รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของแปลกเมืองพิจิตร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของแปลกเมืองพิจิตร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร แห่ขอเลขต้นตะเคียนอายุกว่า 700 ปี


พบต้นตะเคียนโบราณ จำนวน 4 ต้น  อายุ กว่า 702 ปี  หลังจากที่ทำการลอกแหล่งน้ำ จนพบต้นตะเตียน ขนาดใหญ่ นำมาไว้บริเวณวัด บรรยากาศชาวบ้านจุดธูป เทียนบูชา  และนำแป้งมาโรยทา บริเวณลำต้น  เพื่อขอเลขเด็ดจากต้นตะเคียน  


ที่วัดป่ามะคาบหมู่ที่ 3  ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  ชาวบ้าน และนักเสี่ยงโชคต่างแห่กันมาขอเลขเด็ด  หลังทราบข่าวว่ามีการขุดพบต้นตะเคียน 4 ต้น ซึ่งมี เส้นผ่านศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร ความยาว  20  เมตร จำนวน  2  ต้น  และ ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 75  เซนติเมตร ยาว  15  เมตร 2 ต้น ที่บริเวณแหล่งน้ำ ในพื้นที่ ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร และ ได้ทำการเคลื่อนย้าย มาไว้ที่วัดป่ามะคาบ ซึ่งคำบอกเล่าของชาวบ้าน ต้นคะเคียน ที่พบทั้ง 4 ต้น มีอายุกว่า 702 ปี 


โดยบรรยากาศหลังชาวบ้านทราบข่าว โดยมีชาวบ้านและ นักเสี่ยงโชค ต่างทยอยเข้ามากราบไหว้ เจ้าแม่ตะเคียนโบราณ พร้อมทั้ง นำเครื่องเซ่นไหว้  จุดธูป เทียนบูชา  และนำแป้งมาโรยทา บริเวณลำต้น  เพื่อขอเลขเด็ดจากต้นตะเคียน  ซึ่งชาวบ้าน บางส่วนต่างตีเลขเด็ดเพื่อนำไปซื้อหวย โดยมีแผงลอตเตอรี่ ที่บรรดาพ่อค้า แม่ค้า มาบริการวางขายกันถึงที่ เพื่อให้นักเสี่ยงโชคกับตัวเลข  



สำหรับวัดป่ามะคาบ ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ที่ได้นำต้นตะเคียน มาไว้ที่ลานวัด เมื่อใกล้ถึง วันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล   จะมีชาวบ้าน มากราบไหว้ จำนวนมาก ซึ่งทางวัดเอง อยากให้ประชานมากราบไหว้ขอพร มากกว่า การมาขอเลขหวย  ซึ่งทางวัดต้องคอยดูแล และปิด-เปิดเป็นเวลา เพื่อป้องกันสิ่งของภายในวัดเสียหาย 



ติดตามข่าวสาร คนพิจิตร แฟนเพจ ได้ที่ : 

คนพิจิตร Line Official คลิ๊ก https://lin.ee/st48Lth

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562

พิจิตร ประลองกำลัง เจ้าแห่งสายน้ำ เรือยาวปะทะเจ็ทสกี


สีสันฤดูน้ำหลาก การแข่งขันนัดพิเศษ เรือยาว วัดความเร็วกับ เรือเจ็ทสกี 
ผลการแข่งขันจบแบบสมานฉันท์ เรือยาวเอาชนะไปได้อย่างหวุดหวิด 

