รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชลประทาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชลประทาน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563

ตายเกลื่อน แม่น้ำยมแห้งต่อเนื่อง



พิจิตรแม่น้ำยมแห้งต่อเนื่อง ส่งผลให้ สัตว์น้ำ ที่อาศัยบริเวณแหล่งน้ำหน้าวัดเขตอภัยทาน  โดยเฉพาะหอย ที่อาศัยในแหล่งน้ำในแม่น้ำยม ขึ้นตายเกลื่อน ส่งผลระบบนิเวศน์ทางน้ำ เสี่ยงสูญพันธุ์ ขณะที่เกษตรกรปลูกแตงโม พืชใช้น้ำน้อยแทนการทำนาในช่วงหน้าแล้ง ประสบปัญหาหลังราคาแตงโมตกต่ำ
วันที่ 28 มกราคม 2563 สถานการณ์ภัยแล้งในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร ยังคงส่งผลกระทบ โดยเฉพาะแม่น้ำยมในพื้นที่เขตอภัยทาน หน้าวัดศรีศรัทธาราม  ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อจากอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน ยังคงแห้งขอด ตลอดทั้งลำน้ำ ส่งผลกระทบกับสัตว์น้ำ โดยเฉพาะบรรดาหอยกาบ ที่อาศัยอยู่จำนวนมาก อยู่บริเวณหน้าวัดขาดน้ำ ขึ้นมาตายเกลื่อนในท้องแม่น้ำยม  เนื่องจากระดับน้ำได้แห้งขอด และ มีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น อย่างต่อเนื่อง  ส่งผลกับระบบนิเวศน์ทางน้ำ และ สัตว์น้ำในแม่น้ำยม เสี่ยงสูญพันธุ์


ซึ่งล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงเหลือเพียงแอ่งน้ำเพียงเล็กน้อย ที่ยังพอมีน้ำให้สัตว์น้ำ ปลา และ หอย ได้อาศัยอยู่  ชาวบ้านเกรงว่า หากระดับที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม   จะส่งผลกระทบกับแหล่งสัตว์น้ำหน้าวัด ตายหมดเสี่ยงสูญพันธุ์ และชาวบ้าน ริมฝั่งแม่น้ำยม ที่เกรงว่าน้ำต้นทุนจะไม่เพียงพอ ต่อการน้ำอุปโภค และน้ำบาดาลใต้ดิน ใช้ผลิตประปา ที่ลดระดับลง  ซึ่งน้ำในแม่น้ำยมที่แห้งเร็วกว่าทุกปี


ขณะที่เกษตรกร ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ที่หันปลูกแตงโมแทนการทำนาในช่วงหน้าแล้งในพื้นที่ ทำการเก็บผลผลิตลูกแตงโม เพื่อนำมาขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อ แต่ก็ต้องกำลังประสบปัญหาเรื่องของราคาแตงโมที่กำลังตกต่ำเหลือแค่กิโลกรัมละ5บาท  แต่ก็ต้องจำใจต้องขายเพราะถึงเวลาตัดถ้าไม่ตัดขายอาจจะทำให้ลูกแตงโมเน่าเสียคาต้นส่งผลให้ขาดทุนในการปลูก หลายหมื่นบาท 
นางเพ็ญ คะระนันท์ เกษตรกรตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า”  ตนเองปลูกแตงโมในพื้นที่กว่า10ไร่โดยลงทุนไปทั้งหมดกว่า 1 แสนบาทโดยบอกว่าราคาของแตงโมในปีนี้ตกต่ำมากเลยเหลือแค่กิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งแตกต่างจากปีที่ผ่านมา  แต่เกษตรกรก็ต้องจำใจที่ต้องตัดแตงโมขายในราคาที่ถูก เพราะถ้าไม่ตัดขายอาจจะทำให้ลูกแตงโมเน่าเสียหายขาดทุนเสียหายมากไปกว่านี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางช่วยเหลือ หลังจากที่รณรงค์ป,กพืชใช้น้ำน้อยแทน แต่ ผลผลิจออกมากับเจอปัญหาราคาตกต่ำ 

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร คลองส่งน้ำระบบชลประทานงดจ่ายน้ำส่งผลทำให้คลองชลประทานแห้งขอด


