รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุบัติเหตุและอาชญากรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุบัติเหตุและอาชญากรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

พิจิตร: โรงงานพลุระเบิด เสียชีวิต 5 ราย

        พิจิตรเสียชีวิตเพิ่มจากโรงพลุระเบิด พิจิตรเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้ เข้าตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 5 ราย ขณะเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 3 บ้านหัวทด ตำบลหนองหญ้าไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นบ้านร้าง โดยสภาพบ้านที่เกิดเหตุ สภาพังเสียหายทั้งหลัง และบริเวณหลังบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นโรงเรือน สำหรับประกอบพลุ มีรอยหลุมลึก 2-3 หลุม คาดว่าจะเป็นแรงระเบิดที่ทำให้เกิดหลุม และมีปลอกเศษเปลือกลูกบอลสำหรับบรรจุดินปืน ตกกระจายเกลื่อนรอบพื้นที่นอกจากนั้น ยังมีบ้านเรือนประชาชนอีก 6 หลังคาเรือน ที่อยู่ใกล้เสียหายทั้งหลัง อีก1 หลังและบางส่วนรวม 6 หลังคาเรือน มีเศษชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจาย รอบพื้นที่รัศมี 200-300 เมตร โดยเหตุการณ์ระเบิด ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย คือ นายศิวกร พรมวิเศษ เจ้าของที่ผลิตพลุ และ คนงาน อีก 3 คน คือ นายสมทรง สุทธิชัง นายเกรียงไกร ท้าวเจริญ และ นายประดิษฐ์ มีคำ และ ล่าสุด มี เด็กชาย อธิวัฒน์ พวงมาลา อายุ 2 ขวบ ที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด ได้ เสียชีวิต ระหว่างเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมเป็น เสียชีวิต 5 ราย ในส่วนผู้สูญหาย รอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้ เข้าตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุ เพื่อทำการเก็บซากผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งตรวจสอบ วัตถุระเบิด ที่ใช้ ประกอบที่ใช้ประกอบ ในการทำระเบิดไล่สัตว์ จนเกิดเหตุระเบิดขึ้น โดยพบถังบรรจุดินระเบิด ภายในที่เกิดเหตุ โดยมรสภาพ แตกฉีก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ เก็บทำการตรวจสอบ วัตถุ ที่ใช้ในการทำระเบิด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบสาเหตุ ของการระเบิดในครั้งนี้ต่อไป 

/////////////// 

ล่าสุด 5 กุมภาพันธ์ 2556 18.00 น.  ตำรวจเรียกภรรยาเจ้าของโรงงานพลุมาทำการสอบสวน ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ก็เรียกภรรยา โรงงานทำระเบิดไล่สัตว์มาทำการสอบสวน โดยเจ้าของโรงงานจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนไม่เกินวันอาทิตย์นี้ ชิ้นส่วนของร่างการมนุษย์ กว่า 20 ชิ้นเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุพยานที่วันนี้ พลตำรวจตรีสาธิต ก้อนแก้ว ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ได้เรียกชุดดรีมทีม ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิสูจน์หลักฐานจากจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตากและ สุโขทัยรวม 6 จังหวัดกว่า 30 นาย มาระดมลงพื้นที่หาวัตถุพยานเพื่อเป็นหลักฐานถึงสาเหตุของโรงงานระเบิดปิงปองระเบิดในครั้งนี้ พร้อมทั้งการเรียกประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์โดยพบจุดที่ระเบิดก่อนหลังจำนวน 7 จุด สารประกอบในการทำระเบิดปิงปอง วัตถุพยานอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกหลายสิบรายการ โดยเฉพาะชิ้นส่วนมนุษย์ กว่า 20 ชิ้น ที่จะทำการส่งไปพิสูจน์ DNA ยืนยันอัตลักษณ์บุคคล ในขณะเดียวกันในวันนี้ พนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจภูธรสากเหล็ก ก็ได้เรียกนางชญาดา ท้าวเจริญ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 10 ต พันชลี อำเภอวังทอง จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ซึ่งเป็นภรรยาของนายประเสริฐ พรมวิเศษ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานระเบิดปิงปองและรอดตายอย่างหวุดหวิด ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุนายประเสริฐ ไม่ได้อยู่ภายในโรงงาน มาทำการสอบสวน โดยนางชญาดา เปิดเผยว่า นายประเสริฐ ติดต่อมาหาตนเอง และจะเข้ามอบตัวภายในวันอาทิตย์ที่ 7 กพ นี้ ส่วนตัวเองไม่เคยไปที่โรงงานแห่งนี้ ทราบแต่เพียงว่านายประเสริฐ ทำมาประมาณ 1 ปี