   พิจิตรที่หนองหันตา หนองน้ำขนาดใหญ่ ภายในมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร มีการจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำทั้งเรือยาว และเจ็ทสกี ภายในงานทอดผ้าป่าการกุศลหารายได้สร้างถนนภายในวิทยาลัยสงฆ์พิจิตร และมุทิตาจิตรอายุวัฒนะมงคล 55 ปี พระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร โดยมีการแข่งขันคู่พิเศษระหว่างเรือยาว กับ เรือเจ็ทสกี  โดยเป็นการพบกันระหว่า เรือพญาชาละวัน   เรือดังของจังหวัดพิจิตร ที่อยู่ในประเภทเรือยาวกลาง 40 ฝีพาย พบกับ เรือเจ็ทสกี ชื่อว่า ไอเดียแท๊กเตอร์ ซึ่งเป็นเจ็ทสกียี่ฮ้อ SEADOO ปี 2007  ขนาดแรงม้า 215 แรงม้า เครื่อง 1,500 cc  กติกาการแข่งขันเรือยาวพายระยะทาง 250 เมตร ส่วนเจ็ทสกีวิ่งระยะทาง 900 เมตร  บรรยากาศของการแข่งขันได้รับความสนใจจากผู้ชมกองเชียรเป็นจำนวนมาก เมื่อสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้นเรือทั้ง 2 ประเภท ทั้งเรือยาว ที่ใช้แรงคน  และเรือเจ็ทสกี ที่ใช้แรงเครื่องยนต์ ต่างเร่งกำลังเพื่อไปถึงจุดหมายคือเส้นชัยอย่างเต็มที่ด้วยความรวดเร็วเรือทั้ง 2 ลำใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีก็ถึงเส้นชัย โดยผลการแข่งขันจบแบบสมานฉันท์ เรือยาวประเพณีชนะไปแบบเฉียดฉิว สร้างความสนุกสนานให้กับนักกีฬาและผู้ชมที่เข้ามาชมเป็นจำนวนมาก

   สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำที่จัดขึ้นในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานทอดผ้าป่าการกุศลเพื่อสร้างถนนภายในวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งมีทั้งคณะที่เป็นผู้ชื่นชอบการแข่งขันเรือยาวประเพณี และเรือเจ็ทสกี จัดขึ้นเพื่อความสามัคคี  มุทิตาจิตรอายุวัฒนะมงคล 55 ปี พระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร รวมไปถึงเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานประเพณีแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ณ วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7-8 กันยายนนี้อีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562

อร่อย ลดโลกร้อน ผัดไทย ป้าพิกุล


   พิจิตรผุดไอเดียผัดไทย ใส่เข่งปลาทูกลับบ้าน แทนการใช้ถุง สวย เก๋ ดึงดูดใจ ลดการใช้ถุงพลาสติกช่วยลดโลกร้อน วัตถุดิบที่ใช้จะเน้นความสด ใหม่ กุ้งแห้งตัวใหญ่ น้ำมันหมูเจียวเอง พริก ถั่ว คั่วเอง ทั้งหมด  สูตรจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูก

   พิจิตรพบร้านผัดไทยไอเดียเก๋ ผัดไทยใส่เข่งปลาทูสำหรับผู้ที่สั่งกลับบ้าน  โดยร้านผัดไทยดังกล่าวตั้งอยู่ที่ปากซอยถนนฐิตะจารี (ซอยธนาคารกรุงไทย) ภายในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร อำเภอเมืองพิจิตร เป็นร้านของคุณพิกุล  ก้อนแก้ว อายุ 53 ปี  ซึ่งเป็นครอบครัวผัดไทยเนื่องจากขายผัดไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นยาย มาถึงรุ่นแม่ และส่งต่อมาถึงรุ่นลูก  โดยผัดไทยของทางร้านเป็นที่รู้จักในกลุ่มของลูกค้าที่รับประทานเป็นประจำ  วัตถุดิบที่ใช้จะเน้นความสด ใหม่ กุ้งแห้งตัวใหญ่ น้ำมันหมูเจียวเอง พริก ถั่ว คั่วเอง ทั้งหมด  พัฒนารูปแบบการจำหน่ายหลังจากเดินทางไปออกร้านในโครงการอุ่นไอรัก ที่กรุงเทพมหานคร ที่นิยมใช้วัสดุจากธรรมชาติ มาเป็นภาชนะให้กับลูกค้า ที่มาร่วมงาน


   ซึ่งหลังจากได้ร่วมงาน จึงมาเปิดร้านผัดไทย  ซึ่งภาชนะที่ใช้ สำหรับลูกค้า ที่นั่งรับประทานในร้าน ก็คือ กระด้งที่สานด้วยไม่ไผ่ เป็นภาชนะสำหรับใส่ผัดไทย  ส่วนเข่งปลาทูเป็นภาชนะสำหรับผู้ที่สั่งกลับบ้าน สวย เก๋ ดึงดูดใจ ช่วยลดโลกร้อน มีผู้ชื่นชอบเป็นจำนวนมาก จึงกลับมาปรับใช้ที่ร้านที่พิจิตร ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี มียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