พิจิตรคลองส่งน้ำระบบชลประทานงดจ่ายน้ำ ส่งผลทำให้คลองชลประทานแห้งขอด ขณะที่ผู้อำนวยการชลประทาน ขอให้เกษตรกรลดพื้นที่การทำนาปรังรอบ 2   เตือนเกษตรกรชาวนา อย่าลักลอบ สูบน้ำ  เนื่องจากจำเป็นจะต้องเก็บน้ำไว้ใช้ในอุปโภคบริโภค
วันที่ 26 มกราคม 2563 สถานการณ์น้ำในคลองระบบชลประทานผ่านทางคลอง ซี 40 ซึ่งเป็นคลองสายหลักจาก จังหวัดพิษณุโลก ที่ส่งน้ำจากระบบชลประทานผ่าน พื้นที่จังหวัดพิจิตร เป็นคลองเส้นใหญ่สายหลัก มีความยาว 81 กิโลเมตร โดยจะจ่ายน้ำส่งต่อไปยังโครงการชลประทานดงเศรษฐีและโครงการชลประทานท่าบัว น้ำที่ไหลจะกระจายไปตามคลองสาขาต่าง ๆ อย่างทั่วถึงในพื้นที่นาข้าวที่อยู่ในเขตชลประทาน โดยการจัดสรรน้ำสู่ระบบคลองให้แก่พื้นที่เพาะปลูกในบางส่วนของ อ.เมืองพิจิตรอ.สามง่ามอ.โพธิ์ประทับช้างอ.บึงนาราง และ อ.โพทะเล จ.พิจิตร รวม 30 ตำบล  เป็นจำนวนพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 186,000 ไร่  ปัจจุบันต้องตกอยู่ในสภาพแห้งขอด หลังจากทางชลประทานงดจ่ายน้ำในระบบ เนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าว ส่งผลทำให้คลองส่งน้ำ มีสภาพแห้งขอด ไม่มีน้ำ ถึงแม้เกษตรกร บางส่วน จะนำกระสอบทราย ทำคันกั้นน้ำ แต่ไม่มีปริมาณน้ำ กักเก็บส่งผลทำให้คลองขาดน้ำ 
นายอำนาจ   อินทร์วงศ์แก้ว  ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร  กล่าวว่า”  สถานการณ์ภัยแล้งของพื้นที่จังหวัดพิจิตร ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ในปีนี้ต้องยอมรับว่าปริมาณน้ำฝนมีน้อย อีกทั้งฝนที่ตกเหนือเขื่อนก็มีน้อยด้วยเช่นกัน ทำให้ปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่อนต่างๆที่อยู่ทางภาคเหนือ มีปริมาณกักเก็บเหลือน้อยเหลืองเพียง 21%  เท่านั้น ดังนั้นในช่วงนี้ชลประทานจังหวัดพิจิตรจึงขอร้องให้ลดพื้นที่การทำนาปรังรอบ 2  ทั้งพื้นที่ที่อยู่ในเขตการส่งน้ำของชลประทานและอยู่นอกเขตการส่งน้ำ เนื่องจากทางชลประทานงดจ่ายน้ำในระบบชลประทานบางส่วน  เนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าว

นายอำนาจ   กล่าวต่อว่า “  หลังจากปริมาณน้ำ โดยเฉพาะ แม่น้ำน่าน  ที่ ไหลผ่าน 3 อำเภอน่าเป็นห่วงเนื่องจากน้ำลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน้ำ ในแม่น้ำน่าน  นั้น เก็บไว้เพื่อ อุปโภค บริโภค และระบบนิเวศน์    แต่ยังมีรายงานพบว่ายังมีเกษตรกรชาวนายังฝ่าฝืน  ยังมีการแอบลักลอบ สูบน้ำจากแม่น้ำน่านเพื่อไปทำนา ทั้งที่ มีการ แจ้งเตือนแล้ว ขอความร่วมมือ แล้วว่าขอให้งดทำนาปรังเนื่องจากน้ำไม่เพียงพอในการทำเกษตร แต่ เกษตรกรก็ยังไม่เชื่อ    ซึ่งตนเองได้ เตือนไปแล้ว  และขอความร่วมมือ  และ สั่งคุมเข้มห้ามสถานีสูบน้ำไฟฟ้าสูบน้ำ เด็ดขาด

