แจ้งเตือนประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดพิจิตร ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชก ระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2564
ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน
-
หนุ่มใหญ่ ชาวตำบลหัวดง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ใจรักเรือยาว ใช้เวลาว่าง สร้างสรรค์งานฝีมือต่อเรือแข่งจำลองจำหน่ายเป็นของที่ระลึก โด...
-
พิจิตรโรงสีขนาดเล็ก บริการรับสีข้าวสาร ให้กับชาวนาและผู้มีรายได้น้ อยฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขอเพียงปรายข้าว และ รำข้าว เป็นค่าบำรุงรั...
-
ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเขื่อนยางบ้ านจระเข้ผอม หลังจากใช้การเก็บกักน้ำในแม่น้ำ ยมไม่ได้มาหลายปี สน...
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษตร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษตร แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563
ป่ามะคาบ แล้ง ขาดน้ำ ปล่อยทิ้งต้นข้าวยืนต้นตาย
ชาวนาในพื้นที่หมู่ที่ 10 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ปล่อยทิ้งต้นข้าวยืนต้นตาย หลังไม่มีน้ำล่อเลี้ยงต้นข้าว ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ในเขตชลประทานที่มีขนาดเล็กแต่ก็ไม่สามารถหาแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้

สถานการณ์ภัยแล้ง ในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงส่งผลสร้างความเสียหาย ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรชาวนาในพื้นที่หมู่ที่ 10 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร
วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563
พิจิตร ขุดบ่อบาดาลตามน้ำใต้ดิน 20,000 บาท อาชีพหน้าแล้ง
ชาวบ้านรวมตัวกันออกรับจ้างขุดบ่อบาดาลหาน้ำใต้ดิน
หลังระดับน้ำใต้ดินลดลง อาชีพที่เสี่ยง หารายได้ในช่วงหน้าแล้ง
จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับการทำเกษตรไม่ได้ ชาวบ้านที่มีความสามารถในการขุดหาน้ำใต้ดิน ออกรับจ้างขุดบ่อบาดาล โดยชาวบ้าน อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร รวมตัวกัน ออกรับจ้างขุดบ่อบาดาลตามน้ำใต้ดิน ซึ่งมีอุปกรณ์ จอบ เสียบ กระถางใส่ดิน ที่นำมาเป็นอุปกรณ์ในการขุด โดย ในการขุดบ่อบาดาล แต่ และ บ่อ จะรวมตัวกัน 3-4 คน โดยแบ่งหน้าที่ในการรับจ้าง มีทั้ง คนลงไปขุดในบ่อดิน และ คนที่ดึงลอกนำดินขึ้นมาจากบ่อ เพื่อนำวงบ่อซีเมนต์ ลงไปในชั้นใต้ดิน เพื่อทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ในใต้ดิน ให้ใกล้กับระดับน้ำที่ลดระดับลงมากที่สุด เพื่อทำการสูบน้ำขึ้นมาทำการเกษตร

โดย นายวัชระ พรหมจิ๋ว ชาวบ้าน ตำบลเนินสว่าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ระบุว่า การขุดบ่อบาดาล จะทำการขุดชั้นดิน ให้ลึกลงไปได้ระดับความลึกแต่ละบ่อ โดยในบ่อนี้ จะขุดลึกลงไป ในระดับความลึก 10 ศอก หรือประมาณ 5-6 เมตร ซึ่งหลังจากที่ขุดลงไปแล้ว จะนำวงบ่อซีเมนต์ วางในชั้นดิน จากนั้นจะทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นดิน เพื่อให้ใกล้ดับน้ำใต้ดินมากที่สุด เพื่อสูบน้ำขึ้นมา หลัง จากระดับน้ำใต้ดินมีระดับที่ลดลงจากภัยแล้ง
