รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของดีเมืองพิจิตร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของดีเมืองพิจิตร แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

พิจิตร เผยเคล็ดลับ มะยงชิดดก!!! ออกผลผลิตดี ไอเดีย ติดหลอดไฟ


          เกษตรกรชาวสวนมะยงชิดพิจิตร เผยเคล็ดลับ ที่ทำติดต่อกันมา 2-3 ปี  ติดหลอดไฟให้กับต้นมะยงชิด  จนทำให้มีผลผลิตมากออกจำหน่าย  สร้างรายได้ กว่า 7 แสนบาท

          สวนมะยงชิด จำนวน 10 ไร่ กว่า 400 ต้น  ของเกษตรกรชาวสวน บ้านบึงประดู่ ตำบลทับหมัน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ที่ออกผลผลิตลูกใหญ่สีเหลืองอมส้ม   จนเต็มต้น สามารถเก็บจำหน่าย ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดให้กับบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ที่มารับซื้อ ในกิโลกรัมละ 60-100 บาท โดยในปี้นี้ มะยงชิด ออกผลผลิตจำนวนมาก จนเป็นที่หน้าพอใจ เกษตรกร เผยเคล็ดลับ ของการทำให้มะยงชิดออกผลผลิตมาก โดยการใช้หลอดไฟติดไว้ที่ต้น  เพื่อเร่งให้ต้นมะยงชิดออกดอกติดผล
คุณลุงประสงค์    โพธิ์เงิน  เกษตรกรชาวสวนมะยงชิด 
          โดย คุณลุงประสงค์  โพธิ์เงิน  เกษตรกรชาวสวนมะยงชิด ระบุว่า  "ในปีนี้มะยงชิดที่ปลูกไว้ ให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ  เท่ากับปีที่ผ่านมา โดยมีเทคนิคในการบำรุงรักษาต้นต่อสู้กับสภาวะอากาศ โดยการบำรุงรักษา ใส่ปุ๋ยทางดินบำรุงต้น และยาบำรุงปรับสภาพดอก เพื่อให้ต่อสู้กับสภาวะอากาศ  ส่วนเคล็ดลับพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือการติดหลอดไฟให้กับต้นมะยงชิด ในยามค่ำคืน ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา  เพื่อกระตุ้นให้ต้นมะยงชิด ปรับโครงสร้างในเวลากลางคืน ให้ติดดอกออกผล  จึงนำเอาเทคนิคพิเศษติดหลอดไฟบริเวณต้นนำมาปรับใช้ ต่อเนื่องมา  2-3  ปี จนได้ผลผลิตที่ดี"

          คุณลุงประสงค์ ยังระบุอีกว่า “ มะยงชิด  ราคาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 250 บาท แต่หลังผลผลิตออกมามาก ราคาลดลง เหลือ กิโลกรัมละ 60-100 บาท   ซึ่งมะยงชิดที่สวน เป็นพันธุ์มะยงชิดไข่ไก่ จะมีลักษณะหวาน อมเปรี้ยว เนื้อแน่น เนื้อเยอะ  เมล็ดจะลีบเล็ก   ซึ่งจากการทำสวนมะยงชิด ที่ผ่านมา สามารถทำเงินได้ ถึงคราวละ 7 แสนบาท"

             มะยงชิดจัดเป็นผลไม้ในตระกูลเดียวกับมะปราง หนึ่งปีจะออกให้ผลผลิตเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ในช่วงฤดูร้อน  โดยผลมะยงชิดมีทั้งผลขนาดเล็ก ขนาดปานกลาง และขนาดใหญ่ ตามลักษณะของสายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป ส่วนรสชาติของมะยงชิดจะให้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย และมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา เติมความสดชื่นให้ร่างกายในช่วงฤดูร้อน   เป็นที่ต้องการตามท้องตลาด ในช่วงฤดูร้อน
           ผู้ที่สนใจ เทคนิคการปลูกมะยงชิด ให้ผลผลิตดี  และ สามารถสั่งซื้อเพื่อนำไปเป็นของฝาก และของรับประทาน สามารถติดต่อได้ที่ คุณลุงประสงค์    โพธิ์เงิน หมายเลขโทรศัพท์ 065-4877299

วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร สวยงามไหลเรือไฟหลวงพ่อเพชรหนึ่งเดียวในภาคเหนือ