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร แล้งส้มโอขาดน้ำร่วงหล่นเสียหาย


คลองชลประทานน้ำแห้งขอด ส่งผลกระทบแหล่งสวนส้มโอ ร่วงหล่นจากต้น เนื่องจากขาดน้ำ เหี่ยวเฉา ผลเหลือง สร้างความเสียหายเกษตรกรขาดรายได้จากการเก็บผลส้มโอเพื่อจำหน่าย 
สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงส่งผลกระทบขยายวงกว้างต่อเนื่อง หลังจากที่ชลประทานงดจ่ายน้ำทำให้น้ำในคลองชลประทานที่เป็นแหล่งน้ำแห่งเดียวที่ใช้ในการดูแลต้นส้มโอต้อง แห้งขอดลงจนไม่มีน้ำเหลือเพียงพอนำขึ้นมาใช้ทำการเกษตรได้ โดยเฉพาะสวนส้มโอ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองพิจิตรซึ่งเป็นแหล่งปลูกส้มโอพันธุ์พื้นเมืองแหล่งใหญ่ของจังหวัดพิจิตร โดยต้นส้มโอมีลักษณะใบเหี่ยวเฉา ผลส้มโอที่ใกล้เก็บผลผลิต ที่มีลักษณะลูกเป็นสีเหลือง และได้หลุดจากขั้ว ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินจำนวนมากสร้างความเสียหายเกษตรกรขาดรายได้จากการเก็บผลส้มโอเพื่อจำหน่าย   เนื่องจากขาดน้ำ เป็นเวลานาน   อาจจะทำให้ต้นส้มโออายุกว่า 10 ปี จะยืนต้นตายจากภัยแล้ง      

สำหรับสวนส้มโอ ของเกษตรการชาวสวนส้มโอในพื้นที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตส้มโอสำคัญของจังหวัดพิจิตร ทั้งส้มโอท่าข่อยซึ่งเป็น ส้มโอพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดพิจิตร และส้มโอขาวแตงกวาที่มีเนื้อที่มากกว่า 2,000 ไร่ โดย เกษตรกรนิยมปลูกกันจำนวนมาก   ซึ่งหลังจากที่น้ำในคลองชลประทาน และแหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดลง ส่งผลกระทบกับเกษตรชาวสวนส้มโอ ขาดน้ำที่จะมาล่อเลี้ยงสวนส้มโอ 

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร แหล่งกักเก็บน้ำนอกเขตชลประทานแห้งขอด


พิจิตรแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่แห้งขอดหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ดินแห้งแตกระแหง กระทบกับการทำการเกษตร และ สัตว์น้ำในแหล่งน้ำ  ประปาส่วนภูมิภาค มีน้ำเพียงพอต่อประชาชน ขณะที่ชลประทานพิจิตร ขอให่เกษตรกรลดการทำนาปรังเพื่อป้องกันความเสียหาย
วันที่ 21 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ขนาดเนื้อที่กว่า 8 ไร่ ได้แห้งขอดลง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่  ตำบลหัวดง อำเภอเมือง  จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่สูง และ อยู่นอกเขตชลประทาน  โดยแหล่งน้ำตามบ่อธรรมชาติขนาดใหญ่ ระดับน้ำได้ทยอยแห้งลง  พื้นดินแตกระแหง  จนไม่เหลือน้ำในบ่อกักเก็บ ส่งผลทำให้สัตว์น้ำ ที่เคยอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ ต้องตายลงจากการขาดน้ำ   เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องปล่อยแปลงนาข้าวทิ้งร้าง ไม่เสี่ยงการทำนา โดยการหยุดทำการเกษตร  ทำการพักดิน ในพื้นที่การทำนา หลังทำการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว  เพื่อรอฤดูกาลทำการเกษตรช่วงหน้าฝน  
จากการสำรวจ พบว่า หลังจากแหล่งน้ำที่แห้งขอดลง  เกษตรกรส่วนใหญ่ ต้องหยุดทำการเกษตรอย่างสินเชิง  โดยเฉพาะในเขตพื้นที่นอกเขตชลประทาน อำเภอเมือง  อำเภอตะพานหิน  อำเภอวังทรายพูน  ทับคล้อ และ อำเภอ สากเหล็ก หลายหมื่นไร่  คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อต่อรายได้หลักของเกษตรกร  จากการทำการเกษตรไม่ได้  เนื่องจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติมีไม่เพียงพอ 