ซึ่งในการขุดชั้นดิน ถือว่าเสี่ยง เนื่องจาก บางพื้นที่มีทั้งดินพังลงมา รวมถึงแก็สในชั้นใต้ดิน จึงต้องมีความชำนาญ รวมไปถึง เครื่องทำอากาศ ที่ติดตั้งท่อ ลงไปในบ่อดิน เพื่อป้องกันการขาดอากาศหายใจ โดยในการขุดและครั้ง จะได้ค่าจากในการขุด คิดเป็นระดับความลึก ในราคา ศอกละ 600 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลา 3-5 วัน ก็จะนำรายได้ 10,000-20,000 บาท มาแบ่งกัน ตามความยากง่าย และ ระดับความลึกของบ่อน้ำ 
สำหรับการขุดบ่อบาดาล ตามระดับน้ำใต้ดิน ถือว่าเป็นอีก วิธีหนึ่ง ที่เกษตรกรนำมาปรับใช้ เพื่อตามระดับน้ำใต้ดิน ที่ลดระดับลง ในช่วงฤดูแล้ง จึงทำให้เกษตรกรต้องจ้างแรงงาน ทำการขุดหาน้ำใต้ดิน จึงทำให้เกิดจ้างแรงงานขุดบ่อบาดาล ในช่วงนี้ ซึ่งรายได้จากการรับจ้าง ซึ่งถือว่า เป็นการหารายได้ ทดแทน การทำการเกษตรไม่ได้ ในช่วงหน้าแล้ง ให้กับครอบครัว ซึ่งเกษตรกรที่สนใจ สามารถติดต่อ
ผู้รับจ้างขุดบ่อบาดาลได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 063-9326379
วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563
พิจิตร เผยเคล็ดลับ มะยงชิดดก!!! ออกผลผลิตดี ไอเดีย ติดหลอดไฟ
เกษตรกรชาวสวนมะยงชิดพิจิตร เผยเคล็ดลับ ที่ทำติดต่อกันมา 2-3 ปี ติดหลอดไฟให้กับต้นมะยงชิด จนทำให้มีผลผลิตมากออกจำหน่าย สร้างรายได้ กว่า 7 แสนบาท
สวนมะยงชิด จำนวน 10 ไร่ กว่า 400 ต้น ของเกษตรกรชาวสวน บ้านบึงประดู่ ตำบลทับหมัน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ที่ออกผลผลิตลูกใหญ่สีเหลื องอมส้ม จนเต็มต้น สามารถเก็บจำหน่าย ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดให้กั บบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ที่มารับซื้อ ในกิโลกรัมละ 60-100 บาท โดยในปี้นี้ มะยงชิด ออกผลผลิตจำนวนมาก จนเป็นที่หน้าพอใจ เกษตรกร เผยเคล็ดลับ ของการทำให้มะยงชิดออกผลผลิตมาก โดยการใช้หลอดไฟติดไว้ที่ต้น เพื่อเร่งให้ต้นมะยงชิ ดออกดอกติดผล
![]() |
| คุณลุงประสงค์ โพธิ์เงิน เกษตรกรชาวสวนมะยงชิด |
โดย คุณลุงประสงค์ โพธิ์เงิน เกษตรกรชาวสวนมะยงชิด ระบุว่า "ในปีนี้มะยงชิดที่ปลูกไว้ ให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ เท่ากับปีที่ผ่านมา โดยมีเทคนิคในการบำรุงรักษาต้ นต่อสู้กับสภาวะอากาศ โดยการบำรุงรักษา ใส่ปุ๋ยทางดินบำรุงต้น และยาบำรุงปรับสภาพดอก เพื่อให้ต่อสู้กับสภาวะอากาศ ส่วนเคล็ดลับพิเศษอีกอย่างหนึ่ ง คือการติดหลอดไฟให้กับต้นมะยงชิ ด ในยามค่ำคืน ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นให้ต้นมะยงชิด ปรับโครงสร้างในเวลากลางคืน ให้ติดดอกออกผล จึงนำเอาเทคนิคพิเศษติ ดหลอดไฟบริเวณต้นนำมาปรับใช้ ต่อเนื่องมา 2-3 ปี จนได้ผลผลิตที่ดี"
คุณลุงประสงค์ ยังระบุอีกว่า “ มะยงชิด ราคาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 250 บาท แต่หลังผลผลิตออกมามาก ราคาลดลง เหลือ กิโลกรัมละ 60-100 บาท ซึ่งมะยงชิดที่สวน เป็นพันธุ์มะยงชิดไข่ไก่ จะมีลักษณะหวาน อมเปรี้ยว เนื้อแน่น เนื้อเยอะ เมล็ดจะลีบเล็ก ซึ่งจากการทำสวนมะยงชิด ที่ผ่านมา สามารถทำเงินได้ ถึงคราวละ 7 แสนบาท"