   พิกุล  ก้อนแก้ว กล่าวว่า สูตรของผัดไทยสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย คุณแม่ จนถึงตนเอง ส่วนการใช้เข่งปลาทูเป็นพาชนะเริ่มจากการไปออกร้านที่งานอุ่นไอรักซึ่งจะเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ ตนจึงนำเข่งปลาทูกับกระด้งขนาดเล็กที่ตนเองมองว่าน่าสนใจมาเป็นพาชนะแทนพลาสติก ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีจำหน่ายได้วันละ 400 ถึง 500 เข่ง  เมื่อกลับมาที่พิจิตร จึงนำมาปรับใช้ที่ร้าน


   สำหรับผู้ที่รับประทานผัดไทยที่ร้านภาชนะจะเป็นกระด้งขนาดเล็ก  ส่วนผู้ที่สั่งกลับบ้านจะใส่เข่งปลาทู โดยจำหน่ายในราคาปกติเท่าเดิมคือ 40 บาท นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่ม ขนม ที่ทำจากน้ำมะพร้าว บริเวณในร้าน   ท่านที่สนใจสามารถเดินทางไปรับประทานได้ที่ร้านซึ่งเปิดจำหน่ายตั้งแต่ เวลา 08.00 ถึง 16.00 น. สอบถามรายละเอียดที่เบอร์โทร 089-6381283

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

"ซอไม้ไผ่" อเมซิ่ง สิ่งประดิษฐ์บรรเลงดนตรี



ลุงนักประดิษฐ์ สร้างเครื่องดนตรี โดยการประดิษฐ์ ลองผิดลองถูก มาลงตัวที่ไม่ไผ่ มาทำซอไม้ไผ่ สร้างเสียงดนตรีบรรเลง ที่ไพเราะ ในงานพิธีต่าง ๆ

          เสียงซอ ดนตรีที่บรรเลงเพลงไทยเดิมพร้อมกับการให้จังหวะของเครื่องเสียงจาก ลุงทวี  จันทร์แจ้ง ชาวบ้านตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่เล่นบรรเลงขับกล่อมให้ผู้ฟังตามงานพิธีต่างๆ  ซึ่งซอ ของลุงทวี แตกต่างจากซออื่นที่พบเห็นทั่วไปเพราะเป็นซอแบบตั้งพื้น ซึ่งประดิษฐ์มาจากกระบอกไม้ไผ่ ที่ชาวบ้านปลูกไว้ เพื่อนำไม้มาใช้ประโยชน์หลากหลายประเภท ถูกดัดแปลงมาเป็นเครื่องดนตรี ที่สร้างเสียงบรรเลงอย่างไพเราะ



          ลุงทวี จันทร์แจ้ง เล่าว่า "ตนเองเป็นคนชอบเสียงดนตรี โดยเฉพาะเสียงซอ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสียงไพเราะ จากนั้น จึงได้ลองประดิษฐ์ซอขึ้นเองโดยการลองผิดลองถูก นำทั้งไม้สักและไม้ชนิดต่างๆมาลองทำ จึงมาลงตัวที่ไม้ไผ่ หาได้จากบริเวณบ้านมาทำเป็นซอไม้ไผ่แบบตั้งพื้น โดยจะใช้กระบอกไม้ไผ่ มาทำโครงสร้างและนำสายกีต้าร์มาเป็นสาย สร้างเสียงในการโยกคันสีของซอ ผ่านการกดบังคับนิ้วเสียงเหมือนเปียโน สร้างระดับเสียงดนตรีประกอบกับการเข้าจังหวะกลอง ผ่านระบบเครื่องเสียงที่ทำการติดตั้งระหว่างการบรรเลงในงานพิธี ซึ่งราคาต้นทุนในการผลิตถือว่าถูกมาก ไม่ถึง 1 พันบาท"



          สำรับการบรรเลงในแต่ละครั้ง จะเป็นที่แปลกตาจากชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านจะไม่เคยเห็นซอที่ทำจากไม้ไผ่ที่ให้เสียงไพเราะ การบรรเลงในแต่ละงานหากมีใครจ้างจะอยู่ที่ 1,500 บาท ต่องาน แล้วแต่ระยะทาง ใกล้ ไกล  ซึ่งจะมีผู้จ้างมาตลอดทุกวัน สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