ขณะที่ นางรติฟัส   พ่วงพร้อม    หัวหน้าป้องกันบรรเทาสาธารณภัย   จังหวัดพิจิตร   กล่าวว่า  สถานการณ์ภัยแล้งจังหวัดพิจิตร  ขณะนี้  เขื่อนสิริกิติ์ และ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ซึ่งเป็นเขื่อนใหญ่หลักตอนบนปล่อยน้ำลงแม่น้ำน่านมีการชะลอการปล่อยน้ำทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน ระดับนำลดลงต่อเนื่องทำให้บางช่วง  สามารถมองเห็นสันดอนดิน และแก่งโขดหิน ต่างโพล่ขึ้นกลางแม่น้ำน่านนั้นซึ่งเรื่องดังกล่าวตนเอง ได้ประสานไปยังชลประทานเพื่อสอบถามปรากฏว่าได้รับคำ  ยืนยันจาก ประปาส่วนภูมิภาคว่า  น้ำ  เพียงพอในการ ผลิตน้ำประปา   เพื่อ ในการอุปโภคบริโภค และระบบนิเวศ  เนื่องจากตรงบริเวณที่เขาสูบน้ำเพื่อทำประปามีล่องลึก  ซึ่งทางประปา ภูมิภาค นั้น  เขายืนยันในที่ประชุมแล้วมีน้ำเพียงพอสำหรับประชาชน

นาง รติฟัส       กล่าวอีกว่า กรณีที่มี  กลุ่มที่กลุ่มพลังไฟฟ้าจะมาขอสูบน้ำในแม่น้ำน่าน  เพื่อ ช่วยเกษตรกรชาวนา  ซึ่งทางชลประทานเองก็  ไม่อนุญาต เนื่องจาก  น้ำ  ในเขื่อนหลัก มีน้อย  น้ำไม่พียง    ดังนั้นสิ่งที่เป็นห่วงเกรงว่า  เกษตรกร จะลักรอบ สูบน้ำ ดังนั้นขอความร่วมมือเกษตรกรอย่าสูบน้ำทำนา

ทางด้าน นายอำนาจ   อินทร์วงศ์แก้ว  ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิจิตร  กล่าวว่า  สถานการณ์ภัยแล้งของพื้นที่จังหวัดพิจิตร ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ซึ่งจังหวัดพิจิตรมีแม่น้ำสายหลัก 2 สาย คือ แม่น้ำยม และ แม่น้ำน่าน แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ในปีนี้ต้องยอมรับว่าปริมาณน้ำฝนมีน้อย อีกทั้งฝนที่ตกเหนือเขื่อนก็มีน้อยด้วยเช่นกัน ทำให้ปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่อนต่างๆที่อยู่ทางภาคเหนือ มีปริมาณน้ำน้อยดังนั้นในช่วงนี้  ซึ่งทางชลประทานจังหวัดพิจิตรจึงขอร้องให้เกษตรกรลดพื้นที่การทำนาปรังรอบ 2  ทั้งพื้นที่ที่อยู่ในเขตการส่งน้ำของชลประทานและอยู่นอกเขตการส่งน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายจากพืชผลทางการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง




วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร เตรียมงบ6ล้านซ่อมแซมเขื่อนยางจระเข้ผอมกักเก็บน้ำ



ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์    ลงพื้นที่ตรวจเขื่อนยางบ้านจระเข้ผอม หลังจากใช้การเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมไม่ได้มาหลายปี  สนับสนุนงบประมาณ 6 ล้าน ซ่อมแซม พร้อมเร่งเขื่อนกั้นน้ำในแม่น้ำยม แก้ปัญหาระยะยาว