มะยงชิดจัดเป็นผลไม้ในตระกูลเดี
ผู้ที่สนใจ เทคนิคการปลูกมะยงชิด ให้ผลผลิตดี และ สามารถสั่งซื้อเพื่อนำไปเป็ นของฝาก และของรับประทาน สามารถติดต่อได้ที่ คุณลุงประสงค์ โพธิ์เงิน หมายเลขโทรศัพท์ 065-4877299
วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
พิจิตร พบฟอสซิลต้นไม้กลายเป็นหินอายุ 2,000 ปี ในส่วนมะม่วง
พิจิตรเจ้าของสวนเตรียมปรับพื้นที่ดินเพื่อเตรียมปลูกมะม่วง พบฟอสซิลต้นไม้ขนาดใหญ่กลายเป็นหินที่อายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี จำนวนมากมีทั้งสมบูรณ์และแตกหัก
พื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร พบต้นไม้ที่แปรสภาพกลายเป็นหินฟอสซิลที่อายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี โดยพบเจอขณะที่กำลังเตรียมปรับพื้นที่เพื่อทำการปลูกมะม่วงได้พบกับแท่งหินคล้ายท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์ จึงได้ขุดดินบริเวณพื้นที่โดยรอบ ทำให้พบว่าเป็นฟอสซิลต้นไม้ที่แข็งเป็นหินอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี โดยท่อนหินดังกล่าวมีความสมบูรณ์เป็นท่อนยาวนอนอยู่มีความยาว 25 เมตร หน้ากว้างราว 120 เซนติเมตร ต่อมาเมื่อท่อนหินดังกล่าวโดนลมและโดนแสงอาทิตย์ทำให้ท่อนหินแตกร้าว และหินดังกล่าวมีน้ำหนักเบากว่าหินทั่วไปจากการปรับพื้นที่ก็ยังพบว่ามีฟอสซิลต้นไม้กลายเป็นหินอีกจำนวนมากหลายจุดหลายต้น มีทั้งสภาพที่สมบูรณ์และสภาพที่แตกหัก เตรียมจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ “ชมต้นไม้กลายเป็นหิน”
สำหรับไม้กลายเป็นหิน คือซากดึกดำบรรพ์ของพืชประเภทหนึ่ง เกิดขึ้นจากท่อนไม้ถูกฝังกลบอยู่ใต้ผิวดินในสภาพที่ขาดออกซิเจนทำให้เนื้อไม้ไม่เน่าเปื่อย และถูกฝังแช่อยู่ ในสภาพแวดล้อมที่ท่อนไม้และสารละลายซิลิกาได้สัมผัสกับออกซิเจนเป็นบางช่วงเวลาทำให้สารละลายซิลิกาตกตะกอนในรูปของซิลิกาเจล สะสมตัวแทนที่โมเลกุลของเนื้อไม้ จนทำให้ท่อนไม้ที่เป็นเนื้อสารอินทรีย์เปลี่ยนไปเป็นเนื้อหินซิลิกาแต่ยังคงรักษาโครงสร้างเนื้อไม้ดั้งเดิมเอาไว้
ติดตามข่าวสาร คนพิจิตร แฟนเพจ ได้ที่ :
คนพิจิตร Line Official คลิ๊ก https://lin.ee/st48Lth
วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
พิจิตร แล้งจัดต้นมะม่วงอายุ 3 เดือนยืนต้นตาย
พิจิตรสถานการณ์ภัยแล้งที่มาไวกว่าทุกปี ส่งผลให้ต้นมะม่วงที่อายุ 3 เดือนเริ่มทยอยยืนต้นตาย เนื่องจากทนกับภัยแล้ง และ อากาศที่ร้อนไม่ไหว หลังจากที่สภาพอากาศอากาศที่ร้อนและ แล้ง หนัก
สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ยังคงทวีความรุนแรงจนสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงของภัยแล้งส่งผลให้ต้นมะม่วงที่ปลูกไว้อายุ 3 เดือนเริ่มทยอยยืนต้นตาย สวนมะม่วง ของเกษตรกรที่ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกมะม่วงแหล่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดพิจิตรเริ่มทยอยยืนต้นตายจากการขาดน้ำเนื่องจากสภาพอากาศที่แล้งและร้อนจัด แหล่งน้ำธรรมชาติที่แห้งขอด ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ส่งผลให้ต้นมะม่วงที่เกษตรกรเพิ่งเริ่มปลูกเอาไว้เพื่อหวังสร้างรายได้ บางส่วนต้องแห้งเหี่ยวยืนต้นตาย เนื่องจากสภาวะฝนทิ้งช่วง อากาศที่ร้อน และ ภัยแล้งที่ยาวนาน ทำให้ ต้นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ที่เกษตรกรปลูกไว้ จำนวน เกือบ 100 ต้น ทยอยยืนต้นตาย เนื่องจากทนกับภัยแล้ง และ อากาศที่ร้อนไม่ไหว เกษตรกรต้องเร่งทำการรดน้ำเพื่อรักษา ต้นมะม่วงที่เหลืออยู่ รอดจากภัยแล้ง