หิ่งห้อยหลายหมื่นตัวส่องแสงกลางทุ่งนาที่พิจิตร



          ชาวบ้านตะลึงแห่ชมหึ่งห้อยหลายหมื่นตัว ส่องแสงเรืองรองกลางทุ่งนาร้าง ทั้งที่ไม่มีต้นลำภู และพบหิ่งห้อยเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากพบเมื่อปีที่ผ่านมากว่าแสนตัว คาดเพิ่มขึ้นเรื่อยจนกว่าจะถึงเดือนธันวาคม

          ที่จังหวัดพิจิตร ปรากฏการณ์หิ้งห้อยจำนวนมากหลายหมื่นตัวรวมตัวกันที่ทุ่งนาร้างในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านโฉง ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา มีชาวบ้านจำนวนมาก พากันเดินทางไปชมหิ่งห้อย ที่บริเวณหลังบ้านของ นายนิกร วงษ์โพธิ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่ 2 บ้านโฉง ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ซึ่งเปิดเป็นอู่ซ่อมรถ และด้านหลังบ้านเป็นทุ่งนาร้างที่ถูกน้ำท่วมขัง และมีต้นข้าวขึ้นอยู่ประปราย โดยบริเวณทุ่งนากว้างประมาณ 13 ไร่ ได้มีหิ่งห้อยหลายหมื่นตัว บินวนส่งแสงระยิบระยับ อยู่เหนือต้นข้าว ทั่วบริเวณ เมื่อบวกกับความมืดทำให้มองคล้ายดวงดาวที่กำลังส่งแสงระยิบระยับ ไปทั่วท้องทุ่งนา ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามสำหรับผู้ที่เดินทางมาชม



          นายสมคิด  ทองละมูล อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 กล่าวว่า พื้นที่เป็นพื้นที่ของญาติที่ตนเองเช่าเพื่อทำนา ช่วงนี้เป็นช่วงที่หยุดทำนาเนื่องจากเกรงว่าน้ำจะไม่พอ ทำให้นามีพื้นที่รกร้าง มีน้ำขังและมีหญ้าระมานเกิดขึ้น เมื่อกลางเดือนตุลาคมเริ่มมีหิ่งห้อยในแปลงนาแต่ยังไม่มากนัก และเริ่มเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนมีหลายหมื่นตัวในช่วงนี้ ในแต่ละคืนหิ่งห้อยจะออกมารวมตัวกันจำนวนมากโดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ไปจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. และจากการรวมตัวกันจำนวนมากทำให้มีความสวยงามจากแสงระยิบระยับของดวงไฟในตัวหิ่งห้อยสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น

          สำหรับการพบหิ่งห้อยในพื้นที่จังหวัดพิจิตรเริ่มพบจำนวนมากเมื่อปี 2557 ที่บริเวณดังกล่าวจะมีหิ่งห้อยมารวมตัวกันจำนวนมากกว่าแสนตัว ระยะเวลาหิ่งห้อยจะอยู่ประมาณ 2-3 เดือน โดยจะเริ่มเห็นจำนวนมากตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนธันวาคม โดยปีที่ผ่านมาในแต่ละคืนจะมีประชาชนที่สนใจทั้งในจังหวัดพิจิตร และจากทั่วประเทศมาเที่ยวชมเฉลี่ยวันล่ะ 400-500 คน

          ส่วนจุดบริเวณที่ชมหิ่งห้อยได้อย่างใกล้ชิดและสวยงามจะเป็นบริเวณบ้านของนายนิกร ซึ่งเปิดเป็นอู่ซ่อมรถ อยู่บริเวณด้านหลังที่ทำการเทศบาลตำบลดงป่าคำ  ซึ่งเจ้าของบ้านบอกว่า ประชาชนที่สนใจที่จะชมหิ้งห้อยสามารถที่จะเข้ามาชมในบริเวณบ้านของตนได้ วิธีการชมขอให้ความร่วมมือขอให้ชมด้วยความเรียบร้อย อย่าส่งเสียงดัง  ต้องดับไฟทุกดวงให้มืด จึงจะเห็นแสงของหิ่งห้อย ถ้าเปิดไฟดวงใดดวงหนึ่งก็จะไม่เห็น เนื่องจากแสงไฟที่เปิดจะสว่างกว่าแสงของหิ่งห้อย  แต่การถ่ายภาพนั้นจะมองไม่ค่อยเห็นต้องใช้กล้องคุณภาพสูง  และจากการพบหิ่งห้อยจำนวนมากสร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนที่พบเห็นเพราะที่ผ่านมาการชมหิ่งห้อยต้องเดินทางไปดูถึงอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม


          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การถ่ายภาพเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกล้องทั่วไปไม่สามารถมองเห็นภาพของแสงหิ่งห้อย เหมือนตาของมนุษย์เห็น ต้องใช้กล้องที่มีความสามารถสูงจึงจะมองเห็น โดยได้ทดลองจับหิ่งห้อยมาขังไว้ในแก้วใส เพื่อถ่ายภาพขนาดลำตัว พบว่าขนาดลำตัวใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อปิดไฟ มันจะส่งแสงออกมาที่ด้านท้อง แต่เพื่อเปิดไฟแสงจะหายไป และเมื่อถ่ายภาพเสร็จได้ปล่อยให้หิ่งห้อยกลับเข้าฝูงไปเหมือนเดิม


          ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุว่า หิ่งห้อย หรือ ทิ้งถ่วง เป็นแมลงปีกแข็งในวงศ์ Lampyridae ในอันดับ Coleoptera ทั่วทั้งโลกมีหิ่งห้อยประมาณ 2,000 ชนิด คำว่า “หิ่งห้อย” นี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้สั้นๆ ว่า แมลงชนิดหนึ่ง มีแสงเรืองๆ ที่ก้น

          ทิ้งถ่วงตัวเต็มวัยเพศผู้มีปีก ส่วนเพศเมียมีทั้งมีปีกและไม่มีปีก ทิ้งถ่วงมีอวัยวะทำแสงอยู่บริเวณส่วนท้องด้านล่าง เพศผู้มีอวัยวะทำแสง 2 ปล้อง เพศเมียมี 1 ปล้อง แต่บางชนิดตัวเต็มวัยเพศเมียมีรูปร่างลักษณะคล้ายหนอน มีอวัยวะทำแสงด้านข้างของลำตัว เกือบทุกปล้องแสงของทิ้งถ่วงเกิดจากปฏิกิริยาของสารลูซิเฟอริน (Luciferin) ที่อยู่ในอวัยวะทำแสงกับออกซิเจน มีเอนไซม์ลูซิเฟอเรส (Luciferase) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา และมีสารอดีโนซีนไตรฟอสเฟต (Adenosine Triphosphate,ATP) เป็นตัวให้พลังงานทำให้เกิดแสง ทิ้งถ่วงกะพริบแสงเพื่อการผสมพันธุ์และสื่อสารซึ่งกันและกัน

          หิ่งห้อย นับว่าเป็นแมลงที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือสามารถบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์และสมดุลของธรรมชาติได้ โดยเฉพาะมีคุณสมบัติที่สามารถใช้เป็น “ตัวห้ำ” ในการควบคุมศัตรูพืชตามหลักการทางชีวภาพ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การเกษตรกรรม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตหลักของคนไทย

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วัดท่าบัวทอง หล่อเทียนแฟนซี ดึงวัยรุ่นทำบุญเข้าพรรษา



          วัดในพื้นที่จังหวัดพิจิตรหล่อเทียนแฟนซีจูงใจวัยรุ่น ร่วมทำบุญในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

          คณะกรรมการ วัดท่าบัวทอง ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ต่างช่วยกันหล่อเทียนลงแม่พิมพ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบนักษัตริย์ 12 ราศี และรูปแฟนซีจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรูปตัวการ์ตูนที่เด็กๆชอบ เช่น ปลานีโม่ ยักษ์ คนแคระจากสโนว์ไวท์ ปลาหมึกพอล กบเคโระ โดยปีนี้มีการนำอุปกรณ์ สี มาประดับตกแต่งเทียนแฟนซีให้มีหน้าตาดูน่ารัก เพื่อเตรียมไว้สำหรับการทำบุญตามกำลังศรัทธา ซึ่งจะนำเทียนรูปทรงต่างๆนี้ นำไปร่วมหล่อเป็นเทียนจำนำพรรษาขนาดใหญ่ที่ทางวัดได้เตรียมแบบหล่อไว้แล้ว