วันที่ 13 มกราคม 2562 นาย นราพัฒน์ แก้วทอง   ผู้ช่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   พร้อมคณะ ได้เดินทางมาที่บริเวณ เขื่อนยางในแม่น้ำยม บ้านจระเข้ผอม หมู่ที่ 1 ตำบลรังนก อำเภอ สามง่าม จังหวัดพิจิตร  ตรวจสอบสภาพความเสียหาย ของเขื่อนยาง หลังจาก ได้ก่อสร้างเมื่อปี  2554 เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม  แต่เขื่อนยางไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ โดยเฉพาะตัวยางที่ขาดชำรุดไม่สามารถพองน้ำได้ มาหลายปี แต่ยังไม่มีการซ่อมแซม จนกระทั้งไม่สามารถกักเก็บน้ำ ในแม่น้ำยมทำให้เกษตรกร ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถ  กักน้ำไว้ใช้อุปโภค-บริโภค และ ทำการเกษตรได้

โดยระหว่างที่ลงพื้นที่  มีเกษตรกรชาวนาจำนวนมาก   ได้ เกษตรกรชาวนาจาก ตำบลรังนก  ตำบลกำแพงดิน  ตำบล สามง่าม  จำนวนมาก  ได้เข้ามาเจรจาเพื่อขอ ให้ ทาง กระทรวงเกษตรกรช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา เรื่อง แก้ปัญหาเรื่องน้ำและเรื่องเขื่อนยาง เนื่องจากขณะนี้   ข้าวของเกษตรกรชาวนาหลายพันไร่  นั้น  กำลังได้รับความเดือดร้อนประสบปัญหาภัยแล้ง  และได้รับความเสียหายจากข้าวขาดน้ำ   บางส่วน ยืนต้นตายบางส่วน  กำลังขาดแคลนน้ำ
ซึ่งในเบื้องต้น นายนราพัฒน์   ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เจรจากับเกษตรกรชาวนาตำบลสามง่าม ตำบลรังนก และตำบลกำแพงเดิน ว่า หลังจาก  มีการประชุม สภา และ งบประมาณ ผ่าน   ซึ่ง  พิจิตรได้รับงบประมาณ จำนวน 6  ล้านเพื่อซ่อมแซมเขื่อนยางจระเข้ผอม ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ซ่อมแซมตัวเขื่อนยาง ให้มีแข็งแรงทนทาน กักเก็บน้ำได้  เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน นอกจากนี้ในการแก้ปัญหาระยะยาว ที่มีการสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำยม  ที่ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง   เนื่องจากการก่อสร้างล่าช้า  จริงแล้วจะต้องแล้วเสร็จในปี 62 ซึ่งมีปัญหาเรื่องเวนคืนที่ดิน และการออกแบบ ซึ่งคงจะต้องเร่งให้เสร็จในเร็วๆ นี้   ในส่วนส่วนเขื่อนตำบล ไผ่ท่าโพ เตรียมบรรจุจุ ในปี งบประมาณ ในปี 64ในการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในลุ่มแม่น้ำยม

วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร แม่น้ำยมแห้งเขื่อนยางเก็บน้ำไม่ได้