พิจิตรประชาชน และ นักท่องเที่ยว จำนวนมากเดินทางมาเที่ยวชมการไหลเรือไฟ ประทีปนาวา บูชาหลวงพ่อเพชร วันแรก หนึ่งเดียวในภาคเหนือ 
บรรยากาศที่ลำน้ำน่าน หน้าพระอุโบสถหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พระอารามหลวง จังหวัดพิจิตร ในงาน"นมัสการหลวงพ่อเพชร และสมโภชเมืองพิจิตร ประจำปี 2563 ในระหว่างวันที่ 21-31 มกราคม 2563  โดยในค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นการบูชาประทีปไหลเรือไฟ เป็นคืนแรกของงาน จากทั้งหมด 4 คืน  โดยมี นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร  เป็นประธานในการอัญเชิญประทีป จากหน้าองค์หลวงพ่อเพชร พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง  ภายในพระอุโบสถ เพื่อจุดประทีป ณ เวทีกลางน้ำ  พร้อมด้วยขบวนแห่ของธิดากัลยาณีอย่างสวยงาม ประกอบ แสง สี เสียง  เพื่อนำไปประกอบพิธี ภายในแพที่สร้างและประดับประดา ด้วย แสง สี ตระการตาภายในแม่น้ำน่าน 
นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

โดยในคืนที่ผ่านมาเป็นการไหลเรือไฟ ที่สร้างขึ้นจากไม้ไผ่ ยาวกว่า 15 เมตร  ประดับประดาไปด้วย ตะเกียงหลายหมื่นดวง  ในชื่อชุดว่า พุทธบารมีหลวงพ่อเพชร” พร้อมการแสดงแสงสีเสียง ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อเพชร   โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงาม  เนื่องจากเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในภาคเหนือ  เนื่องจากปกติจะมีให้ชมเฉพาะภาคอีสานเท่านั้น  การไหลเรือไฟหน้าวัดท่าหลวงจึงเป็นเพียงแห่งเดียวทางภาคเหนือเท่านั้น นอกจากมีให้ชมทางภาคอีสาน

สำหรับการไหลเรือไฟ ณ ลำน้ำน่าน หน้าวัดท่าหลวง พระอารามหลวง จะมีการไหลเรือไฟประกอบการแสดงแสง สี เสียง การแสดงนาฎยลีลา เรื่องราว พร้อมระบบแสง สี เสียง  ในชื่อชุด พระเจ้าเสือวีรกษัติย์ยอดนักสู้ และ เทพธิดาแห่งธัญญาหารตำนานแม่โพสพ  ในอีก 3 คืนด้วยกัน ได้แก่ คืนวันที่ 25 ,28   และคืนวันที่ 31 มกราคม 63   



วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร รวมใจจัดงานพิธีถวายดอกบัวงานนมัสการหลวงพ่อเพชร


กลุ่มสตรีเยาวชนพุทธสาวิกานาฎยลีลา 600 คน รำพุทธสาวิกาบูชาหลวงพ่อเพชร ใจกลางถนนในเขตบาลเมืองพิจิตร ในพิธีถวายดอกบัวหลวงพ่อเพชร ในงานนมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตร  ประจำปี 2563  
ที่จังหวัดพิจิตร ประชาชนจาก 12 อำเภอในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ชาวจังหวัดพิจิตรแต่งกายย้อนยุคสวยงาม  ร่วมขบวนในงานนมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตร  ประจำปี 2563 โดยมีขบวนแห่รถบุพชาติที่ทำการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละอำเภอที่จะตกแต่งด้วยการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูป หลวงพ่อเพชร  พระเกจิชื่อดังของแต่ละอำเภอ ดอกบัว ดอกไม้นานาชนิด  ผลไม้ ของดีประจำอำเภอแต่ละอำเภอ  ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม แห่ไปตามเส้นทางในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร พร้อมด้วย กลุ่มสตรี นาฎยลีลา 600 คน  ที่สวมใส่ชุดไทยสีขาว พร้อมการแสดงการร่ายรำ ในชุด พุทธสาวิกาบูชาหลวงพ่อเพชร ใจกลางถนนในเขตบาลเมืองพิจิตร ในงานนมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตร  ประจำปี 2563 

ในพิธีขบวนแห่มาถึงบริเวณหน้าพระอุโบสถวัดท่าหลวง พระอารามหลวง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปคู่เมืองพิจิตร นายสิริรัฐ ชุมอุปการ  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นำข้าราชการ ประชาชน  นำพานดอกบัว ร่วมถวายแด่องค์หลวงพ่อเพชร พร้อมทั้ง มีการแสดงของนาฎยลีลา ทั้งสตรี เยาวชน ทั่วทั้งจังหวัดพิจิตรกว่า  600 คน ร่ายรำ สมโภชเมืองพิจิตร และ รำพุทธสาวิกาบูชาหลวงพ่อเพชร การจัดงานในงานนมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตร ที่จะมีงานระหว่างวันที่ 21-31 มกราคม 2563  