        สำหรับการหล่อเทียนแฟนซี เป็นแนวคิดของ พระครูศรีรัตนวิเชียร เจ้าอาวาสวัดท่าบัวทอง ที่มีความคิดริเริ่มจัดขึ้น เนื่องจากวัดจะจัดพิธีหล่อเทียนเพื่อถวายพระในเทศกาลเข้าพรรษา วิธีการก็จะนำเศษเทียนหรือขี้เทียนมาหล่อจนเป็นแท่ง ซึ่งก็ไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มองว่าไม่น่าสนใจและสกปรกจากขี้เทียนที่ใช้ในการหล่อ ปีนี้จึงมีการเปลี่ยนรูปแบบโดยการหล่อเป็นรูปนักษัตริย์ 12 ราศี เป็นการสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อและที่พิเศษด้วยการหล่อเป็นรูปการ์ตูนแฟนซีที่มีกว่า 10 แบบ เพื่อให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เป็นการดึงดูดเยาวชนและวัยรุ่นให้ทำบุญมากยิ่งขึ้น ทางวัดได้เตรียมไว้จำนวนกว่า 4,000 ชิ้น เพื่อให้เพียงพอกับพุทธศาสนิกชนที่จะมาทำบุญตามกำลังศรัทธาในเทศกาลเข้าพรรษาที่จะถึงนี้




พบ เห็ดหายาก หลังจากที่ไม่เคยขึ้นมากว่า 30 ปี



                พบเห็ดหายาก มีลักษณะสวยงามเป็นตาข่ายสีขาว ชาวบ้านเรียก "เห็ดร่างแห" ส่วนใหญ่จะพบเห็นในป่าดิบชื้นชาวบ้านบอกไม่เคยเห็นเห็ดชนิดนี้ในพื้นที่กว่า 30 ปี แล้ว

                ชาวบ้านวังหวาย หมู่ที่ 10 ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร นั่งดูและถ่ายภาพเห็ดที่เกิดขึ้นบริเวณใกล้กับโรงเห็ดนางฟ้าภูฐานด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากเห็ดที่ออกดอกมามีลักษณะที่แปลกตา มีตาข่ายสีขาว คล้ายฟองน้ำห่อหุ้มอยู่กับดอก ลักษณะสวยงาม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-15 เซนติเมตร เห็ดดังกล่าว เป็นเห็ดที่ชาวบ้านหลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน จึงมีการมุงดูด้วยความสนใจและถ่ายภาพเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก



                จากคำบอกเล่าของ นายประจวบ ฉิมช้าง อายุ 73 ปี กล่าวว่า "เห็ดดังกล่าว เป็นเห็ดที่คนโบราณเรียกว่า"เห็ดร่างแห" ปกติจะเกิดขึ้นในป่าดิบชื้น เมื่อก่อนในอดีตที่บริเวณนี้เป็นป่าสมบูรณ์ ก็ยังเคยมีเห็ดดังกล่าวเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่จากประสบการณ์ของตนไม่เคยพบว่ามีเห็ดร่างแหเกิดขึ้นในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงนานกว่า 30 ปี แล้ว การที่เห็ดร่างแหกลับมาออกดอกให้เห็นอีกครั้งจึงเป็นเรื่องแปลก"

                สำหรับเห็ดร่างแห เป็นเห็ดที่เกิดขึ้นในป่าชื้น มักเกิดในที่ซึ่งมีการทับถมของซากพืชและซากสัตว์จำนวนมาก มีกลิ่นเหม็น ส่วนใหญ่จะมีแมลงวันตอม ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่ารับประทานไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วสามารถรับประทานได้ โดยการนำส่วนที่เป็นตาข่ายไปปรุงเป็นอาหาร ที่นิยมได้แก่ "ซุปเยื่อไผ่" ปัจจุบันมีการนำเข้าจากประเทศจีน ส่วนประเทศไทยมีการเพาะเพื่อการค้า แต่ยังไม่ขยายวงกว้างเท่าที่ควรเนื่องจากเพาะและดูแลยาก