สำหรับ พื้นที่ ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตรถือว่าเป็นแหล่งปลูกมะม่วง น้ำดอกไม้สีทอง ส่งออก ที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร ที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมาก เกษตรกรชาวสวนส่วนใหญ่ยังได้รับผลกระทบ จากฝนทิ้งช่วง และน้ำต้นทุนที่ทยอยแห้งเหลือน้อยลง ในช่วงนี้
วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563
พิจิตร ลดฝุ่น PM 2.5 เกษตรกรเก็บฟางไว้ใช้แทนการเผา
เกษตรกรจังหวัดพิจิตร ทำการเก็บฟางหลังเก็บเกี่ยว นำไปเป็นอาหารให้กับสัตว์เลี้ ยงในช่วงหน้าแล้ง งดการเผาทำให้เกิดหมอกควัน
สถานการณ์ภัยแล้ง แหล่งน้ำแห้งขอดลงในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบกับการทำการเกษตร แล้ว ยังส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่เลี้ ยงสัตว์ ที่บรรดาแหล่งอาหารโดยเฉพาะหญ้ าสด ได้ลดจำนวนลง ทำให้ เกษตรกร ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ต่างนำเอาอุปกรณ์ ทำการเก็บฟางข้าว หลังจากที่ทำการเก็บเกี่ยวข้าว โดยนำฟางที่ได้นำใส่รถ เพื่อนำไปเป็นอาหารให้สำหรับวัว ที่เลี้ยงไว้ เนื่องจากแหล่งอาหารโดยเฉพาะหญ้ า ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้แหล่งอาหารจึงลดลง เกษตรกรจึงต้องทำการเก็ บฟางในแปลงนา เพื่อไว้เป็นอาหาร แทนการเผา ทำให้เกิดหมอกควัน ที่ส่งผลกระทบกับสภาพอากาศ
โดย นางปราณี บัวเกิด เกษตรกรหมู่ที่ 5 ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า” ในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง ส่งผลทำให้หญ้าซึ่งเป็นแหล่ งอาหารของวัว ลดน้อยลง จึงต้องออกมาทำการเก็บฟางข้าว หลังชาวนาเก็บเกี่ยว เพื่อสำรองเป็นอาหาร ให้กับวัว ที่เลี้ยงไว้ กว่า 30 ตัว โดยการเก็บฟางข้าว ส่งผลดี เป็นอาหารที่สำคัญกับสัตว์เลี้ ยง รวมถึง งดการเผาฟางข้าว ที่ทำให้เกิดหมอกควัน ที่ทางหน่วยราชการ และ ผู้นำหมู่บ้านได้รณรงค์งดการเผา ที่จะส่งผลให้เกิดหมอกควัน
สำหรับการเก็บฟางในนาข้าว จะได้ประโยชน์ในรักษาผลผลิตไม่ ให้ได้รับความเสี ยหายจากผลกระทบของภัยแล้งที่รุ นแรงในพื้นที่จังหวัดพิจิตรแล้ว การนำฟางในนาข้าวยังเป็นผลดี ในการลดภาวะโลกร้อน เนื่องจากฟางในนาข้าวมาใช้ จะลดปริมาณฟางข้าวในนาข้าว เป็นการลด การเผาตอซังซึ่งเป็นปัจจัยสำคั ญในการเพิ่มหมอกควัน และมลพิษจากการเผาตอซางข้าวอี กด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563
พิจิตร เก็บดอกงิ้วขายปีละครั้ง
พิจิตรดอกงิ้วที่กำลังออกดอกเบ่ งบานสีแดงสะพรั่ง เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่จะได้กิ นกันปีละครั้งเท่านั้นช่ วงเวลาในการเก็บดอกงิ้วจะอยู่ ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพั นธ์ และด้วยความที่หากินยาก ชาวบ้านจึงนิยมนำไปตากแห้งเพื่ อส่งจำหน่าย