โดยกิจกรรมที่สำคัญในคืนวันนี้ จัดให้มีการแสดงไหลเรือไฟ ประทีมนาวา บูชาหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นการแสดงไหลเรือไฟที่สวยงามและหาชมได้ยากในพื้นที่อื่นนอกจากภาคอีสาน โดยของการจัดงานในวันนี้ ช่วงเวลากลางคืน จะมีการแสดงความยิ่งใหญ่อลังการของประเพณีไหลเรือไฟ ประทีปนาวาบูชาหลวงพ่อเพชร กลางแม่น้ำน่าน  ประกอบแสงสีเสียง  3  เรื่อง  คือ พุทธบารมีแห่งองค์หลวงพ่อเพชร ,      พระเจ้าเสือวีรกษัตย์ยอดนักสู้ และ เทพธิดาแห่งธัญญาหารตำนาแม่โพสพ  ใน  4 วัน  คือ ในวันที่ 22 25 28 และ 31 มกราคม 2563 

สำหรับหลวงพ่อเพชรเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยเชียงแสน หล่อด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์   มีพุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร  ชายสังฆาฏิหยักเป็นเขี้ยวตะขาบสั้นเหนือพระอุระ  เกตุบัวตูม  ขนาดหน้าตัก  กว้าง  2  ศอก  1  คืบ  6  นิ้ว  (1.40  เมตร)  สูง  3  ศอก  3  นิ้ว  (1.60  เมตร)  ประทับนั่งบนฐานดอกบัวบานหงายรองรับ  ต่อจากฐานโลหะเป็นแท่นชุกชี  หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งคือฐานชุกชี   มีลวดลายปิดทอง  ประดับกระจก  ผู้ชำนาญการได้ตรวจสอบแล้วหลายท่านได้ให้ความเห็นตรงกันว่า  องค์หลวงพ่อเพชรเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนรุ่นแรก  จัดสร้างขึ้นในระหว่างปีพ.ศ. 1660  ถึงปี พ.ศ.  1800นับอายุการสร้างจนถึงปัจจุบันนี้ประมาณ  900 ปี เป็นพระพุทธรูปที่ชาวพิจิตรและพุทธศาสนิกชนนิยมเดินทางมาสักการะจำนวนมาก


วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร เชิญเที่ยวงานนมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตร


จังหวัดพิจิตร พร้อมแล้วสำหรับการจัดงาน นมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตร ประจำปี 2563 ระหว่าง วันที่ 21- 31 มกราคม 2563  พร้อมเตรียมไฮไลท์การไหลเรือไฟประทีปนาวาบูชาหลวงพ่อเพชร แสงสีเสียง 3 เรื่องราว  ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพิจิตร
ที่ห้องประชุมหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครสวรรค์ และพระเมธีธรรมประนาท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง ร่วมแถลงข่าวถึงความพร้อมในการจัดงานนมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตร ซึ่งได้ดำเนินการจัดเป็นประจำทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2563  ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-31 มกราคม 2563  ณ บริเวณวัดท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของจังหวัดพิจิตร  ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพิจิตร  ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้นและในปี2563   ชมการไหลเรือไฟประทีปนาวาบูชาหลวงพ่อเพชร ประกอบแสงสีเสียง  
สำหรับกิจกรรม ในวันที่ 21 มกราคม 2563 จะมีการประกอบพิธีบวงสรวง และอธิษฐานจิตเสี่ยงทายดวงเมืองพิจิตร  เวลา 15.00 น.ชมขบวนบุปผาชาติสวยงามตระการตาจากทุกอำเภอ และ 3 เทศบาล ภายในงานชมการแสดงบนเวทีกลางน้ำ ชมฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทยทุกคืน การจัดนิทรรศการ จำหน่ายสินค้า OTOP
ส่วนไฮไลน์ของงาน คือการจุดประทีปนาวาบูชาหลวงพ่อเพชร ซึ่ง จะไหลเรือไฟ ตกแต่งประดับประดาด้วยตะเกียงกว่าแสนดวง  ในการไหลเรือไฟประทีปนาวาบูชาหลวงพ่อเพชร ซึ่งจะมีการไหลเรือ 4 วัน  ในวันที่ 22 25 28 และ 31 มกราคม 2563  จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวพิจิตร และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนประชาชนผู้สนใจเที่ยวชมงาน และร่วมทำบุญกับหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประจำเมืองพิจิตรอีกด้วย     ระหว่างวันที่ 21 ถึง 31 มกราคม 2563 ณ บริเวณ วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562