 ///////////////////////////////////////////////////

6 กุมภาพันธ์ 2564 พิจิตรเยียวยาเหตุโรงพลุระเบิด 
พิจิตร หลายหน่วยงานเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากโรงพลุเถื่อนระเบิด คาดเบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 6 ราย  เจ้าของโรงพลุ ยังอยู่ระหว่างติดต่อเข้ามอบตัว  และ ต้องสูบเสีย ลูกชาย และ แม่ จากเหตุระเบิดในครั้งนี้ 
ภาพมุมสูง ที่มองเห็นสภาพ ของ บ้านเลขที่  84 หมู่ 3 บ้านหัวทด ตำบลหนองหญ้าไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร  ซึ่งเป็นบ้านร้าง โดยสภาพบ้านที่เกิดเหตุ สภาพพังเสียหายทั้งหลัง และบริเวณหลังบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นโรงเรือน สำหรับประกอบพลุ และบ้านเรือนข้างเคียง จากเหตุระเบิดของโรงประกอบพลุ ลูกบอลไล่สัตว์ ทำให้บ้านเรือนพังเสียหาย ทั้งหลัง จำนวน 4 หลังคาเรือน และ บ้านเรือนบริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบอีก 18 หลังคาเรือน 
โดยนายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อบต หนองหญ้าไทร และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้วางมาตรการเยียวยา ช่วยเหลือประชาชน โดยรอบ ที่เกิดเหตุ โดยมีบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 22 ครัวเรือน ซึ่งมีบ้านเรือนเสียหาย ทั้งหลัง จำนวน 4 หลังคาเรือน จะได้รับเงินช่วยเหลือ จากทางราชการ จำนวน หลังละ 49500 บาท ในส่วนบ้านที่เสียหาย จะทำทำการซ่อมแซม ส่วนที่เสียหาย 
นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ระบุว่า ในส่วนผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์ครั้งมี  เบื้องต้นตามรายงาน  รวม 5  คน  เป็นคนงาน 4 คน และ อีก 1 ราย เป็นเด็กชายวัย 2 ขวบ ที่อยู่ข้างโรงพลุระเบิด และ ผู้สูงอายุ  ที่หายตัวไป คาดว่าจะเสียชีวิต ในโรงประกอบพลุที่ระเบิด เนื่องจาก พบเข็มขัด ของ ผู้สูงอายุ ซึ่งต้องรอพิสูจน์อัตลักษณ์ ต่อไป ในส่วนเจ้าของโรงพลุ เบื้องต้น ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
สำหรับ เหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ คาดจะมีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 คน  เป็นคนงาน จำนวน 4 คน คือ นายศิวกร พรมวิเศษ  นายเกรียงไกร ท้าวเจริญ  นายประดิษฐ์  มีคำ  นางสาวสมทรง สุทธิชัง และ  เด็กชาย อธิวัฒน์ พวงมาลา อายุ 2 ขวบ ที่อาศัยข้างบ้านที่เกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดจนบ้านพังลงมาทับ และ นางจำเนียร พรมวิเศษ  อายุ 82 ปี ที่คาดว่าเสียชีวิต จากการพบเข็มขัดในที่เกิดเหตุ ส่วน นายประเสริฐ พรมวิเศษ เจ้าของโรงพลุที่อยู่ระหว่างติดต่อมอบตัว  ต้องสูญเสีย ลูกชาย คือนายศิวกร พรมวิเศษ  และ มารดา คือนางจำเนียร พรมวิเศษ ที่เสียชีวิต จากเหตุระเบิดในครั้งนี้   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะนำมาทำการสอบสวนหลังจาก เจ้าของโรงพลุเถื่อนเข้ามามอบตัว  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
/////////////

7 กุมภาพันธ์ 2564

พิจิตรสั่งตรวจสอบโรงพลุร้านค้าหวั่นซ้ำรอย 
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ออกคำสั่งให้ทุกอำเภอ ตรวจสอบโรงบรรจุพลุ และ ร้านค้า หวั่นเหตุการณ์ซ้ำรอย ที่พบการสูบเสียชีวิต และ บ้านเรือนประชาชน จากเหตุระเบิดของโรงพลุเถื่อน  
หลังจากที่ เกิดความเสียหาย และ การเสียชีวิต จากเหตุโรงประกอบพลุ ลูกบอลไล่สัตว์ ทำให้บ้านเรือนพังเสียหาย ทั้งหลัง จำนวน 4 หลังคาเรือน และ บ้านเรือนบริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบอีก 18 หลังคาเรือน รวมถึง มีการเสียชีวิต ที่คาดว่า มีจำนวน 6 ราย  จากบ้านเลขที่  84หมู่ 3 บ้านหัวทด ตำบลหนองหญ้าไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ที่ลักลอบเปิดโรงบรรจุพลุ จนเกิดการระเบิดขึ้น เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา   
โดย นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ออกหนังสือคำสั่ง ให้ นายอำเภอ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดพิจิตร ตรวจสอบพื้นที่ โรงบรรจุพลุ ร้านค้า ร้านจำหน่ายดอกไม้ไฟ ทั้งจังหวัดพิจิตร และ ตรวจสอบโรงบรรจุที่ไม่มีใบอนุญาต หากตรวจสอบแล้ว มีความผิดตามระเบียบ ให้ดำเนินการจับกุม เพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ ซ้ำรอย ที่เกิดขึ้น จน ทำให้เกิดการเสียชีวิต และ ความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน 
สำหรับจังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2562 เคยเกิดเหตุการณ์ โรงบรรจุพลุ ระเบิด ใน  พื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร หลังเกิดระเบิด ทำให้โรงเก็บพลุ ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง รวมถึงอุปกรณ์ทำพลุ รถจักรยายนต์ ไหม้เสียหาย  โดยแรงระเบิดของพลุ ทำให้อุปกรณ์ถูกแรงระเบิดเกลื่อนกระจาย  หลังคาที่ทำด้วยสังกะสี ถูกแรงระเบิดของพลุ ปลิวกระจายติดกับกิ่งไม้ โชคดี ระหว่างเกิดระเบิด ไม่มีคนอยู่ในโรงเก็บ จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 

////////////

   


วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563

พิจิตร เด็กรวมตัวเล่นน้ำคลายร้อนจมน้ำเสียชีวิต

พิจิตร อากาศร้อน เด็ก รวมตัวกัน 5 คน ลงเล่นน้ำในแม่น้ำน่าน คลายร้อน โดยระหว่างที่เล่นน้ำ เกิดตกน้ำ เพื่อนกระโดดเข้าไปช่วย ถูกกระแสน้ำวน หมดแรง จมน้ำเสียชีวิต 1 ราย   
ภาพเหตุการณ์ ของ ชาวบ้าน และ บรรดาเด็ก ที่เกิดความตกใจ หลังจาก กลุ่มเด็กอายุ 10-11 ปี  จำนวน 5 คน ได้ รวมตัวกันเล่นน้ำคลายร้อนในแม่น้ำน่าน   โดยระหว่างเล่นน้ำ เพื่อนที่เล่นน้ำด้วยกันกำลังจะจมน้ำ เพื่อนอีกคน จึงกระโดดไปช่วย แต่ถูกกระแสน้ำวน พยายามว่ายขึ้นฝั่งเกิดหมดแรง  จมน้ำหายไป 1 คน  โดยเหตุเกิดที่ บริเวณ ใต้สะพานแม่น้ำน่าน หมู่ที่ 8 ตำบลหัวดง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  

โดย นายภูวนาท คัชมาตย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลหัวดง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  เล่าว่า บรรดาเด็ก ส่วนใหญ่จะรวมตัวกัน 5 คน ทำกิจกรรม กันบ่อย โดยก่อนเกิดเหตุ ได้รวมตัวกันแอบผู้ปกครองเล่นน้ำ ในแม่น้ำน่าน เพื่อคลายร้อน  ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ได้สอบถาม เด็กที่เล่นน้ำ โดยระหว่างที่เล่นน้ำ เพื่อนอีกคน ชื่อ น้องเกมส์ ได้ตกลงในล่องน้ำลึก แต่พยายามเกาะหินไว้  ซึ่งน้องกันต์ เห็นท่าไม่ดี จึงกระโดดลงไปช่วย แต่ถูกกระแสน้ำพัดไปยังน้ำวน ระหว่างที่ว่ายเข้าฝั่ง  ส่งผลทำให้เด็กชายศิลา วิเชียร์สรรค์ หรือ น้องกันต์ อายุ 10 ปี  จึงหมดแรง จมน้ำ หายต่อหน้าเพื่อนที่เล่นน้ำ  

โดยทางกู้ภัยจากจังหวัดพิจิตร  ได้ประสาน และนักประดาน้ำจาก กู้ภัยสากเหล็ก และ นักประดาน้ำจากกู้ภัย จังหวัดพิษณุโลก กว่า 10 นาย  ได้ ระดมค้นหาร่าง เด็กชาย ศิลา วิเชียร์สรรค์ หรือ น้องกันต์ อายุ 10 ปี ที่จมน้ำ  ซึ่งใช้เวลานาน ครึ่งชั่วโมง  จึงพบร่างของน้องกันต์ ไปติดตอหม้อใต้สะพานเก่า  จึงช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาให้ทางแพทย์ สันสูตรร่าง ก่อนมอบให้ทางญาติ ประกอบพิธีทางสาสนาต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563

พิจิตร : บุกจับกุมพ่อค้าลักลอบขายนกเค้าจุดสัตว์ป่าคุ้มครอง

เจ้าหน้าชุดปฎิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่า
และพืชป่ากรมอุทยานแห่งชาติ
เข้าจับกุมพ่อค้าลักลอบขายนกเค้าจุดสัตว์ป่าคุ้มครองทางเฟสบุ๊ค



ที่ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมืองพิจิตรเจ้าหน้าชุดปฎิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่ากรมอุทยานแห่งชาติร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตรศูนย์ป่าไม้จังหวัดพิจิตรและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ผ่านสื่อออนไลน์เฟสบุ๊ค จึงได้บูรณาการเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบว่ามีการนำสัตว์ป่ามาขังกรงเพื่อรอการขายผ่านทางเฟสบุ๊ค จึงได้เข้าจับกุม นายชนกานต์ ตาหงส์ทอง อายุ 19 ปี ในหมู่ที่ 3 ตำบลคลองคะเชนทร์  อำเภอเมืองพิจิตร พร้อมของกลางนกเค้าจุดจำนวน 15 ตัวโดยในเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่านกเค้าจุดที่ได้นำมาขายได้รับมาจากการสั่งผ่านทางเฟสบุ๊คโดยการส่งมาทางรถขนส่งโดยตนเองก็รู้ว่านกเค้าจุดที่สั่งมาขายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในการขายนกเค้าจุดจะซื้อขายกันอยู่ที่ตัวละ 800 บาท


ทางด้านนาย  ถิรเดช ปาละสุวรรณ หัวหน้าชุดปฎิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่ากรมอุทยานแห่งชาติ (ชุดเหยี่ยวดง) เปิดเผยว่ากรมอุทยานแห่งชาติได้ร่วมกับเจ้าที่กรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตรได้ร่วมกันเข้าจับกุมผู้ลักลอบสัตว์ป่าคุ้มครองผ่านทางเฟสบุ๊คชื่อ "เต็งจ๋า" จึงได้เข้าตรวจต้นและจับกุมพ่อค้าลักลอบขายนกเค้าจุดสัตว์ป่าคุ้มครองที่ ในบ้านตำบลคลองคะเชนทร์  อำเภอเมืองพิจิตร โดยพบของกลางเป็นนกเค้าจุดซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวน 15 ตัวขังอยู่ในกรงเพื่อรอนำไปขายในราคาตัวละ 800-2,00 0 บาทโดยในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ 2562 โดยระหว่างโทษจำคุกถึง 10 ปีและปรับไม่เกิน 500,000 บาท


สำหรับนกเค้าจุดมีจุดสีขาวบนลำตัวด้านบนสีเทา ต่างจากนกเค้าแมวที่มีลำตัวด้านบนสีน้ำตาลและมีลายพาดเป็นแถบขวางรอบตัว ลักษณะเด่นของนกเค้าจุดคือวงรอบใบหน้าสีขาว อกมีลายรูปหัวใจสีเทากระจายอยู่ทั่วไปมีขนเป็นหงอนชี้ตั้งเหนือบริเวณหูทั้งสองข้าง บางชนิดมีเพียงหงอนสั้นๆ ทำให้หัวดูเป็นเหลี่ยม ไม่กลม ส่วนใหญ่ไม่หากินในเวลากลางวัน







วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

พิจิตร รถรับส่งนักเรียนพลิกคว่ำบาดเจ็บราย 19 ราย


พิจิตรเกิดเหตุรถรับส่งนักเรียนพลิกคว่ำ ตกลงกลางทุ่งนา  หลังจากรับนักเรียน เพื่อไปส่งที่โรงเรียน อนุบาลวังทรายพูนในที่เกิดเหตุพบรถรับส่งยี่ห้ออีซูซุ สี เหลือง หมายเลขทะเบียน 40-0259พิจิตร ซึ่งเป็นรถรับส่งของโรงเรียนอนุบาลวังทรายพูน พลิกคว่ำที่บริเวณ กลางทุ่งนา สภาพรถ รถพลิกคว่ำตะแคงข้างกระเป๋าของนักเรียน กระจายในที่เกิดเหตุ   
ที่ถนนหมู่บ้านแยกวังคล้าย ตำบลหลองปลาไหล อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตรเกิดเหตุรถรับส่งนักเรียนพลิกคว่ำ ตกลงกลางทุ่งนา  หลังจากรับนักเรียน เพื่อไปส่งที่โรงเรียน อนุบาลวังทรายพูน โดยในที่เกิดเหตุ ร้อยตำรวจเอกสุชิน เกศาคม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ได้รับแจ้งว่ามีรถรับส่งนักเรียนของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งพลิกคว่ำตกถนน บริเวณทางแยกบ้านวังคล้าย หมู่ 11 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอวังทรายพูน  โดยในที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีเหลือง หมายเลขทะเบียน 40-0259  พิจิตร ตกลงถนนลงไปนอนนอนตะแคง อยู่บริเวณไหล่ทาง ซึ่งเป็นที่นาของชาวบ้านที่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว  ภายในรถยังมีกระเป๋านักเรียนอีกจำนวนหนึ่งตกอยู่ภายในรถจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย เร่งไปให้การช่วยเหลือรับผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลวังทรายพูน จำนวน 19 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นเด็กนักเรียนของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ในอำเภอวังทรายพูน ที่กำลังไปนักเรียนตามหมู่บ้านเพื่อไปส่งโรงเรียน โดยเด็กนักเรียนทั้ง 19ราย  ได้รับบาดเจ็บคนละเล็กคนละน้อยตามศีรษะ และแขนขา และมีอาการตกใจ จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยมีผู้ปกครองจำนวนมาก ที่ทราบข่าวต่างพากันดูลูกหลานของตนเองจนแน่นโรงพยาบาล
จาการสอบสวนนายเอกชัย  ถิ่นแพร อายุ 43 ปี   ซึ่งเป็นคนขับรถรับส่งนกเรียนคันดังกล่าวได้ให้การว่า เมื่อตนเองขับรถมาถึงสามแยกบ้านวังคล้าย   และกำลังจะไปรับนักเรียน ที่หมู่บ้านข้างหน้าเพิ่ม โดยเมื่อเลี้ยวมาได้เพียง 100 เมตร รถก็เกิดอาการควบคุมพวงมาลัย ไม่ได้ ทำให้รถเกิดไถลลงข้างทาง ซึ่งตนเองได้พยามเหยียบเบรก ให้รถมีความเร็วที่ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าจะไม่สามารถบังคับพวงมาลัยได้ก็ตาม  และฝากขอโทษพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคน ที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยไม่ได้ตั้งใจ






วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ตี๋ใหญ่ พิจิตร เปลือยกายล่อนจ้อน หนีคดี ซ่อนตัว 4 คืน 5 วันในบึงสีไฟ



เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.เมืองพิจิตร  เข้าตรวจสอบ หลังรับแจ้งเหตุ พบชายหนุ่มสภาพเปลือยกาย ออกมาจากพื้นที่กลางบึงสีไฟ เพื่อมาขอความช่วยเหลือ ขออาหาร กับ ชาวบ้าน และ เจ้าหน้าที่ที่ดูแล สถานที่อุทยานบัว เขตบึงสีไฟ ที่บริเวณบ้านท่ากระทู้ ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร

โดย นายวิสูทธ์ คำมี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ระบุ ว่า ชายหนุ่ม ได้เดินออกมาจากป่า ในบึงสีไฟ โดยมีสภาพเปลือยกาย เนื้อตัวมีลอยขีดข่วนของเศษวัชพืช  มีใบบัวปิดหน้า และ มีเศษผ้าใบปิดลำตัวมา พร้อมมีเศษใบไม้ปิดตรงอวัยเพศ  เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน  จากนั้น มานอน หมดแรง ในสนามหญ้า ซึ่งตนเองพยามยามสอบถาม แต่ ชายดังกล่าวไม่พูด จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.เมืองพิจิตร  เข้าตรวจสอบ และได้นำน้ำดื่ม และ อาหาร ให้กิน  ภายหลังทราบชื่อ ชายที่เปลือยกาย คือ นายอำนาจ เขียวพุ่มพวง อายุ 41 ปี เป็นชาวบ้าน ตำบลบ้านไร่ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร โดยพูดจา วกไปวนมา กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า  ตนเองได้นำรถยนต์อีซูซุ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน นธ-4968 พิจิตร ของพ่อ มาจอด ไว้ที่ริมบึงสีไฟ จากนั้น ได้มองเห็นคล้ายเพื่อนรุ่นน้องอยู่ฝั่งตรงข้ามของบึงสีไฟ จึงได้ถอดเสื้อผ้าว่ายน้ำข้ามไปหา  จากนั้นจึงอาศัยอยู่ในบึงสีไฟ เป็นเวลา 4 คืน 5 วัน แล้วจึงออกมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ได้ประสานไปยัง สภ.เมืองพิจิตร ตรวจสอบประวัติ เบื้องต้นทาง พบว่า ชายที่เปลือยกายลงไปซ่อนตัวหนีคดี เลียนแบบละครดังเรื่อง "ตี๋ใหญ่" คือ นายอำนาจ เขียวพุ่มพวง ได้ก่อเหตุ ใช้อาวุธทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส และหนีความผิด จากพื้นที่ สภ.วชิรบารมี  จังหวัดพิจิตร เมื่อสัปดาห์ ก่อน โดยหลังจากที่ก่อเหตุ ได้หนีออกมา โดยขับรถยนต์ ของพ่อหนีมาในตัวจังหวัด และเข้าไปซ่อนตัวหนีความผิด  ในบึงสีไฟ ตั้งแต่ เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันศุกร์ วันที่ 31 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นระยะเวลา 5 วัน 4 คืน  เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร ได้ ทำการคุมตัวชายดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วชิรบารมี  จังหวัดพิจิตร มารับตัวดำเนินคดีทำร้ายร่างกาย ต่อไป



วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563

พิจิตร เจ้าหน้าที่ระดมกำลังจับนายทุนลักลอบขุดแร่ทองคำเขาพนมพา


เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานก็ระดมกำลังเข้าทำการจับกุมนายทุน แอบใช้เครื่องจักรหนักเข้าทำการขุดแร่ทองคำ ในพื้นที่เขาพนมพา เพื่อไปร่อนหาแร่ทองคำ พบเครื่องจักรกล และ อุปกรณ์หาแร่ทองคำ ตรวจยึดของกลางและนำตัวผู้ต้องหา 2 คน ตามพระราชบัญญัติแร่ ปี2560 ในข้อหาครอบครอง และแต่งแร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
วันที่ 20 มกราคม 2563 เมื่อเวลา 11.00 น ที่ผ่านมา นายวิชัย แตโช หัวหน้าศูนย์ป่าไม้พิจิตร  พร้อมด้วย นายเนตร์ กัญยะมาสา หัวหน้ากลุ่มงานเหมืองแร่  กรมอุสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่  รตท สุพจน์ ประเสริฐสิน   รองสารวัตรองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม การกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำจังหวัดพิจิตร ได้สนธิกำลังเข้าทำการจับกุมกลุ่มบุคลคล ที่ใช้สถานที่กองหินแร่เก่า ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เป็นสถานที่กองวัสดุ แต่ร่อนหาแร่ทองคำ ที่ขุดมาจากเขาพนมพา ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร

จากการเข้าตรวจ  พบเครื่องจักรที่ใช้ในขบวนการร่อนหาทองคำจำนวนมากทั้งรถบรรทุกขนาด6ล้อ ยี่ห้ออีซูซุสีขาว ไม่ติดป้ายทะเบียน รถไถนา ชนิดตักดิน และขุดดินยี่ห้อคูโบต้า เครื่องบดแร่ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่รวมถึงอุปกรณ์ในการร่อนหาแร่ทองคำอื่นๆอีกจำนวนมากและยังพบกองแร่ที่นำมาจากเขาพนมพา กระจัดกระจาย อยู่ทั่วบริเวณจำนวนมาก
โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบเพียงนายสราวุฒิ แซ่เลี้ยว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่26/3 หมู่ 7 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร กำลังซ่อมเครื่องจักร โดยยอมรับว่าตนเอง ลูกจ้างรายวันรับจ้าง   นายบัวเขียว ห่างถิ่น อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 269/24 หมู่ 1 ตำบลสากเหล็ก อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีหน้าที่ เฝ้าทรัพย์สิน และเป็นแรงงานคอยช่วยร่อนแร่ทองคำ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามตัวนายบัวเขียว  มาและสอบสวนเบื้องต้น นายบัวเขียว รับสารภาพว่ากองแร่ทองคำและเครื่องจักรทั้งหมดเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมและแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติแร่ ปี2560 ในข้อหาครอบครอง และแต่งแร่โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางและนำตัวผู้ต้องหา 2 คน ส่งสถานีตำรวจภูธรอำเภอทับคล้อเพื่อดำเนินคดีต่อไป
สำหรับเขาพนมพา เป็นแหล่งที่พบแร่ทองคำบนผิวดิน และมีประชาชนมักลักลอบเข้าไปทำการขุดแร่เป็นประจำโดยก่อนหน้านี้มีการบุกรุกอย่างหนักจากนายทุน ถึงขั้นนำรถแบคโฮเข้าไปทำการขุดแร่ถึงบนเขาแต่เจ้าหน้าหน้าก็สามารถจับกุมได้ เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พายุโพดุล คร่า 4 ศพ รถยนต์เสียหลักตกถนน ดับยกครัว



วันที่ 30 สิงหาคม 2562  เกิดพายุฟ้าฝนคนอง จากอิธิพลของพายุโพดุล ปกคลุมพื้นที่กว่า 80% ของจังหวัดพิจิตร  ตั้งแต่ช่วงในคืนที่ผ่านมาถึงวันนี้