พิจิตรแม่น้ำยมแห้งต่อเนื่อง ขณะที่เขื่อนยางในพื้นที่แม่น้ำยมยังไม่สามารถพองตัวยางเก็บกักน้ำได้ เนื่องจากตัวเขื่อนยางชำรุดเป็นเวลานาน ส่วนหนึ่งสาเหตุ ที่ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ ทำให้แม่น้ำยมแห้งเร็วกว่าปกติ   ขณะที่ชาวนา ลงทุนกว่า 50,000 บาท เจาะบ่อบาดาลแลกน้ำ
วันที่ 11 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า” สถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม ที่ไหลพื้นที่จังหวัดพิจิตรในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และ อำเภอโพทะเล  ซึ่งมีระดับน้ำในแม่น้ำยมลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่บริเวณเขื่อนยางบ้านจระเข้ผอม ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร หลังจากที่ฝายยางดังกล่าวยังไม่สามารถที่จะพองตัวยางขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำได้  เนื่องจากตัวเขื่อนยางซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกักเก็บน้ำเกิดการชำรุดเสียหาย ไม่สามารถพองตัวเก็บน้ำได้ จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ไม่สามารถเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมได้ จึงทำให้แห้งเร็วกว่าทุกปี   ถึงแม้ชาวบ้าน  จะนำกระสอบทรายมากั้นบนสันเขื่อน แต่ยังไม่สามารถเก็บน้ำได้  จนทำให้ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนยางไหลลง สู่แม่น้ำยม ด้านล่าง  จนทำให้พื้นที่ทางตอนบน โดยเฉพาะอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ หน้าแล้งได้ ส่งผลให้แห้งตลอดแม่น้ำยม   
โดยเขื่อนยางบ้านจระเข้ผอม ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2554  งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 287 ล้านบาท ขนาดความสูงของตัวฝายยาง 2.50 เมตร ความยาว 74 เมตร วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างเพื่อใช้เก็บกับสำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาที่มีจำนวนมาก รวมไปถึงรักษาระบบนิเวศน์ เนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีระบบเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ เหมือนกับแม่น้ำสายอื่นๆ แต่ที่ผ่านมาประสบปัญหาตัวฝายยางชำรุดเสียหายจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่    เนื่องจากการฉีกขาดของตัวฝายยางที่เกิดจากกิ่งไม้และสิ่งของที่ลอยมากับน้ำชนกับตัวฝายยางจนเกิดการเสียหายจนเป็นปัญหาในการเก็บกักน้ำที่ไม่สามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพ
ขณะที่ ชาวนาในพื้นที่ ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ชาวนาต้องลงทุนว่าจ้างในการเจาะบ่อบาดาลที่บริเวณนาข้าวเพื่อสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาเลี้ยงต้นข้าว หลังประสบปัญหาภัยแล้งแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งจนหมด ชาวนาต้องดิ้นรนหาแหล่งน้ำด้วยการลงทุนว่าจ้างผู้รับเหมา เป็นเงิน กว่า หมื่นบาท ทำการเจาะบ่อบาดาล ความลึกลงไปในใต้ดิน 60 เมตร เพื่อสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาเป็นน้ำต้นทุนหลังจากสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงต่อเนื่อง จนไม่สามารถหาแหล่งน้ำอื่นได้   ถึงแม้จะเป็นการลงทุนที่สูง แต่ชาวนาก็จำเป็นต้องทำ เพื่อหาน้ำใต้ดินขึ้นมาล่อเลี้ยงต้นข้าวที่อายุได้เพียง1เดือน เพื่อรอดพ้นจากภัยแล้ง ส่งผลกระทบ ต้นข้าวที่ลงทุนปลูกไว้ประสบปัญหาขาดน้ำ  ชาวนาจึงต้องลงทุนเจอะบ่อบาดาลซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการทำนา เพื่อแลกกับน้ำมาล่อเลี้ยงต้นข้าว


วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร แล้งแม่น้ำยมไม่พอโรงสูบน้ำหยุดสูบน้ำ