เครื่องลดฝุ่น PM2.5 อัตโนมัติฝีมือเด็กพิจิตร

เครื่องลดฝุ่นPM2 5อัตโนมัติ
นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร ก็สามารถผลิตเครื่องลดฝุ่น PM2.5อัตโนมัติ ได้สำเร็จ



นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคพิจิตรก็สามารถผลิตเครื่องลดละอองฝุ่นpm2.5ได้สำเร็จโดยเมื่อตรวจจับละอองฝุ่นพบก็จะสเปรย์น้ำฝอยละเอียดเพื่อให้ฝุ่นตกลงพื้นโดยอัตโนมัติและสามารถขยายพื้นที่ทำงานในบริเวณกว้างขึ้นได้
นาย สุทิวัส มหาวงศ์และนาย ปฎิภาณ โฉมงามดี 2 นักศึกษาชั้น ปวส.ปีที่2แผนกวิชาช่างอิเลคทรอนิกส์ของวิทยาลัยเทคนิคพิจิตรก็ร่วมกันประกอบเครื่องที่พวกเขาเรียกว่าAutomaticSmokeReductionหรือเครื่องลดฝุ่นควันอัตโนมัติขึ้นมาโดยพวกเขาบอกว่าแรงบันดาลใจที่สร้างเครื่องนี้ขึ้นมาก็เนื่องจากพบว่าในข่าวสารของสื่อมวลชนประชาชนในเขตภาคเหนือและเขตปริมลฑลกำลังประสบปัญหาเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือขนาดต่ำกว่าPM2.5
นายสุทิวัส มหาวงศ์ เปิดเผยว่าจากปัญหาดังกล่าวพวกเขาจึงได้ประดิษฐ์เครื่องตรวจจับละอองฝุ่นโดยเครื่องAutomaticSmokeReductionที่พวกเขาสร้างขึ้นมาจะมีเซ็นเซอร์จับละอองฝุ่นและเมื่อพบว่าฝุ่นมีปริมาณที่หนาแน่นมากกว่ากว่า95ไมโครกรัมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พวกเขาเขียนขึ้นมาก็จะสั่งให้ปั๊มน้ำที่อยู่ภายในตัวเครื่องฉีดพ่นละอองน้ำขนาดเล็กออกมาจับฝุ่นให้ตกลงพื้นและเมื่อฝุ่นละอองมีค่าต่ำกว่า95ไมโครกรัมเครื่องก็จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติโดยเครื่องAutomaticSmokeReductionใช้ต้นทุนผลิตเพียง3000กว่าบาทเท่านั้นและยังสามารถเขียนโปรแกรมให้เครื่องปล่อยละอองน้ำในพื้นที่กว้างๆได้อีกด้วย
ในขณะที่นางพัชรีย์ พรมแก้วงาม รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพิจิตรเปิดเผยว่าสิ่งประดิษฐ์ที่นักเรียนผลิตขึ้นสามารถใช้งานและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กได้จริงโดยเครื่องนี้สามารถนำไปติดตั้งหรือใช้งานภายในโรงงานเพื่อลดฝุ่นละอองได้แต่หากต้องการนำไปใช้ในพื้นที่กว้างก็สามารถที่จะต่อยอดประยุกต์การใช้งานก็ได้ด้วยเช่นกัน

วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิจิตรกระเจียวยักษ์เริ่มออกดอกบานพร้อมต้อนรับฤดูท่องเที่ยว

พิจิตรทีวี ข่าวพิจิตร



พิจิตรดอกกระเจียวยักษ์เริ่มบานพร้อมต้อนรับฤดูการท่องเที่ยวที่จะเปิดในวันที่ 9 สิงหานี้ พบความหลากหลายทางธรรมชาติกว่าร้อยชนิด ส้มกุ้ง สีสันสดใส ชวนมองของขวัญจากธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดชม

พิจิตรบรรยากาศการเตรียมความพร้อมบริเวณป่าชุมชนบ้านเขาโล้น หมู่ 6 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร  ในการเตรียมการเพื่อเปิดฤดูการท่องเที่ยวชมดอกกระเจียวยักษ์  คณะกรรมการป่าชุมชนเขาโล้น ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อใช้ในการประกอบพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวชมดอกกระเจียว  โดยนำวัสดุธรรมชาติ มาตกแต่งสถานที่ท่องเที่ยว  พร้อมร่วมกันสำหรับเส้นทางเดินเยี่ยมชมทุ่งดอกกระเจียว ที่ออกดอกในพื้นที่ภูเขาเกือบ 400 ไร่ ที่ในขณะนี้เริ่มออกดอก หลัง ฝนตกในพื้นที่   โดยลักษณะพิเศษของดอกกระเจียวที่เขาโล้นจะมีขนาดดอกใหญ่กว่ากระเจียวทั่วไป  2-3 เท่าตัว กลีบดอกสูงประมาณ 20 ซม. ชูช่อสีชมพู สลับสีขาว ตัดกับใบสีเขียว ซึ่งเมื่อออกดอกเต็มที่จะกระจายปกคลุมพื้นที่ด้านล่างของป่าชุมชนรอนักท่องเที่ยวในฤดูท่องเที่ยวชมดอกกระเจียวยักษ์ ที่จะเริ่มวันที่ 9 สิงหาคม 2562 นี้

นายเศรษฐกรณ์ นาศพัฒน์ ประธานป่าชุมชนบ้านเขาโล้น  ระบุ ว่า สำหรับพื้นที่ป่าชุมชนบ้านเขาโล้นนอกจากจะมีดอกกระเจียวยักษ์ ที่กำลังเริ่มออกดอก เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว ในวันที่ 9 สิงหาคม นี้  นอกจากนั้น  ยังเป็นมีพันธุ์ไม้นาๆชนิดกว่า 100 ชนิดให้ชม โดยเฉพาะ  ส้มกุ้ง หรือ องุ่นป่า ผลไม้ป่าที่หาชมได้ไม่ง่ายนัก แต่สามารถชมได้ที่ป่าเขาโล้น โดยในปีนี้ส้มกุ้ง ที่ออกลูกเป็นพวง คล้ายองุ่นไข่ปลา ขึ้นเป็นเถาในป่า จำนวนมาก  แต่ที่แตกต่างคือสีของส้มกุ้งที่มีสีผลสดใส  สีเขียว ชมพู แดง ส้ม ดำ ตามอายุของส้มกุ้ง เป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่มีให้ชมที่ป่าชุมชนบ้านเขาโล้น 

นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจสามารถชมความงามของดอกกระเจียวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมได้ ตามเส้นทางถนนสาย 11 ตากฟ้า-วังทอง แยกเข้าไปป่าชุมชนบ้านเขาโล้น  ประมาณ กิโลเมตร การเข้าชมใช้วิธีเดินเท้าระยะทางประมาณ กม. ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ นายเศรษฐกรณ์ นาศพัฒน์ประธานป่าชุมชนบ้านเขาโล้น โทร 087-0010525 นายวิชัย บัวสร้อย รองประธานป่าชุมชนบ้านเขาโล้น 089-2205700

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2562

ตลาดโบราณแลกเบี้ย สงกรานต์วิถีไทย


11 เมษายน 2562 เทศกาลมหาสงกรานต์ปีนี้ จะพาไปชมตลาดโบราณ ที่บรรดาแม่ค้า กว่า 60 ร้าน สวมชุดไทยนำอาหารมาจำหน่ายในตลาดโบราณ ที่ใช้เงินแลกเบี้ยหอย ไปเลือกซื้ออาหารจำลองเป็นตลาดโบราณ

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558

หลวงพ่อเงิน เนื้อกระดาษ ไปรษณีย์ไทยทำพิธีปลุกเสกแสตมป์เพื่อความเป็นสิริมงคล


      บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดพิธีปลุกเสกแสตมป์ ชุดหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล กับประชาชน ซึ่งจะนำออกจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

          ที่วัดบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร นางสมร เทิดธรรมพิบูล รักษาการกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกอบพิธีจุดเทียนชัย เพื่อทำการปลุกเสกแสตมป์ชุดหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ซึ่งมีบริษัท ไปรษณีย์ไทย ได้จัดสร้างขึ้นมา โดยภายในแสตมป์ มีพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยม ปั๊มเป็นรูปนูนองค์พระ และเคลือบวานิช นอกจากนั้น ยังใส่หมึกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สีฟ้าที่ภาพยันต์บนพื้นแบ็คกราวด์ ของภาพแสตมป์ เมื่อส่องด้วยแสง ยูวี แล้วจึงจะปรากฏให้เห็นภาพยันอย่างชัดเจน   โดยกำหนดจำหน่ายในราคาดวงละ 9 บาท ใน 1 แผ่นมีตราไปรษณีย์ จำนวน 20 ดวง  โดยมีการพิมพ์เพียง 1 ล้านดวง เท่านั้น