ต่อมาในเวลาประมาณ 11.30 น. สภ.บึงนาราง ได้แจ้งไปยังกู้ภัยไกรทองว่ามีชาวบ้านพบเห็นรถยนต์ประสบอุบัติเหตุเสียหลักลงคลองน้ำข้างทางบนถนนทางหลวงหมายเลข 117 ช่วงหลัก กม.ที่ 59 ท้องที่หมู่ที่ 4 ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสันสีขาว ทะเบียน 7 กย 8131 กรุงเทพฯ สภาพจมน้ำหงายท้องในคลองข้างทาง จึงช่วยกันตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 1 ราย และเด็กชาย 1 ราย คือ 1. น.ส.กรรณิกา เตจา 32 ปี, 2. ส.อ ธราวุฒิ ปกป้อง 38 ปี, 3. ด.ช. ปกรณ์ ปกป้อง 10 ปี และ 4. ด.ช.ภคพล ปกป้อง 6 ปี  ตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน

โดยสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในเบื้องต้นคาดว่า รถคันดังกล่าวได้ขับลุยสายฝนมา ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี และเกิดถนนลื่นเสียหลักตกไปในคลองข้างทาง เมื่อตกลงไปในน้ำแล้วระบบไฟฟ้าไม่ทำงานทำให้ทั้งหมดไม่สามารถเปิดประตูออกจากตัวรถมาได้

ในเบื้องต้น คาดว่าได้เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา โดย การเกิดอุบัติเหตุอยู่ในพื้นที่ สภ.บึงนาราง จะเร่งทำการตรวจสอบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป










อุบัติเหตุ ฝนตกถนนลื่น กู้ชีพท่าหลวง ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ อุบัติเหตุ ถนนสระหลวง นำส่งโรงพยาบาล


วันที่ 30 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่ กู้ชีพท่าหลวง รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนกับรถเก๋ง เจ้าหน้าที่จึงรุดไปที่เกิดเหตุ  ถนนสระหลวง บริเวณร้านเส้นสายลายศิลป์ พร้อมสนับสนุน อบต.ท่าหลวง เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถเก๋ง ยี่ห้อโต้โยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน กร-2745 พิษณุโลก ใกล้กับพบ รถจักรยานยนต์ สีแดง หมายเลขทะเบียน xx-6967 พิจิตร  พร้อมผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย เจ้าหน้าที่ กู้ชีพท่าหลวง นำส่งโรงพยาบาลพิจิตร เพื่อทำการรักษาต่อไป





วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

รถขนส่งไปรษณีย์ เสียหลักตกถนน มีผู้บาดเจ็บติดภายใน


เมื่อช่วงเวลา 3.20 น.โดยประมาณ กู้ชีพพิจิตร และกู้ภัยไกรทองโพทะเล นำรถอุปกรณ์ตัดถ่าง มีอุบัติเหตุ รถไปรษณีย์ ตกถนน ชนต้นไม้ มีผู้บาดเจ็บ ติดภายในรถ ณ จุดเกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บ ติดอยู่ในรถเป็นชาย 2 ราย ยังรู้เรื่อง รู้สึกตัวดี เหตุเกิด กิโลเมตร ที่ 39 ถนนสาย 117 เป็นเกาะกลางถนน ขาล่องนครสวรรค์ เขตรับผิดชอบ สภ.โพทะเล จ.พิจิตร

ผู้บาดเจ็บ 1 ราย นำออกจากตัวรถได้ กู้ชีพโพธิ์ไทรงาม นำส่ง รพ.บึงนาราง อีก 1 ราย ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ตัดถ่าง ผู้บาดเจ็บ ออกจากตัวรถได้ รถโรงพยาบาลบึงนาราง นำส่ง รพ.บึงนาราง





วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร กลุ่มลูกน้อง ส.ส. ตะลุมบอนทำร้ายครอบครัวชาวบ้าน


        พิจิตร ชาวบ้าน ร้องเรียน หลังถูกกลุ่มคน ที่ผู้เสียหาย อ้างตัว เป็น ลูกน้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ตะลุมบอน ทำร้าย ถึงหน้าบ้าน ทำให้ 3 คน พ่อแม่ลูก ได้ รับบาดเจ็บ ปม ทะเลาะ ขับรถเฉี่ยวกัน ก่อนยกพวกมาก่อเรื่องถึงหน้าบ้าน


   รอยฟกช้ำ บริเวณใบหน้า และ รอยเย็บบาดแผล ของ นาย สุรพงษ์  สุกม่วง อายุ 43 ปี   และแขนด้านซ้าย ของ นาง กลอยจิตร สุกม่วง อายุ 62 ปี   รวมถึงอาการบาดเจ็บ ของ นาย สมเกียรติ สุกม่วง อายุ 65 ปี  ที่บาดเจ็บที่ศรีษะ และดวงตา  นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลพิจิตร  ซึ่ง ทั้ง 3 คน พ่อ แม่ ลูก  ได้รับบาดเจ็บ จากการทะเลาะวิวาท  ของกลุ่มคน 5-6 คน  ที่อ้างว่าเป็นลูกน้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  เข้าทำร้ายร่างกาย บริเวณหน้าบ้าน เลขที่ 10  หมู่ที่ 7 ตำบลวังสำโรง อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร จน ทั้ง 3 คน พ่อแม่ลูก ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บ คาดสาเหตุ มาจากปม ขับรถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชน ก่อน ที่จะพาพวก มาเคลียปัญหา เกิดตะลุมบอน ทำร้ายร่างกาย