พิจิตรแล้งแม่น้ำยม โรงสูบน้ำพลังไฟฟ้า 29 แห่ง หยุดสูบน้ำ กว่า 20 แห่ง   เนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีน้ำ เพียงพอต่อการสูบน้ำขึ้นมาทำการเกษตรได้ ชาวบ้าน กว่า 30 หลังคาเรือน ใน ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร    จะใช้น้ำในช่วงกลางคืนตั้งแต่เวลา  22 .00 น. จนถึง 04 .00น. เนื่องจากน้ำต้นทุนผลิตประปาไม่เพียงพอ   
วันที่ 9 มกราคม 2563 ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน พื้นที่ 4 อำเภอ คือ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และ อำเภอโพทะเล ของจังหวัดพิจิตร  ซึ่งมีระยะทาง 127 กิโลเมตร ปัจจุบันแม่น้ำยม ส่วนใหญ่ มีสภาพแห้งขอด จนเห็นพื้นทรายในท้องแม่น้ำ ส่งผลทำให้โรงสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า ในเขตแม่น้ำยม ที่มีอยู่จำนวน 29 แห่ง   กว่า 20 แห่ง ต้องหยุดเดินเครื่องสูบน้ำ  เนื่องจากน้ำแม่น้ำยมที่บริเวณโรงสูบน้ำไฟฟ้าแห้งขอดจนเป็นผืนทราย ทั้งที่ผ่านมา ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ทางหน่วยงานราชการ พยายามแก้ปัญหาด้วยการนำรถแบ็คโฮมาขุดเปิดทางน้ำ  เพื่อเป็นบ่อน้ำแต่ก็ไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องหยุดสูบน้ำถาวรจนกว่าจะมีน้ำเพียงพอ
นายอำนาจ อินทร์วงศ์แก้ว ผู้อำนวยการสำนักโครงการชลประทานพิจิตร กล่าวว่า” แม่น้ำน่าน และ แม่น้ำยม ซึ่งเป็นสายหลักที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตร ปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่อนต่างๆที่อยู่ทางภาคเหนือ มีปริมาณน้ำน้อย โดยเฉพาะแม่น้ำยมที่แห้งขอด โดยเหตุส่วนหนึ่งก็เกิดจากแม่น้ำยมไม่มีเขื่อนในการกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะแม่น้ำยมที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตรรวมระยะทาง 127 กิโลเมตร ขณะนี้น้ำได้แห้งลงจนเห็นพื้นทรายอยู่กลางแม่น้ำยม จะมีน้ำหลงเหลือก็อยู่เพียงเล็กน้อยตามวัง

นายอำนาจ อินทร์วงศ์แก้ว กล่าวต่อว่า “ ในช่วงนี้ชลประทานจังหวัดพิจิตรจึงขอร้องให้เกษตรกรลดพื้นที่การทำนาปรังรอบ 2 ทั้งพื้นที่ที่อยู่ในเขตการส่งน้ำของชลประทานและอยู่นอกเขตการส่งน้ำ รวมถึงชาวนาที่เคยอาศัยเครื่องสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าสูบน้ำจากแม่น้ำยม  ในส่วนแม่น้ำน่าน ทางชลประทานไม่อนุญาตให้สูบน้ำไปทำนาปรัง เนื่องจากปริมาณน้ำเหลือน้อย

ขณะที่ นางรติฟัส พ่วงพร้อม หัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า”  ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน ต่ำ กว่าผิดปกติ   แต่ก็ยังสามารถผลิตน้ำประปาได้   แต่ทางชลประทาน  ได้ประกาศสั่ง ปิดประตูน้ำ ห้ามให้เกษตรกรชาวนาห้ามสูบน้ำ เพื่อทำการเกษตร   สาเหตุ ต้นทุนน้ำน้อย ประกอบกับ เขื่อน มีปริมาณน้อย     สิ่งที่ เป็นห่วงคือ หมูที่ 10 ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร  ประชาชนกว่า 30 หลังคาเรือน   น้ำ อุปโภค บริโภค   นั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่มีต้นทุนผลิตประปา ต้องใช้น้ำของประปา ในเขตตะพานหิน   โดยเฉพาะ จะใช้น้ำในช่วงกลางคืนตั้งแต่เวลา  22 .00 น. จนถึง 04 .00น.  เนื่องจาก ทางประปาส่วนภูมิภาคอำเภอตะพานหิน จะ เปิดน้ำให้ในภาคกลางคืน  ส่วนกลางวัน ปิด  เนื่องจากน้ำ มีน้อย   จนเป็นเหตุ ให้ ใช้ได้ แต่ช่วงกลางคืน   ขณะนี้ประปา ตะพานหิน กำลังของบประมาณจากส่วนกลางจำนวน 66 ล้าน  เพื่อวางท่อ ประปา   ในเขต ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร  เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว


วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร แม่น้ำยมแห้งจากฝายยางชำรุดเก็บน้ำไม่ได้

พิจิตรทีวี ข่าวพิจิตร



พิจิตรฝายยางกั้นแม่น้ำยม ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ เนื่องจากชำรุดเสียหาย ส่งผลทำให้น้ำในแม่น้ำยมประสบปัญหาภัยแล้ง