ที่บ้านวังสำโรงอำเภอตะพานหินจั งหวัดพิจิตรชาวบ้านที่ว่ างจากทำนาออกมาหาเก็บดอกงิ้วเพื่ อนำไปตากแห้งและนำไปขายซึ่ งดอกงิ้วจะมีลักษณะกลีบดอกสี แดงดอกละประมาณ 5 กลีบออกดอกเป็นกลุ่มๆ ตรงปลายกิ่งของต้นงิ้วที่มี ความสูงประมาณ 15-25 เมตร ส่วนใหญ่จะพบมีการปลู กเฉพาะภาคเหนือบางที่เท่านั้น จึงพบเห็นต้นงิ้วได้ยากในปัจจุ บัน ส่วนที่นำมารับประทานคือส่ วนเกสรดอกงิ้ว และในการเก็บดอกงิ้วซึ่งไม่ จำเป็นต้องปีนต้นงิ้วขึ้นไปเก็บ เพราะสามารถเก็บดอกงิ้วที่ตกอยู่ ใต้ต้นมาได้เลย เมื่อเก็บดอกงิ้วมาแล้วเด็ ดเอากลีบออกเหลือแต่เกสรสีน้ำ ตาลด้านใน นำมาตากแดดให้แห้งสนิท แต่ก่อนนำไปทำอาหารให้แช่น้ำค้ างคืนให้นุ่มก่อน
![]() |
| ลุงสาโรจน์ ชาญเชี่ยว |
ลุงสาโรจน์ ชาญเชี่ยว ชาวบ้าน ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เล่าว่า ดอกงิ้วที่ตนเองกำลังนั้นเป็นวั ตถุดิบสำหรับการปรุ งอาหารของชาวเหนือเช่นขนมจีนน้ำ เงี้ยวและอาหารล้านนาอื่นๆอี กหลายอย่างโดยจะเก็บดอกงิ้วแล้ วแกะกลีบของดอกงิ้วออกเพื่ อจะเอาไปตากแห้งโดยสามารเก็บได้ วันละ30-40กิโลกรัมเมื่ อนำไปตากแห้งแล้วจะเหลือน้ำหนั กแค่ประมาณ 3-4 กิโลกรัมและจะนำไปจำหน่ ายในราคากิโลกรั มละ200บาทสามารถหาเงินในช่วงที่ ไม่ได้ทำนาถึงวันละ600-800บาท
สำหรับดอกงิ้วเป็นส่ วนประกอบสำคัญของขนมจีนน้ำเงี้ ยวและอาหารล้านนาอื่นๆ จริงๆ แล้วสามารถกินได้ทั้งดอกงิ้ วสดและดอกงิ้วแห้ง มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลั กษณ์ของอาหารล้านนา ดอกงิ้วสดต้มกินเหมือนผักต้มจิ้ มกินกับน้ำพริกใส่ในแกงส้มหรื อแกงแค ส่วนดอกงิ้วแห้งมักใส่ต้มกั บแกงที่มีน้ำอย่างแกงน้ำเงี้ ยวเป็นต้น
วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563
ตายเกลื่อน แม่น้ำยมแห้งต่อเนื่อง
พิจิตรแม่น้ำยมแห้งต่อเนื่อง ส่งผลให้ สัตว์น้ำ ที่อาศัยบริเวณแหล่งน้ำหน้าวัดเขตอภัยทาน โดยเฉพาะหอย ที่อาศัยในแหล่งน้ำในแม่น้ำยม ขึ้นตายเกลื่อน ส่งผลระบบนิเวศน์ทางน้ำ เสี่ยงสูญพันธุ์ ขณะที่เกษตรกรปลูกแตงโม พืชใช้น้ำน้อยแทนการทำนาในช่วงหน้าแล้ง ประสบปัญหาหลังราคาแตงโมตกต่ำ
วันที่ 28 มกราคม 2563 สถานการณ์ภัยแล้งในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร ยังคงส่งผลกระทบ โดยเฉพาะแม่น้ำยมในพื้นที่เขตอภัยทาน หน้าวัดศรีศรัทธาราม ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อจากอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน ยังคงแห้งขอด ตลอดทั้งลำน้ำ ส่งผลกระทบกับสัตว์น้ำ โดยเฉพาะบรรดาหอยกาบ ที่อาศัยอยู่จำนวนมาก อยู่บริเวณหน้าวัดขาดน้ำ ขึ้นมาตายเกลื่อนในท้องแม่น้ำยม เนื่องจากระดับน้ำได้แห้งขอด และ มีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกับระบบนิเวศน์ทางน้ำ และ สัตว์น้ำในแม่น้ำยม เสี่ยงสูญพันธุ์
ซึ่งล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงเหลือเพียงแอ่งน้ำเพียงเล็กน้อย ที่ยังพอมีน้ำให้สัตว์น้ำ ปลา และ หอย ได้อาศัยอยู่ ชาวบ้านเกรงว่า หากระดับที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม จะส่งผลกระทบกับแหล่งสัตว์น้ำหน้าวัด ตายหมดเสี่ยงสูญพันธุ์ และชาวบ้าน 2 ริมฝั่งแม่น้ำยม ที่เกรงว่าน้ำต้นทุนจะไม่เพียงพอ ต่อการน้ำอุปโภค และน้ำบาดาลใต้ดิน ใช้ผลิตประปา ที่ลดระดับลง ซึ่งน้ำในแม่น้ำยมที่แห้งเร็วกว่าทุกปี
