รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แม่น้ำยม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แม่น้ำยม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร ล่าสมบัติแม่น้ำยม


พิจิตรแม่น้ำยมตอนบน เขตรอยต่อ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก แห้งจนเห็นสันดอนพื้นทรายกลางแม่น้ำ ขณะที่ ระดับน้ำลดลง ส่งผลกระทบปลาหน้าวัดเขตอภัยทาน ขาดน้ำ  ขณะที่ ชาวบ้านรวมตัวออกหาสมบัติ โดยใช้เครื่องตรวจวัตถุ  ในแม่น้ำยมที่แห้งขอด พบของมีค่าเก่า เหรียญเก่า ของสะสม 
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า”  ระดับน้ำในแม่น้ำยม ในพื้นที่ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เขตติดต่อ กับ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยแม่น้ำยม ลดลงอย่างรวดเร็ว จนเห็นสันดอนกลางแม่น้ำ และหาดทรายบริเวณท้องแม่น้ำ ขณะที่แหล่งน้ำในแม่น้ำยม หน้าวัดศรีศรัทธาราม ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ระดับน้ำได้ลดลงเหลือเพียง 30 เซนติเมตร ชาวบ้านเกรงว่า หากระดับที่ลดลง จะส่งผลกระทบกับแหล่งปลาหน้าวัด  และชาวบ้าน 2 ริมฝั่งแม่น้ำยม ที่เกรงว่าน้ำต้นทุนจะไม่เพียงพอ ต่อการน้ำอุปโภค และน้ำบาดาลใต้ดิน ใช้ผลิตประปา ที่ลดระดับลง  ซึ่งน้ำในแม่น้ำยมที่แห้งเร็วกว่าทุกปี
ในส่วนที่ บริเวณแม่น้ำยม หมู่ที่ 2  บ้านวังแดง อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร  ซึ่งประสบปัญหาแม่น้ำยมน้ำแห้งขอดจนเห็นผืน ทรายท้องแม่น้ำเป็นแนวยาว     ชาวบ้านจากอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกันกับจังหวัดพิจิตร พลิกวิกฤติเป็นโอกาสรวมตัวกันออกหาสมบัติของมีค่า ในแม่น้ำยมที่แห้งขอด   ในแม่น้ำยมที่แห้งขอด  โดยใช้เครื่องตรวจจับโลหะ ที่ฝังอยู่ใต้ทองแม่น้ำยม   ซึ่งเมื่อเครื่องตรวจจับโลหะ แสดงตัวเลข และ เสียง พบโลหะ จะใช้ จอบขนาดเล็ก ขุดตรงที่หาวัตถุเจอ  ซึ่งก็พบของมีค่า ทั้งทองรูปพรรณ พระเครื่อง  เหรียญสตางค์ในสมัยต่าง และเครื่องรางของมีค่าต่างๆ จำนวนมาก เช่น เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับนักสะสมและผู้ชื่นชอบเป็นการสร้างรายได้ในช่วงที่น้ำลด
นาย อุเทน พูลสวัสดิ์  ชาวอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก  ชาวบ้านที่ออกหาของมีค่า กล่าวว่า เป็นชาวอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ร่วมตัวกัน 3-4คน เพื่อออกมาหาของมีค่าในแม่น้ำยมที่แห้ขอด โดยจะเลือกบริเวณที่เคยเป็นจุดที่เป็นชุมชนในอดีต ที่บางจุดเป็นที่ตั้งของเรือนแพ เพื่อหาของมีค่า โดยครั้งนี้สิ่งที่พบ ส่วนมากจะเป็นเหรียญสตางค์รู  ในสมัยต่าง พระเครื่อง ถ้าโชคดี จะพบทั้งทองรูปพรรณ ต่างหู  ซึ่งจมประปนอยู่กับกวดทรายบริเวณท้องแม่น้ำ มีมูลค่าหลายหมื่นบาท

สำหรับแม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่อำเภอของจังหวัดพิจิตร คือ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และ อำเภอโพทะเล ล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงอย่างรวดเร็ว จนแห้งขอดลง จนเห็นพื้นทรายในแม่น้ำยม  โดยเฉพาะ ในเขตอำเภอสามง่าม  และ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ทั้งในช่วงตอนบน และ ตอนกลางของแม่น้ำยม ที่ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปลายปี




วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563

ตายเกลื่อน แม่น้ำยมแห้งต่อเนื่อง



พิจิตรแม่น้ำยมแห้งต่อเนื่อง ส่งผลให้ สัตว์น้ำ ที่อาศัยบริเวณแหล่งน้ำหน้าวัดเขตอภัยทาน  โดยเฉพาะหอย ที่อาศัยในแหล่งน้ำในแม่น้ำยม ขึ้นตายเกลื่อน ส่งผลระบบนิเวศน์ทางน้ำ เสี่ยงสูญพันธุ์ ขณะที่เกษตรกรปลูกแตงโม พืชใช้น้ำน้อยแทนการทำนาในช่วงหน้าแล้ง ประสบปัญหาหลังราคาแตงโมตกต่ำ
วันที่ 28 มกราคม 2563 สถานการณ์ภัยแล้งในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร ยังคงส่งผลกระทบ โดยเฉพาะแม่น้ำยมในพื้นที่เขตอภัยทาน หน้าวัดศรีศรัทธาราม  ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อจากอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน ยังคงแห้งขอด ตลอดทั้งลำน้ำ ส่งผลกระทบกับสัตว์น้ำ โดยเฉพาะบรรดาหอยกาบ ที่อาศัยอยู่จำนวนมาก อยู่บริเวณหน้าวัดขาดน้ำ ขึ้นมาตายเกลื่อนในท้องแม่น้ำยม  เนื่องจากระดับน้ำได้แห้งขอด และ มีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น อย่างต่อเนื่อง  ส่งผลกับระบบนิเวศน์ทางน้ำ และ สัตว์น้ำในแม่น้ำยม เสี่ยงสูญพันธุ์


ซึ่งล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงเหลือเพียงแอ่งน้ำเพียงเล็กน้อย ที่ยังพอมีน้ำให้สัตว์น้ำ ปลา และ หอย ได้อาศัยอยู่  ชาวบ้านเกรงว่า หากระดับที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม   จะส่งผลกระทบกับแหล่งสัตว์น้ำหน้าวัด ตายหมดเสี่ยงสูญพันธุ์ และชาวบ้าน ริมฝั่งแม่น้ำยม ที่เกรงว่าน้ำต้นทุนจะไม่เพียงพอ ต่อการน้ำอุปโภค และน้ำบาดาลใต้ดิน ใช้ผลิตประปา ที่ลดระดับลง  ซึ่งน้ำในแม่น้ำยมที่แห้งเร็วกว่าทุกปี


ขณะที่เกษตรกร ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ที่หันปลูกแตงโมแทนการทำนาในช่วงหน้าแล้งในพื้นที่ ทำการเก็บผลผลิตลูกแตงโม เพื่อนำมาขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อ แต่ก็ต้องกำลังประสบปัญหาเรื่องของราคาแตงโมที่กำลังตกต่ำเหลือแค่กิโลกรัมละ5บาท  แต่ก็ต้องจำใจต้องขายเพราะถึงเวลาตัดถ้าไม่ตัดขายอาจจะทำให้ลูกแตงโมเน่าเสียคาต้นส่งผลให้ขาดทุนในการปลูก หลายหมื่นบาท 
นางเพ็ญ คะระนันท์ เกษตรกรตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า”  ตนเองปลูกแตงโมในพื้นที่กว่า10ไร่โดยลงทุนไปทั้งหมดกว่า 1 แสนบาทโดยบอกว่าราคาของแตงโมในปีนี้ตกต่ำมากเลยเหลือแค่กิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งแตกต่างจากปีที่ผ่านมา  แต่เกษตรกรก็ต้องจำใจที่ต้องตัดแตงโมขายในราคาที่ถูก เพราะถ้าไม่ตัดขายอาจจะทำให้ลูกแตงโมเน่าเสียหายขาดทุนเสียหายมากไปกว่านี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางช่วยเหลือ หลังจากที่รณรงค์ป,กพืชใช้น้ำน้อยแทน แต่ ผลผลิจออกมากับเจอปัญหาราคาตกต่ำ 

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร เตรียมงบ6ล้านซ่อมแซมเขื่อนยางจระเข้ผอมกักเก็บน้ำ



ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์    ลงพื้นที่ตรวจเขื่อนยางบ้านจระเข้ผอม หลังจากใช้การเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมไม่ได้มาหลายปี  สนับสนุนงบประมาณ 6 ล้าน ซ่อมแซม พร้อมเร่งเขื่อนกั้นน้ำในแม่น้ำยม แก้ปัญหาระยะยาว