          สำหรับ หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เป็นหนึ่งในพระเกจิชื่อดังของเมืองไทย และเป็นที่นิยมในวงการพระเครื่อง  โดยพระบางรุ่น มีราคาหลักหลายสิบล้านบาท โดยหลวงพ่อเงินเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน การที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย มาทำการปลุกเสก ภายในพระอุโบสถวัดบางคลาน ก็เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล โดยจะออกจัดจำหน่ายในวันแรกในวันที่ 1 ธันวาคม 2558 นี้ที่ไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศไทย






วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อดีตพนักงานรถไฟ สวนกระแส ขายก๋วยเตี๋ยว ชามละ 10 บาท


          อดีตพนักงานรถไฟลาออกจากงานสวนกระแสเศรษฐกิจเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรือชามละ 10 บาท พร้อมจัดโปรโมชั่น รับประทาน 10 ชาม ฟรี 1 ชาม รับประทาน 30 ชาม ฟรี น้ำอัดลม 1 ลิตร ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน เกษตรกร และเยาวชนที่มีรายได้น้อย



          ที่บ้านหัวดง ตำบลหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร นายธนบูรณ์ ชูดอก อายุ 58 ปี อดีตพนักงานการรถไฟไทย ได้ลาออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่รถไฟ เปิดกิจการขาย"ก๋วยเตี๋ยวเรือชาละวัน"บริเวณหน้าบ้านพักอาศัย โดยได้สวนกระแสในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว จำหน่ายก๋วยเตี๋ยวเรือให้กับลูกค้าในราคาชามละ 10 บาท


          โดยทางร้านได้ถูกออกแบบเป็นเพิงร้านค้ามีโต๊ะไว้รองรับประชาชนที่เข้ามารับประทานก๋วยเตี๋ยว จำนวนกว่า 10 โต๊ะ ซึ่งทางร้านจำหน่ายในราคาแบบธรรมดา ชามละ 10 บาท  ส่วนแบบพิเศษจะขายในราคา 20 บาท ซึ่งส่วนผสมของก๋วยเตี๋ยวเรือราคา 10 บาท จะประกอบไปด้วย เส้นก๋วยเตี๋ยว ผัก เนื้อหมูหมัก จำนวน 2 ชิ้น ตับ 1 ชิ้น และลูกชิ้น จำนวน 1 ลูก มีทั้งแบบน้ำตกและแบบแห้ง เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกรับประทาน พร้อมจัดโปรโมชั่น รับประทาน 10 ชาม ฟรี 1 ชาม รับประทาน 30 ชาม ฟรี น้ำอัดลม 1 ลิตร ซึ่งจะมีลูกค้าเข้ามารับประทาน ถึงวันละ 200- 300 ชาม ต่อ 1 วัน



          นายธนบูรณ์ ชูดอก เจ้าของร้าน กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองได้ลาออกมาจากการเป็นพนักงานรถไฟ จึง ได้เปิดร้ายก๋วยเตี๋ยวเรือ ได้ระยะเวลา 5 เดือน ซึ่งในตอนแรกจะขายชามละ 25-30 บาท แต่ช่วงที่เศรษฐกิจ ชะลอตัวจึงสวนกระแสขายชามละ 10 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน หากเด็กๆที่ขอเงินจากผู้ปกครองมา 10 บาท ก็ยังสามารถรับประทานได้ รายได้จาการขายก็จะพออยู่ได้  ลูกค้าส่วนใหญ่จะทานได้ เต็มที่ 4 -5 ชาม


          นางอัพวรรณ น้ำดอกไม้ ลูกค้าที่มาอุดหนุนประจำ บอกว่า มีรสชาติที่อร่อยและราคาถูก สมกับปริมาณก๋วยเตี๋ยว ที่ทางร้านค้าให้ ซึ่งส่วนใหญ่ จะมากินได้ 3-4 ชามเท่านั้น

          สำหรับ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชาละวัน จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00- 17.00 น. ของทุกวัน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ 3-4 คน คอยให้บริการ ในช่วงวันหยุดจะมีประชาชนและเยาวชนเข้ามารับประทานกันจำนวนมาก



วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ข้าวเม่าพอก "เงินล้าน" กับ ประเพณีแข่งเรือยาว


                การแข่งขันเรือยาว ถือว่าเป็นกีฬายอดนิยมของจังหวัดพิจิตร ซึ่งมีสนามมาตรฐานในการแข่งขันกว่า 50 สนาม นอกจากความสนุกสนานของการแข่งขันเรือยาวแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คู่กับงาน อาหารอร่อยประจำถิ่นของแต่ละแห่ง เช่นที่วัดหาดมูลกระบือ ตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ขนมขึ้นชื่อ คือ "ข้าวเม่าพอก" ขนมไทยแสนอร่อย ที่ทุกคนมาเยือนต้องแวะชิมรส


                ชาวบ้านจาก 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลไผ่ขวางและตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  ต่างร่วมแรงร่วมใจผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่ในการทำ"ข้าวเม่าพอก"ขนมไทยรสชาติอร่อยขึ้นชื่อของวัดหาดมูลกระบือ เพื่อนำออกจำหน่ายให้กับประชาชนที่มาเที่ยวชมงานประเพณีแข่งขันเรือยาวในสนามต่างๆของจังหวัดพิจิตร ราคาจำหน่าย แพละ 25 บาท เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวชมแข่งเรือเพื่อบริโภคและยังเป็นของฝาก แต่ละปีจะสร้างรายได้ให้กับวัดเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท



                ประวัติความเป็นมาของข้าวเม่าพอกวัดหาดมูลกระบือ เริ่มต้นเมื่อปีพุทธศักราช 2503 ประชาชนในพื้นที่จะนำข่าวเม่าพอกมาถวายวัดซึ่งจะมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูการแข่งขันเรือยาวประเพณี ต่อมา "คุณยายเพรา นครพุ่ม"แม่ค้าขายขนมข้าวเม่าพอกที่หน้าวัดหาดมูลกระบือ ได้ริเริ่มการทอดเพื่อจำหน่าย นำรายได้มอบให้กับวัด เนื่องจากเห็นว่าประชาชนที่มางานต้องการที่จะลิ้มรสข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบือ "พระครูพิเชษฐธรรมคุณ" อดีตเจ้าอาวาส จึงได้รวมกลุ่มชาวบ้าน 30-100 คน ทำข้าวเม่าพอกจำหน่าย เพื่อนำเงินที่ได้มาร่วมจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวซึ่งจะต้องใช้ทุนเป็นจำนวนมาก งานประเพณีแข่งขันเรือยาววัดหาดมูลกระบือจะจัดช่วงกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี และใช้ในการบูรณศาสนสถานของวัด ตั้งแต่นั้นมา จึงเกิดเป็นประเพณีก่อนวันงานใหญ่ ชาวบ้านจะมาช่วยกันทำข้าวเม่าพอกที่วัดและจำหน่ายในงานแข่งขันเรือยาวของวัดหาดมูลกระบือเองและวัดต่างๆกว่า 10 วัด ที่มีการจัดการแข่งขันเรือยาว ทั้งในเขตจังหวัดพิจิตรและจังหวัดพิษณุโลก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับวัด โดยปีที่ผ่านมามีรายได้เข้าวัดกว่า 1,00,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)

                นางปาน เปียพัฒน์  อายุ 80 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลไผ่ขวาง ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่บุกเบิกการทำข้าวเม่าพอก กล่าวว่า ตนเองร่วมกับเพื่อนบ้านมาช่วยกันทำขนมข้าวเม่าพอกเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 12 ปี การมาช่วยกันทำขนมข้าวเม่าพอกเป็นการรวมใจกันของชาวบ้านเพื่อทำบุญหารายได้เข้าวัด ในแต่ละปีจะจำหน่ายทั้งที่วัดหาดมูลกระบือเองและวัดต่างๆที่มีการจัดการแข่งขันเรือยาวประมาณ 10 วัด ก็จะมีรายได้เข้าวัดกว่า 1 ล้านบาท  สำหรับวัตถุดิบที่ใช้ก็จะมีทั้งการบริจาคจากชาวบ้านและวัตถุดิบที่วัดต้องจัดซื้อ  เหตุผลที่ข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบืออร่อย น่าจะมาจากความสด ถึงเครื่อง แต่ละปีเราต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมาก เช่น มะพร้าวต้องใช้ประมาณ 16,000 ลูก กล้วยไข่ ประมาณ 20,000 หวี