ขณะที่เกษตรกร ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ที่หันปลูกแตงโมแทนการทำนาในช่วงหน้าแล้งในพื้นที่ ทำการเก็บผลผลิตลูกแตงโม เพื่อนำมาขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อ แต่ก็ต้องกำลังประสบปัญหาเรื่องของราคาแตงโมที่กำลังตกต่ำเหลือแค่กิโลกรัมละ5บาท แต่ก็ต้องจำใจต้องขายเพราะถึงเวลาตัดถ้าไม่ตัดขายอาจจะทำให้ลูกแตงโมเน่าเสียคาต้นส่งผลให้ขาดทุนในการปลูก หลายหมื่นบาท
นางเพ็ญ คะระนันท์ เกษตรกรตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า” ตนเองปลูกแตงโมในพื้นที่กว่า10ไร่โดยลงทุนไปทั้งหมดกว่า 1 แสนบาทโดยบอกว่าราคาของแตงโมในปีนี้ตกต่ำมากเลยเหลือแค่กิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งแตกต่างจากปีที่ผ่านมา แต่เกษตรกรก็ต้องจำใจที่ต้องตัดแตงโมขายในราคาที่ถูก เพราะถ้าไม่ตัดขายอาจจะทำให้ลูกแตงโมเน่าเสียหายขาดทุนเสียหายมากไปกว่านี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางช่วยเหลือ หลังจากที่รณรงค์ป,กพืชใช้น้ำน้อยแทน แต่ ผลผลิจออกมากับเจอปัญหาราคาตกต่ำ
ชาวนาพิจิตร ปลูกพืชใช้น้ำน้อย ประสบปัญหา ราคาแตงโมตกต่ำ
เกษตรกรที่ปลูกแตงโม พืชใช้น้ำน้อยแทนการทำนาในช่วงหน้าแล้ง ประสบปัญหาหลังราคาแตงโมตกต่ำเหลือแค่กิโลกรัมละ5บาท
เกษตรกรที่ปลูกแตงโมแทนการทำนาในช่วงหน้าแล้งในพื้นที่ ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมืองพิจิตร ทำการเก็บผลผลิตลูกแตงโม เพื่อนำมาขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อ แต่ก็ต้องกำลังประสบปัญหาเรื่องของราคาแตงโมที่กำลังตกต่ำเหลือแค่กิโลกรัมละ5บาท แต่ก็ต้องจำใจต้องขายเพราะถึงเวลาตัดถ้าไม่ตัดขายอาจจะทำให้ลูกแตงโมเน่าเสียคาต้นส่งผลให้ขาดทุนนับแสนบาท
นางเพ็ญ คะระนันท์ เกษตรกรที่ปลูกแตงโม เล่าว่า ตนเองปลูกแตงโมในพื้นที่กว่า10ไร่โดยลงทุนไปทั้งหมดกว่า 1 แสนบาทโดยบอกว่าราคาของแตงโมในปีนี้ตกต่ำมากเลยเหลือแค่กิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งแตกต่างจากปีที่ผ่านมา แต่เกษตรกรก็ต้องจำใจที่ต้องตัดแตงโมขายในราคาที่ถูก เพราะถ้าไม่ตัดขายอาจจะทำให้ลูกแตงโมเน่าเสียหายขาดทุนเสียหายมากไปกว่านี้
สำหรับตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เป็นพื้นที่อยู่นอกเขตชลประทาน โดยการปลูกแตงโมของเกษตรกร นับว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ ในการปลูกทดแทนการทำนาข้าว โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้ โดยรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 10,000 บาท แต่ปัจจุบันจากที่ทางภาครัฐมีการส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำนา ทำให้ผลผลิตออกจำนวนมาก จึงทำให้แตงโมราคาตกต่ำทำให้เกษตรกรที่ปลูกแตงโมต้องขาดทุน และ มีรายได้น้อยลงกว่าครั้งที่ผ่านมา
วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563
พิจิตร สู้แล้งปลูกดาวเรืองสร้างรายได้
พลิกวิกฤติสู้ภัยแล้ง เกษตรกรหันมาปลูกดาวเรืองพืชใช้ น้ำน้อย ใช้เวลาเพียง 65 วัน สามารถตัดดอกจำหน่าย สร้างรายได้ ดี ในช่วงต้นทุนน้ำจำกัด