วันที่ 13 มกราคม 2562 นาย นราพัฒน์ แก้วทอง   ผู้ช่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   พร้อมคณะ ได้เดินทางมาที่บริเวณ เขื่อนยางในแม่น้ำยม บ้านจระเข้ผอม หมู่ที่ 1 ตำบลรังนก อำเภอ สามง่าม จังหวัดพิจิตร  ตรวจสอบสภาพความเสียหาย ของเขื่อนยาง หลังจาก ได้ก่อสร้างเมื่อปี  2554 เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม  แต่เขื่อนยางไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ โดยเฉพาะตัวยางที่ขาดชำรุดไม่สามารถพองน้ำได้ มาหลายปี แต่ยังไม่มีการซ่อมแซม จนกระทั้งไม่สามารถกักเก็บน้ำ ในแม่น้ำยมทำให้เกษตรกร ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถ  กักน้ำไว้ใช้อุปโภค-บริโภค และ ทำการเกษตรได้

โดยระหว่างที่ลงพื้นที่  มีเกษตรกรชาวนาจำนวนมาก   ได้ เกษตรกรชาวนาจาก ตำบลรังนก  ตำบลกำแพงดิน  ตำบล สามง่าม  จำนวนมาก  ได้เข้ามาเจรจาเพื่อขอ ให้ ทาง กระทรวงเกษตรกรช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา เรื่อง แก้ปัญหาเรื่องน้ำและเรื่องเขื่อนยาง เนื่องจากขณะนี้   ข้าวของเกษตรกรชาวนาหลายพันไร่  นั้น  กำลังได้รับความเดือดร้อนประสบปัญหาภัยแล้ง  และได้รับความเสียหายจากข้าวขาดน้ำ   บางส่วน ยืนต้นตายบางส่วน  กำลังขาดแคลนน้ำ
ซึ่งในเบื้องต้น นายนราพัฒน์   ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เจรจากับเกษตรกรชาวนาตำบลสามง่าม ตำบลรังนก และตำบลกำแพงเดิน ว่า หลังจาก  มีการประชุม สภา และ งบประมาณ ผ่าน   ซึ่ง  พิจิตรได้รับงบประมาณ จำนวน 6  ล้านเพื่อซ่อมแซมเขื่อนยางจระเข้ผอม ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ซ่อมแซมตัวเขื่อนยาง ให้มีแข็งแรงทนทาน กักเก็บน้ำได้  เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน นอกจากนี้ในการแก้ปัญหาระยะยาว ที่มีการสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำยม  ที่ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง   เนื่องจากการก่อสร้างล่าช้า  จริงแล้วจะต้องแล้วเสร็จในปี 62 ซึ่งมีปัญหาเรื่องเวนคืนที่ดิน และการออกแบบ ซึ่งคงจะต้องเร่งให้เสร็จในเร็วๆ นี้   ในส่วนส่วนเขื่อนตำบล ไผ่ท่าโพ เตรียมบรรจุจุ ในปี งบประมาณ ในปี 64ในการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในลุ่มแม่น้ำยม

วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร แม่น้ำยมแห้งเขื่อนยางเก็บน้ำไม่ได้