                สำหรับการทำขนมข้าวเม่าพอกเพื่อจำหน่ายในงานแข่งขันเรือยาวเป็นสิ่งที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตเจ้าอาวาสรูปเดิม "พระครูพิเชษฐธรรมคุณ" ซึ่งมรณภาพไปเมื่อสามปีที่ผ่านมาปัจจุบันคณะศิษย์ได้เก็บสังขารไว้ในโลงแก้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกที่สังขารไม่เน่าไม่เปื่อย ผิวพรรณยังคงมีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ปกติทั่วไปไม่แห้งหรือยุบ เส้นผม ขนตา เล็บ ยังคงอยู่ครบ เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

                 และนี่คือ "ข้าวเม่าพอก" ขนมไทยที่นอกจากจะสร้างความอิ่มอร่อยให้กับผู้ที่ลิ้มรสแล้ว ยังสร้างบุญให้กับผู้บริโภค เนื่องจากรายได้นำไปใช้ในการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานและการบูรณะศาสนสถานของวัด จึงนับได้ว่าเป็นขนมที่แฝงไว้ด้วยประโยชน์ ทั้งความสามัคคีจากความร่วมมือของชาวบ้าน การสืบสานประเพณีแข่งขันเรือยาว  การร่วมทำนุบำรุงพระศาสนา การรักษาวัฒนธรรมการทำขนมไทย และความอิ่มอร่อยของผู้รับประทาน และผู้ที่ได้รับเป็นของฝาก "อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งบุญ"

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

เรื่องน่ารู้ “ยกธงประกาศเลิกสงกรานต์อย่างเป็นทางการ”


         ชาวบ้านในจังหวัดพิจิตร จัดพิธีแปลกหนึ่งเดียวที่แทบจะเหลือเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย  จัดงาน “ยกธงประกาศเลิกสงกรานต์อย่างเป็นทางการ” เริ่มต้นการทำมาหากินแบบปกติอีกครั้งพร้อมประกาศให้ประเพณียกธงเป็นประเพณีประจำจังหวัด



       ชาวบ้านในจังหวัดพิจิตร ก็จัดงานที่สืบทอดกันมายาวนาน แทบจะเหลือเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ขึ้น โดยมีชื่องานว่า งานประเพณี ยกธงเลิกสงกรานต์   เป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษที่ชาวบ้านได้ร่วมกันอนุรักษ์เอาไว้ โดยความร่วมมือกันของผู้คนในตำบลนั้นๆซึ่งจะประกอบด้วยหลายๆหมู่บ้าน เมื่อการยกธงเลิกสงกรานต์  มีขึ้นก็หมายถึงวันสงกรานต์ที่หมู่บ้านนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว และชาวบ้านก็จะเริ่มทำไร่ทำนากันต่อไปตามแบบวิถีชาวบ้าน



       โดยชาวบ้านจะนำคันธงหรือเสาธงและธงที่แต่ละหมู่บ้านเตรียมเอาไว้แห่มาที่วัดหนองโสน  อำเภอสามง่าม  พร้อมทั้งแห่ธงรอบพระอุโบสถ  3  รอบก่อนจะนำไปปักลงหลุมที่เตรียมขุดเอาไว้ การแห่ธงของแต่ละหมู่บ้านนั้นก็จะมีเครื่องเป่าและรำวงกันอย่างสนุกสนาน ในตอนที่จะนำธงไปปักลงหลุมนั้นบางทีก็จะมีการแกล้งกันเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายนำธงไปปักได้ง่ายๆ แกล้งกันพอหอมปากหอมคอ โดยชาวบ้านพยามแกล้งไม่ให้เจ้าของธง ปักธงได้ง่ายบางปีถึงกับเสาธงหรือไม้ไผ่หัก โดยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน ได้จัดทำธงหลวง ที่มีความยาว เกือบ 100 เมตร โดยภายในธงแต่ละธงทั้งของชาวบ้านและของ อบต. จะมีการ นำเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ติดไว้ที่ธง ซึ่งเครื่องใช้เช่น สบู่ ยาสีฟัน  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะถวายพระ เพื่อใช้ในกิจวัตรประจำวันของสงต่อไป ส่วนผ้าม่าน ผ้าแพร เสื่อ นวม และผ้าชนิดต่างๆ ที่ นำมาทำเป็นธงนั้น ก็จะถวายวัด เพื่อใช้ในงานพิธีต่างในพระพุทธศาสนาต่อไป