ดอกดาวเรือง ที่กำลังออกดอกเหลืองอร่าม บานสะพรั่ง รวมถึงเกล่าบรรดาผึ้ง และ ผีเสื้อ ที่มากินน้ำหวานจากเกสร ของดอกดาวเรือง ในพื้นที่กว่า 2 ไร่ ของเกษตรกรในตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมืองพิจิตร ที่นำพื้นที่ว่างเปล่า มาทำการปลูกดาวเรือง ซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ตัดเก็บดอกจำหน่าย ซึ่งใช้เวลาปลูกเพียง 65 วัน ก็สามารถตัดเก็บดอกจำหน่าย ครั้งละกว่า 10,000 ดอก(หนึ่งหมื่นดอก) สร้างรายได้ วันละ 5000-6000 บาท ต่อการตัดหนึ่งครั้ง
นางมณี ชมญาติ เกษตรกรที่ปลูกดาวเรือง เล่าว่า นำพื้นที่จำนวน 2 ไร่ ลงทุนปลูกดาวเรือง โดยใช้เวลาปลูก 65 วัน ก็สามารถเริ่มตัดดอกจำหน่ายได้ ส่วนการดูแลโดยการให้น้ำปริ มาณที่น้อย กว่า การปลูกข้าวโพด ป้องกันแต่โรคเชื้อรา ส่วนการตัดดอก จะตัดทุก 3 วัน ตัดเก็บดอกขายให้กับพ่อค้าที่ มารับซื้อสร้างรายได้
สำหรับการปลูกดาวเรืองเพื่อตั ดดอกขาย ถือว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ ดีแต่สิ่งที่สำคัญคือการดู แลเพราะต้องหมั่นเอาใจใส่ดู แลอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ผลผลิ ตออกมาสมบูรณ์ที่สุด ส่วนราคาอยู่ที่ความต้ องการของตลาด ในราคา ดอกละ 50 สตางค์ ตามขนาดความใหญ่ของดอก สามารถสร้างรายได้ของพืชทางเลื อก ในช่วงน้ำต้นทุนมีจำนวนจำกัด
วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563
พิจิตร แล้งจัดลงทุนเจาะบ่อบาดาลเลี้ยงสวนส้มโอ
สถานการณ์ที่แล้งจัดต่อเนื่องส่ งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนส้ มโอที่ ต้องเพิ่มเงินทุน กว่า 5 หมื่นบาท เพื่อเจาะบ่อบาดาล นำน้ำใต้ดินเลี้ยงสวนส้ม หลังจากภัยแล้ง ซึ่งแหล่งน้ำ ในคลองชลประทานสายหลักแห้ งขอดหลังจากชลประทานงดจ่ายน้ำ เข้าสู้ระบบ
สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่พิจิ ตรยังคงส่งผลกระทบชาวสวนส้ มโอในพื้นที่ ตำบลดงกลาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เกษตรกรสวนส้มโอต้องลงทุนเจาะบ่ อบาดาล โดยว่าจ้างผู้รับเหมาเพื่ อเจาะบ่อบาดาลในส้มโอที่เริ่ มออกลูกจำนวนกว่า 5 ไร่ เพื่อนำน้ำขึ้นมาเลี้ยงต้นโอให้ มีผลผลิตสมบูรณ์ หลังจากที่สถานการณ์ภัยแล้งส่ งผลกระทบกับชาวสวนส้มแหล่งน้ำ ธรรมชาติแห้งจนหมดและ น้ำในคลองชลประทาน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักแห้ งขอดจนไม่มีน้ำ ส่งผลกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกส้ มโอแหล่งใหญ่ของจังหวัดพิจิตร ขาดน้ำต้นทุนในการสูบเลี้ยงส้ มโอที่กำลังออกผลใกล้เก็บเกี่ยว เกษตรกรจึงต้องลงทุนว่าจ้างผู้ รับเหมาทำการเจอะบ่อบาดาล ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ ายในการเจาะบ่อและอุปกรณ์ต่ างๆมูลค่ากว่า 50,000 บาท ต่อการเจาะบ่อบาดาล 1 ลูก เป็นการเพิ่มต้นทุนในการปลูกส้ มโอจากเดิม แต่เกษตรกรก็ต้องยอมลงทุนเพื่ อป้องกันส้มโอจะได้รับความเสี ยหายจากภัยแล้ง
สำหรับพื้นที่จังหวัดพิจิ ตรจากสถานการณ์ที่แล้งจัดต่อเนื่ องในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับฤดูฝนที่ผ่านมามีปริ มาณฝนน้อยกว่าทุกปี ส่งผลให้พื้นที่จังหวัดพิจิตร เริ่มประสบปัญหาภัยแล้งอีกครั้ งซึ่งถือว่าเร็วกว่าทุกปีและยั งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนส้ มโอ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตส้มโอสำคั ญของจังหวัดพิจิตร ทั้งส้มโอท่าข่อย ส้มโอพันธุ์พื้นเมืองของจังหวั ดพิจิตร และส้มโอขาวแตงกวาที่มีเนื้อที่ กว่า 2,000 ไร่