พิจิตรแม่น้ำยมแห้งต่อเนื่อง ขณะที่เขื่อนยางในพื้นที่แม่น้ำยมยังไม่สามารถพองตัวยางเก็บกักน้ำได้ เนื่องจากตัวเขื่อนยางชำรุดเป็นเวลานาน ส่วนหนึ่งสาเหตุ ที่ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ ทำให้แม่น้ำยมแห้งเร็วกว่าปกติ   ขณะที่ชาวนา ลงทุนกว่า 50,000 บาท เจาะบ่อบาดาลแลกน้ำ
วันที่ 11 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า” สถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม ที่ไหลพื้นที่จังหวัดพิจิตรในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และ อำเภอโพทะเล  ซึ่งมีระดับน้ำในแม่น้ำยมลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่บริเวณเขื่อนยางบ้านจระเข้ผอม ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร หลังจากที่ฝายยางดังกล่าวยังไม่สามารถที่จะพองตัวยางขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำได้  เนื่องจากตัวเขื่อนยางซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกักเก็บน้ำเกิดการชำรุดเสียหาย ไม่สามารถพองตัวเก็บน้ำได้ จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ไม่สามารถเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมได้ จึงทำให้แห้งเร็วกว่าทุกปี   ถึงแม้ชาวบ้าน  จะนำกระสอบทรายมากั้นบนสันเขื่อน แต่ยังไม่สามารถเก็บน้ำได้  จนทำให้ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนยางไหลลง สู่แม่น้ำยม ด้านล่าง  จนทำให้พื้นที่ทางตอนบน โดยเฉพาะอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ หน้าแล้งได้ ส่งผลให้แห้งตลอดแม่น้ำยม   
โดยเขื่อนยางบ้านจระเข้ผอม ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2554  งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 287 ล้านบาท ขนาดความสูงของตัวฝายยาง 2.50 เมตร ความยาว 74 เมตร วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างเพื่อใช้เก็บกับสำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาที่มีจำนวนมาก รวมไปถึงรักษาระบบนิเวศน์ เนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีระบบเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ เหมือนกับแม่น้ำสายอื่นๆ แต่ที่ผ่านมาประสบปัญหาตัวฝายยางชำรุดเสียหายจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่    เนื่องจากการฉีกขาดของตัวฝายยางที่เกิดจากกิ่งไม้และสิ่งของที่ลอยมากับน้ำชนกับตัวฝายยางจนเกิดการเสียหายจนเป็นปัญหาในการเก็บกักน้ำที่ไม่สามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพ
ขณะที่ ชาวนาในพื้นที่ ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ชาวนาต้องลงทุนว่าจ้างในการเจาะบ่อบาดาลที่บริเวณนาข้าวเพื่อสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาเลี้ยงต้นข้าว หลังประสบปัญหาภัยแล้งแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งจนหมด ชาวนาต้องดิ้นรนหาแหล่งน้ำด้วยการลงทุนว่าจ้างผู้รับเหมา เป็นเงิน กว่า หมื่นบาท ทำการเจาะบ่อบาดาล ความลึกลงไปในใต้ดิน 60 เมตร เพื่อสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาเป็นน้ำต้นทุนหลังจากสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงต่อเนื่อง จนไม่สามารถหาแหล่งน้ำอื่นได้   ถึงแม้จะเป็นการลงทุนที่สูง แต่ชาวนาก็จำเป็นต้องทำ เพื่อหาน้ำใต้ดินขึ้นมาล่อเลี้ยงต้นข้าวที่อายุได้เพียง1เดือน เพื่อรอดพ้นจากภัยแล้ง ส่งผลกระทบ ต้นข้าวที่ลงทุนปลูกไว้ประสบปัญหาขาดน้ำ  ชาวนาจึงต้องลงทุนเจอะบ่อบาดาลซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการทำนา เพื่อแลกกับน้ำมาล่อเลี้ยงต้นข้าว


วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตรแม่น้ำยมแห้งเหลือน้ำเป็นบ่อลึกสุดท้ายของหมู่บ้าน


พิจิตรแม่น้ำยมในพื้นที่ตอนบนแห้งขอดจนเห็นผืนทราย เหลือเพียงแอ่งน้ำที่พอเหลือน้ำเป็นแหล่งสุดท้าย ของหมู่บ้าน   เกษตรกรเร่งต่อท่อสูบน้ำที่เหลือใช้ในการทำการเกษตร ขณะที่ทางจังหวัดพิจิตร ขอร่วมมือเกษตรกรงดทำนาปรังแล้ว ติดตามแนวทางการช่วยเหลือ โดนเฉพาะน้ำอุปโภค-บริโภค
วันที่ 8 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า” สภาพของแม่น้ำยม ที่ไหลผ่าน แห้งขอดลงตลอดทั้งลำน้ำ โดยเฉพาะ ที่บริเวณหมู่ที่ 1 บ้านจระเข้ผอม  ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม  จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนบนของแม่น้ำยมในพื้นที่จังหวัดพิจิตร  ปริมาณน้ำในแม่น้ำยม ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก แห้งจนเห็นผืนทรายในท้องแม่น้ำยม    เหลือเพียงแหล่งน้ำที่เป็นบ่อน้ำลึก ที่ยังพอมีน้ำหลงเหลืออยู่เป็นแหล่งน้ำสุดท้ายของหมู่บ้าน ให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านใช้ในการอุปโภคใช้น้ำ 

