี้เป็นเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะได้รับเงิน 500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา เดือน เริ่มโอนเงินแรกวันที่ 21 ส.ค.นี้ โดยผู้มีสิทธิ์ต้องมีเลขบัตรประชาชน สำหรับเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วย 32 34 35 และ 36 ซึ่งมีผู้รับเงินกว่า ล้านคน วงเงินกว่า 2,500 ล้านบาท และวันที่ 23 ส.ค.62 โอนเงินเข้าบัตรสำหรับผู้ที่มีเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 1 2 4 5 และ ซึ่งมีผู้ได้รับเงินกว่า 3.9 ล้านคน วงเงิน 1,971 ล้านบาท






วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ศูนย์เรียนรู้ ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่ง บ้านสระยายชี พิจิตร


        พิจิตรเปิดศูนย์เรียนรู้ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งบ้านสระยายชีเพื่อดำเนินโครงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและพัฒนาลวดลายผ้าไหมเพื่อเป็นการฝึกอบรมเกษตรกรในการฟอกสีและย้อมสีด้วยวัสดุจากธรรมชาติ


         ที่ตำบลเนินปอ อำเภอสามงาม จังหวัดพิจิตร นางศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหมได้มาเปิดศูนย์เรียนรู้ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งบ้านสระยายชีเพื่อดำเนินโครงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและพัฒนาลวดลายผ้าไหมและเพื่ออบรมเกษตรกรการฟอกสีและย้อมสีด้วยวัสดุจากธรรมชาติและสีเคมีที่ปลอดภัยจากสารพิษที่ตกค้างและเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นแหล่ลงเรียนรู้และพัฒนาการผลิตผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและสืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาของการทอผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งให้คงอยู่คู่ชุมชนบ้านสระยายชีโดยมีการจัดแสดงผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งผ้าโบราญและสาธิตการทอผ้าผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งละสาธิตการฟอกย้อมสีของเส้นไหมอย่างปลอดภัยและหวังว่าศูนย์เรียนรู้ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งบ้านสระยายชีจะเป็นที่รู้จักและได้เดินทางมาเลือกซื้อผ้าไหมผ้าฝ้ายของกลุ่มทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นตลอดจนมีการอนุรักษ์สืบสานเพื่อพัฒนาคุณภาพของสินค้านผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งให้เป็นที่ต้องการของตลาด


             สำหรับศูนย์เรียนรู้ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งบ้านสระยายชี  ขึ้นชื่อในลายผ้าตีนจกที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น มีขั้นตอนวิธีทำที่ค่อยข้างยาก ต้องใช้ผู้มีความชำนาญในการทอผ้าลายดังกล่าว และศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ เปิดทำการสอนให้กับผู้ที่สนใจในการทอผ้า โดยเฉพาะนักเรียนสามารถมาศึกษาเรียนรู้วิธีการทอผ้าได้ที่แห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายผ้าทอลายต่างๆ โดยมีตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับลายของผ้าและวัตถุดิบที่นำมาใช้ทอ หากคุณผู้ชมสนใจสามารติดต่อสอบถามได้ที่กลุ่มทอผ้าตีนจกบ้านสระยายชี โทรศัพท์ 087-7344372







อบจ.พิจิตร มอบแว่นสายตาฟรี ผู้สูงอายุ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร มอบแว่นสายตาให้กับผู้สูงอายุ เพื่อช่วยให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้และบรรเทาความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ


จังหวัดพิจิตร นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ได้มอบแว่นสายตาให้กับผู้สูงอายุ และนักเรียนของวิทยาลัยผู้สูงอายุตำบลหนองหญ้าไทร และ ตำบลทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร  เพื่อให้ผู้สูงอายุ และนักเรียนของวิทยาลัยผู้สูงอายุ สามารถอ่านหนังสือ ติดตามข้อมูลข่าวสารต่างและได้อย่างชัดเจน และไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน หลังจากที่พบว่ามีผู้สูงอยุจำนวนมากที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถหาแว่นสายตามาใช้ในชีวิตประจำวันได้เนื่องจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ประกอบกับ แว่นสายตาที่มีจำหน่าย ส่วนใหญ่จะมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้ผู้สูงอายุ มองว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้อแว่นตามาเพื่ออ่านหนังสือ

สำหรับการแจกแว่นสายตาให้กับประชาชนทั่วจังหวัดพิจิตร เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนของวิทยาลัยผู้สูงอายุ ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากบุตรหลาน ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ให้กับนักเรียนของวิทยาลัยผู้สูงอายุจำนวน 23 ศูนย์ ของจังหวัดพิจิตร