พิจิตรแม่น้ำยมในพื้นที่ตอนบนในเขตอำเภอสามง่ามยังแห้งขอดแม้ว่าจะมีฝนเริ่มตกลงมาแต่มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ประกอบกับฝายยางสามง่าม ที่หมู่ 1บ้านจระเข้ผอม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ไม่สามารถเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมได้เนื่องจากชำรุด  ตัวฝายยางซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกักเก็บน้ำชำรุดจนไม่สามารถกักเก็บน้ำได้   ที่ผ่านมาทางส่วนราชการร่วมกับประชาชนนำกระสอบทรายมากั้นบริเวณฐานฝายยาง ซึ่งเป็นคอนกรีต แทนการฟองยาง แต่กระสอบทรายกั้นน้ำกลับพังชำรุด  ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากไว้ใช้ประโยชน์ได้ จึงส่งผลกระทบทำให้พื้นที่ต้องประสบปัญหาภัยแล้ง

สำหรับฝายยางสามง่าม ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2552 ขนาดความสูง 2.50 เมตร ความยาว 74 เมตร งบประมาณในการก่อสร้าง 287 ล้านบาท ระยะแรกยังใช้งานได้ดีแม้ว่าจะเก็บน้ำได้ไม่มากนัก เนื่องจากมีความสูงเพียง 2.50 เมตร และเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาตัวฝายยางขาดชำรุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามที่จะแก้ปัญหาด้วยการซ่อมตัวฝายแต่ก็ใช้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น  

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

พิจิตรฝนทิ้งช่วงชาวนาต้องสูบน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว

พิจิตรทีวี ข่าวพิจิตร



ชาวนาในเขตชลประทานพิจิตรนำเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตรเพื่อมาติดตั้งสูบน้ำในคลองชลประทานเพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังจะตั้งท้อง

ที่ตำบลดงกลาง อำเมืองพิจิตรฝนที่หยุดตกทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ส่งผลทำให้ ชาวนาต้องนำเครื่องยนต์ ทางการเกษตรมาติดตั้งเร่งทำการสูบน้ำจากคลองชลประทานเนื่องจากคลองชลประทานเป็นแหล่งน้ำเพียงแหล่งเดียว เพื่อส่งน้ำไปเลี้ยง ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวกำลังจะตั้งท้องและต้องการน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวจำนวนมาก ซึ่งต้องอาศัยแหล่งน้ำจากคลองชลประทานซึ่ง ชาวนาจึงต้องต่อท่อเพื่อสูบน้ำจากคลองชลประทาน   เพื่อเลี้ยงต้นข้าวป้องกันเสียจากการขาดน้ำและชาวนาจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการสูบน้ำในคลองชลประทานเพื่อที่จะหล่อเลี้ยงเลี้ยงต้นข้าว แม้ว่าจะต้องใช้เงินทุนในการซื้อน้ำมันเพื่อสูบน้ำหล่อเลี่ยงต้นข้าว ซึ่งก็ต้องยอมลงทุน ในการทำนาในช่วงที่ราคาข้าวที่กำลังตกต่ำ

สำหรับการสูบน้ำของชาวนาในพื้นที่ตำบลดงกลาง จังหวัดพิจิตรในครั้งนี้ เนื่องจากชาวนาเกรงว่าฝนที่หยุดตกทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ตกลงมาไม่เพียงพอ จะไม่มีน้ำเพื่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังตั้งท้อง ชาวนาจึงเร่งสูบน้ำไว้ใช้ในการเลี้ยงต้นข้าวเนื่องจากน้ำจากคลองชลประทานเป็นแหล่งน้ำหลัก ที่เหลือพออยู่ใช้สำหรับการทำนาของชาวนาที่อยู่ในเขตชลประทาน

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

โรงสูบน้ำไฟฟ้าสูบน้ำช่วยฤดูกาลเพาะปลูกข้าว

พิจิตรทีวี ข่าวพิจิตร



โรงสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าบ้านวังลูกช้าง ตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เร่งเดินเครื่องสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่จำนวน 2 เครื่อง เต็มกำลังเพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำยมที่ผันมาจากจังหวัดพิษณุโลก เพื่อส่งน้ำไปช่วยเกษตร ช่วยเกษตรที่เริ่มทำการเพาะปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่ กว่า 2,000 ไร่ เป็นการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรทำข้าวนาปี ที่เริ่มฤดูการเพาะปลูก