ขณะที่ เกษตรกรต้องต่อท่อสูบน้ำที่เหลืออยู่ในแม่น้ำยม  เพื่อใช้ทำการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่ทำการเพาะปลูกตลอดแนวริมฝั่งของแม่น้ำยม    ในพื้นที่ อำเภอของจังหวัดพิจิตร ได้แก่ อำเภอสามง่าม  โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล  ความยาว 127 กิโลเมตร  และจากสถานการณ์แม่น้ำยมที่ลดระดับและแห้งขอดอย่างรวดเร็ว  เริ่มส่งผลกระทบกับประชาชนและเกษตรกร เนื่องจากไม่มีน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวที่ยังมีการลงมือเพาะปลูกตลอดทั้งสองฝั่งแม่น้ำยม  รวมไปถึงน้ำในการอุปโภค  และระบบนิเวศน์สัตว์น้ำที่จะขาดที่อยู่อาศัยจากน้ำที่แห้งขอด

ล่าสุด นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เรียกหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมหาแนวทางการช่วยเหลือ และเฝ้าระวังพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค พร้อมเร่งสำรวจ พื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อให้การช่วยเหลือ

นาย สิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า”  จังหวัดพิจิตรได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งเช่นเดียวกับทุกจังหวัด ซึ่งได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำนาปรังแล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอ   ต่อการทำการเกษตร โดยเฉพาะการทำนา ซึ่งจะเสี่ยงผลผลิตเสียหายและขาดทุนได้ ยกเว้นเกษตรกรที่มี น้ำบาดาลในพื้นที่ของตนเอง โดยทางจังหวัดพิจิตรได้รับคำสั่ง จากรัฐบาล ให้แต่จังหวัดดูแลไม่ให้มีปัญหาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคโดยเด็ดขาด หากหมู่บ้านใดที่น้ำประปาไม่เพียงพอ ได้เตรียมการทั้งในระดับอำเภอและจังหวัดที่จะต้องช่วยกันแก้ปัญหา เช่น การสนับสนุนรถแจกจ่ายน้ำ การเจาะบ่อบาดาลเพิ่ม ส่วนการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ทางคณะกรรมการจะมีการประชุมติดตามสถานการณ์ของทั้ง 12 อำเภอ ว่ามีอำเภอใด ตำบลใดบ้างที่มีปัญหาภัยแล้งเข้าหลักเกณฑ์ที่จะประกาศภัยก็จะให้การช่วยเหลือโดยทันที
นอกจากนี้ ทางจังหวัดพิจิตร ได้รับรายงาน  มีประชาชน  ได้รับผลกระทบ แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ที่ 10 ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร  ระบบน้ำประปาไม่เพียงพอต่อการบริโภคและอุปโภค แนวทางแก้ไขเทศบาลตำบลเขาทราย นำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายถังกลางหมู่บ้านสัปดาห์ละ ครั้ง นอกจากนี้พื้นที่ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี พื้นที่ทำนาปรังใน  หมู่บ้านได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแล้ว  เบื้องต้นทางจังหวัดพิจิตร ได้ให้หน่วยงานเร่งออกสำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป  

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร แล้งเลี้ยงควายในแหล่งน้ำสุดท้าย


พิจิตรแม่น้ำยมวิกฤติ เกษตรกรนำควายลงไปเลี้ยง ในแหล่งน้ำสุดท้าย ที่เหลืออยู่  หลังแหล่งน้ำแห้งขอด วอนหน่วยงานเร่งระบายน้ำช่วยเกษตร
วันที่ 25 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตร  ล่าสุดระดับน้ำได้แห้งขอดลง เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือในพื้นที่หมู่ 11 บ้านวังปลาทู ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม  จังหวัดพิจิตร นำกระบือที่เลี้ยงไว้จำนวน 40 ตัว ต้อนลงเลี้ยงเล่นน้ำ ในแอ่งน้ำที่เหลือเพียงแอ่งเล็กๆ เพื่อแช่น้ำคลายร้อน หลังแหล่งน้ำในแม่น้ำยม ที่เหลือระดับไม่ลึก เพียง 20 เซนติเมตร   ส่งผลกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ เนื่องจากคาดว่าแอ่งน้ำที่มีอยู่  ไม่เพียงพอ และจะแห้งลงก่อน ถึงฤดูร้อนที่จะมาถึง   
โดย นางสมใจ จันทร์ปาน เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ บ้านวังปลาทู ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม  จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า “ ปีนี้สถานการณ์ภัยแล้งที่ต่อเนื่องรุนแรง แหล่งน้ำในแม่น้ำยมแห้งเร็วกว่าทุกปี เนื่องจากเกษตรกรชาวนาเร่งสูบขึ้นมาทำนา  ส่งผลกระทบกับการเลี้ยงกระบือของเกษตรกร  เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ไว้สำหรับเลี้ยงและให้กระบือ นอนปลักน้ำ  โดยน้ำแอ่งเล็กๆ ระดับน้ำไม่พ้นตัวกระบือ ที่นอนแช่น้ำ ที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวที่มีอยู่  คาดว่าลดระดับลงจนแห้ง ไม่พ้นฤดูร้อน  ที่จะมาถึง
สำหรับแม่น้ำยม ที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตร 4 อำเภอ คือ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และ อำเภอโพทะเล  ปัจจุบัน ระดับในแม่ยม แห้งลงเกือบตลอดระยะทาง  127 กิโลเมตร  ซึ่งอยากให้ทางหน่วยงาน เร่งระบายน้ำมาช่วยเกษตรกร หากเป็นอย่างนั้นก็จะส่งผลกระทบกับการเลี้ยงกระบืออย่างแน่นอน  ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงหญ้าธรรมชาติที่มีน้อยลงจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ทำให้ให้หญ้าธรรมชาติตายจนหมด




วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

พิจิตรวิกฤติแม่น้ำยมไหลผ่านหมู่บ้านเหลือน้ำเพียงเล็กน้อย

พิจิตรทีวี ข่าวพิจิตร



พิจิตรวิกฤติ แม่น้ำยมบริเวณหน้าวัดรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นแม่น้ำยมตอนบนของจังหวัด ที่ไหลผ่านหมู่บ้าน เหลือน้ำเพียงเล็กน้อย ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน และ เกษตรกร ที่ใช้น้ำทำการเกษตร    
วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า แม่น้ำยมในช่วงตอนกลางของแม่น้ำ บริเวณหน้าวัดรังนก  ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร หลังจากฝนที่หยุดตกทิ้งช่วงเป็นเวลานาน  ส่งผลทำให้ปริมาณระดับน้ำแม่น้ำยมซึ่งไหลผ่านหมู่บ้าน และ ตำบล น้ำได้ลด ระดับน้ำที่ลดลงต่อเนื่อง มองเห็นท้องแม่น้ำเป็นเห็นผืนทรายทอดยาวตลอดทั้งลำน้ำ เหลือน้ำเพียงลำธารขนาดเล็ก ในกลางพื้นกลางแม่น้ำ ประชาชน สามารถสัญจรเดินข้ามแม่น้ำที่แห้งขอดได้ ทั้งที่บริเวณดังกล่าวเคยมีน้ำจำนวนมากโดยเฉพาะในฤดูน้ำหลากในช่วงนี้ 
นายสมควร ห่วงเงิน ชาวบ้านตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า “ แม่น้ำยม ถือว่าเป็นแหล่งน้ำสำคัญของหมู่บ้านและ ตำบล ที่ต้องอาศัยน้ำอุปโภค-บริโภค รวมถึงทำการเกษตร แต่ มาในช่วงปีนี้ แม่น้ำยม กลับแห้งขอด ทั้งเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ซึ่งช่วงนี้ ของทุกปีที่ผ่านมา แม่น้ำยมจะต้องมีปริมาณน้ำที่สูง เกือบเต็มความจุ ของลำน้ำ แต่ในปีนี้ ปริมาณน้ำได้แห้งขอดลง จนส่งผลกระทบ ต่อชาวบ้านและ เกษตรกร ต่อเนื่อง มาจากช่วงฤดูแล้ง
สำหรับ อำเภอสามง่าม เป็นอำเภอตอนบนของ จังหวัดพิจิตร ที่แม่น้ำยมไหลผ่าน ก่อนที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่ตอนใต้ได้แก่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง  บึงนาราง และ อำเภอโพทะเล และไหลเข้าสู่พื้นที่ จังหวัดนครสวรรค์จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นนับได้ว่าทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่มีน้อยกว่าทุกปีในฤดูฝน ส่งผลให้แม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่ จังหวัดพิจิตร ลดระดับลงอย่างรวดเร็วจนแห้งขอด ท้องแม่น้ำเป็นผืนทราย ส่อเค้าสถานการณ์ภัยแล้งจะวิกฤตหนัก ในปีนี้