พิจิตร คลองส่งน้ำระบบชลประทานงดจ่ายน้ำส่งผลทำให้คลองชลประทานแห้งขอด
พิจิตรคลองส่งน้ำ ระบบชลประทานงดจ่ายน้ำ ส่งผลทำให้คลองชลประทานแห้งขอด ขณะที่ผู้อำนวยการชลประทาน ขอให้เกษตรกรลดพื้นที่ การทำนาปรังรอบ 2 เตือนเกษตรกรชาวนา อย่าลักลอบ สูบน้ำ เนื่องจากจำเป็นจะต้องเก็บน้ำ ไว้ใช้ในอุปโภคบริโภค
วันที่ 26 มกราคม 2563 สถานการณ์น้ำ ในคลองระบบชลประทานผ่านทางคลอง ซี 40 ซึ่งเป็นคลองสายหลักจาก จังหวัดพิษณุโลก ที่ส่งน้ำจากระบบชลประทานผ่าน พื้นที่จังหวัดพิจิตร เป็นคลองเส้นใหญ่สายหลัก มีความยาว 81 กิโลเมตร โดยจะจ่ายน้ำส่งต่อไปยั งโครงการชลประทานดงเศรษฐี และโครงการชลประทานท่าบัว น้ำที่ ไหลจะกระจายไปตามคลองสาขาต่าง ๆ อย่างทั่วถึงในพื้นที่นาข้าวที่ อยู่ในเขตชลประทาน โดยการจัดสรรน้ำสู่ระบบคลองให้ แก่พื้นที่เพาะปลูกในบางส่วนของ อ.เมืองพิจิตร, อ.สามง่าม, อ.โพธิ์ประทับช้าง, อ.บึงนาราง และ อ.โพทะเล จ.พิจิตร รวม 30 ตำบล เป็นจำนวนพื้นที่ชลประทานทั้ งหมด 186,000 ไร่ ปัจจุบันต้องตกอยู่ในสภาพแห้ งขอด หลังจากทางชลประทานงดจ่ายน้ำ ในระบบ เนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่ อการเพาะปลูกข้าว ส่งผลทำให้คลองส่งน้ำ มีสภาพแห้งขอด ไม่มีน้ำ ถึงแม้เกษตรกร บางส่วน จะนำกระสอบทราย ทำคันกั้นน้ำ แต่ไม่มีปริมาณน้ำ กักเก็บส่งผลทำให้คลองขาดน้ำ
นายอำนาจ อินทร์วงศ์แก้ว ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร กล่าวว่า” สถานการณ์ภัยแล้งของพื้นที่จั งหวัดพิจิตร ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ในปีนี้ ต้องยอมรับว่าปริมาณน้ำฝนมีน้อย อีกทั้งฝนที่ตกเหนือเขื่อนก็มี น้อยด้วยเช่นกัน ทำให้ปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่ อนต่างๆที่อยู่ทางภาคเหนือ มีปริมาณกักเก็บเหลือน้อยเหลื องเพียง 21% เท่านั้น ดังนั้นในช่วงนี้ชลประทานจังหวั ดพิจิตรจึงขอร้องให้ลดพื้นที่ การทำนาปรังรอบ 2 ทั้งพื้นที่ที่อยู่ในเขตการส่ งน้ำของชลประทานและอยู่ นอกเขตการส่งน้ำ เนื่องจากทางชลประทานงดจ่ายน้ำ ในระบบชลประทานบางส่วน เนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่ อการเพาะปลูกข้าว
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า “ หลังจากปริมาณน้ำ โดยเฉพาะ แม่น้ำน่าน ที่ ไหลผ่าน 3 อำเภอน่าเป็นห่วงเนื่องจากน้ำ ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน้ำ ในแม่น้ำน่าน นั้น เก็บไว้เพื่อ อุปโภค บริโภค และระบบนิเวศน์ แต่ยังมีรายงานพบว่ายังมี เกษตรกรชาวนายังฝ่าฝืน ยังมีการแอบลักลอบ สูบน้ำจากแม่น้ำน่านเพื่อไปทำนา ทั้งที่ มีการ แจ้งเตือนแล้ว ขอความร่วมมือ แล้วว่าขอให้งดทำนาปรังเนื่ องจากน้ำไม่เพียงพอในการทำเกษตร แต่ เกษตรกรก็ยังไม่เชื่อ ซึ่งตนเองได้ เตือนไปแล้ว และขอความร่วมมือ และ สั่งคุมเข้มห้ามสถานีสูบน้ำไฟฟ้ าสูบน้ำ เด็ดขาด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






