โดย นาย สุรพงษ์  สุกม่วง  ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า  ในวันเกิดเหตุ ในช่วง ของวันที่ 22 สิงหาคม 2562  ขณะที่กำลังกลับจากตลาดนัด มาตามถนนในหมู่บ้าน ได้ มีรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ทำร้าย ขับตามมา ซึ่งถนนที่เป็นหลุม จึงทำการหลบหลุม และเฉียวชนกันเล็กน้อย จนกลับเข้าบ้าน  ในระหว่างที่จะกินข้าวร่วมกับครอบครัว จากนั้น ได้ มีกลุ่มคน  5-6 คน ได้เข้าเรียกตนเอง พร้อม พ่อ ออกไปเคลียปัญหา จากนั้นกลุ่มคนก็รุมทำร้าย เปิดด้วยการชกต่อย ตะลุมบอน การต่อสู้ พร้อม ใช้ขวดตีศรีษะ จนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้เป็นแม่ ที่โดนเตะจนแขนซ้ายหัก  ที่หนักที่สุด คือผู้เป็นพ่อ ที่โดยทำร้ายเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพิจิตร จนมีปัญหาด้านสายตา


   นาย สุรพงษ์  สุกม่วง  ผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังระบุอีกว่า เบื้องต้น อยากขอความเป็นธรรม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากกลุ่มคน ที่เข้าทำร้ายร่างกาย โดยเฉพาะ คนที่ ชื่อ รวย ที่ทราบว่า เป็นลูกน้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ที่อยู่ในพื้นที่ จึงอยากให้ความเป็นธรรม เพื่อป้องกันอิทธิพล และ ความปลอดภัย ของครอบครัว ในครั้งนี้ 

   ขณะที่ พันตำรวจเอก สมนึก มำากมี ผู้กำกับการสถานีตำรวจบางมูลนาก  ได้กำชับให้ดำเนินคดี โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางมูลนาก ได้ เรียกผู้เสียหาย พร้อมกลุ่มคนที่เข้าทำร้าย เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบสวน หาสาเหตุ ของการทะเลาะวิวาทในครั้งนี้ เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ แจ้งขอหา ร่วมทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ ก่อน ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะติดต่อ ผู้ได้รับบาดเจ็บ มาสอบสวนเพิ่ม พร้อม รอผลทางการแพทย์ของผู้ได้รับบาดเจ็บ  เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

พิจิตรเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าสวัสดิการโรงเรียนบ้านปากทาง

พิจิตรทีวี ข่าวพิจิตร


เกิดเหตุไฟไหม้ ร้านค้าสวัสดิการโรงเรียนบ้านปากทาง เขตเทศบาลเมืองพิจิตร เพลิงไหม้ร้านค้า และสิ่งของภายในร้านเสียหาย โชคดี ที่คณะครูมาพบเพลิงที่ลุกไหม้ แจ้งรถดับเพลิงควบคุมเพลิงก่อนที่จะลุกลามอาคารเรียน คาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

เปลวไฟที่กำลังลุกไหม้  ออกจากร้านค้าสวัสดิการโรงเรียน ซึ่งเป็นร้านค้า อยู่ใต้อาคารเรียน  ของโรงเรียนบ้านปากทาง เขตเทศบาลเมืองพิจิตร เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองพิจิตร และ รถน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียง กว่า 10 คัน เร่งเข้าควบคุมเพลิงไฟ ที่กำลังลุกไหม้ ภายในร้านค้าของโรงเรียน โดยไฟได้ลุกไหม้ ไป 1 ห้อง  รวมถึงสินค้า ที่นำมาวางจำหน่ายให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งมีเชื้อเพลิง คือลังกระดาษ โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต่างใช้เวลา 20 นาที สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

โดยขณะที่เกิดเหตุ ซึ่งเกิดในช่วงค่ำ หลังเลิกเรียน โดยมีคณะครู ที่กลับจากการทัศนศึกษา  มาพบเห็นเปลวไฟที่ลุกไหม้ จึงได้ ช่วยกันดับ ก่อนที่ จะแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ควบคุมเพลิง ก่อนที่จะลุกลามไหม้อาคารเรียน เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จนทำให้เกิดการลุกไหม้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จะลงพื้นที่หาสาเหตุของเพลิงไหม้ต่อไป

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562

อุทาหร ผู้เฒ่า วัย 83 ตักน้ำทำความสะอาดเจดีย์บรรพบุรุษพลัดลื่นเสียชีวิต



อุทาหร ผู้เฒ่า วัย 83 ปี ออกจากบ้าน ทำความสะอาดเจดีย์บรรจุอัฐิบรรพบุรุษ ภายในวัด ลูกชายออกตามหา นอนเสียชีวิตจมน้ำในบ่อวัด คาดจะลงไปตั้งน้ำพลัดตกสระน้ำที่ลึก 3 เมตรจมน้ำ เสียชีวิต

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร อุทาหรณ์ เยาวชนหญิง เท้าติดล้อรถจักรยาน


พิจิตรเยาวชนหญิง ประมาทซ้อน 3 จักรยาน พลาดท่า เท้าเข้าไปติดกับช่องล้อจักรยาน ร้องเจ็บปวดกลางถนน เจ้าหน้าที่เร่งนำเครื่องตัดถ่าง ตัดตะเกียบจักรยาน นำผู้บาดเจ็บส่งรักษาตัวโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บปวด

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร โจรใจบาปงัดวิหารพระราหูขโมยเงินบริจาคทำบุญกว่า 4 หมื่นบาท (มีคลิป)


                พิจิตรโจรงัดตู้บริจาควิหารพระราหู สถานที่ทำบุญสะเดาเคราะห์ โดยได้ขโมยเงินในตู้บริจาค จำนวน 3 ตู้ ได้เงินทำบุญไปกว่า 4 หมื่นบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาหัวขโมยใจบาป

          เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร เข้าตรวจสอบ วิหารพระราหู ในวัดใหม่วิจิตราราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร หลังจาก มีโจรใจบาป แอบปีนงัดกระจกหน้าต่าง ของ วิหารพระราหู ซึ่งเป็นสถานที่ทำบุญสะเดาะเคราะห์ ที่ทางวัดเปิดให้ประชาชน ร่วมทำบุญกราบไหว้  โดยโจร ได้ เข้ามาภายในวิหาร และ ขโมยเงิน และ ตู้บริจาค จำนวน 3 ตู้ และได้นำตู้บริจาค ที่เป็นกระจกใส่ จำนวน 2 ตู้ ไปทิ้งไว้ที่ ข้างกำแพงวัด จำนวน 2 ตู้  และ นำตู้บริจาคไม้ ที่มีเงินประมาณ  3 หมื่นบาท  นำกลับไป 1 ตู้ ได้ เงินไป กว่า 4 หมื่นบาท

        โดย พระปฐมภพ ฉันทโก พระผู้ดูแลวิหาร เล่า ว่า วิหารพระราหู ภายในวัด จะมี ประชาชน เข้ามากราบไหว้ และ ทำบุญสะเดาะเคราะห์ โดย เมื่อช่วงบ่าย ของ วันที่ 21 พฤษภาคม ได้ปิดวิหาร ซึ่งหลังจากเมื่อช่วงเช้า มาเปิดวิหาร ให้ประชาชนมาทำบุญ และ พบว่าตู้เงินบริจาคได้หายไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบ หาตัวโจรที่เข้ามาขโมยเงินบริจาค   

           เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า โจรใจบาป ใช้ช่วงเวลา ของคืน วันที่ 21 พฤษภาคม  โจรได้ปีนข้ามกำแพงวัด เข้ามา ก่อนที่จะปีน งัดหน้าต่าง เข้ามาภายในวิหาร ก่อนขโมยตู้บริจาค และเงินทำบุญ หลบหนีไป โดยล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ภายในวัด เพื่อหาตัวโจรใจบาปรายนี้ มาดำเนินคดีต่อไป







วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร: กวาดล้างเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ 8 ราย พร้อมของกลาง 59 รายการ



         ชุดเฉพาะกิจของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ได้สนธิกำลัง 2 ฝ่าย ประกอบด้วย (1) ชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร นำโดย พ.ต.ท.กฤติกร ปานผล รอง ผกก.ป.สภ.โพธิ์ประทับช้าง ภ.จว.พิจิตร (2) เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร กกล.รส.จว.พจ. นำโดย ส.ต.ดนุพงษ์ ช่างกัณฑา , พล.อส.ปวรุตม์ เอี่ยมเนตร ชป.สห. ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ


          หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ในพื้นที่อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร โดยผู้ปล่อยเงินกู้ มีพฤติกรรมเข้ามาเก็บเงินโดยใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (ไม่ทราบยี่ห้อ สี รุ่นและหมายเลขป้ายทะเบียน) ลงพื้นที่เป็นประจำทุกวัน โดยนัดพบเพื่อเก็บเงินบริเวณร้านขายอาหารตามสั่ง ฝั่งตรงข้าม ธกส. สาขาดงเจริญ ตำบลวังงิ้วใต้ อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร


             ภายหลังจากได้รับเรื่องแล้ว ชุดเฉพาะกิจของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าว และสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ จำนวน 4 กลุ่ม 8 ราย พร้อมทั้งตรวจยึดของกลาง โดยเป็นเงินสดรวม จำนวน 59,710 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 13 เครื่อง รถยนต์เก๋ง จำนวน 3 คัน รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน และของกลางอื่นๆ รวม 59 รายการ


            โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ และทำการจับกุมควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดงเจริญ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.





ปมฆ่าโหด เมียนมา ซัดมีเพื่อนเพิ่มร่วมลงมือ เหตุสุดทน


        จากกรณีพบศพนายอูเหม่าอู อายุ 35 ปี แรงงานชาวเมียนมา ถูกคนร้ายแทงที่บริเวณหน้าอกนอนเสียชีวิตอยู่กลางป่าอ้อย หมู่ 7 ต.เนินสว่าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา



สภาพศพนายอูเหม่าอู อายุ 35 ปี 

ความคืบหน้าคดี พ.ต.อ.ชูศักดิ์  แจ่มฟ้า ผกก.สภ.โพธิ์ประทับช้าง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย  นายเรน   นายจอ  นายอาว และนายซูริน ซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมา  มารับจ้างทำไร่อ้อย  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองปราบปราม  ตำรวจ สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร และฝ่ายปกครอง จับกุมได้ในพื้นที่ หมู่ 10 ต.วังแขม   อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความชำนาญด้านภาษาเมียรมาเป็นคนสื่อสาร
นายซูริน เสื้อสีเขียว แขนยาว
ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
จากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามคำให้การของผู้กระทำความผิด ทราบว่า ทั้งหมดเป็นคนงานไร่อ้อยวันเกิดเหตุผู้ก่อเหตุทั้งหมด 4 ราย นั่งดื่มสุรากับผู้ตายอยู่ในบ้านพักคนงาน จากนั้นได้ชาวกันเดินทางกลับบ้านพักอีกแห่งหนึ่งโดยการเดินเท้าระยะทางห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะพูดคุย ผู้ก่อเหตุให้การว่า "ผู้ตายขอหลับนอนกับภรรยาของนายซูริน  ทำให้นายซูรินเกิดโมโห คว้ากรรไกร ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับทำงานแทงที่บริเวณลำตัวของผู้ตาย แต่ผู้ตายซึ่งเป็นคนรูปร่างใหญ่พยายามวิ่งหลบหนี ทั้ง 4 คน จึงวิ่งไล่ตาม จนเมื่อผู้ตายล้มลง ผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนผลัดเปลี่ยนกันใช้กรรไกรจ้วงแทงที่บริเวณหน้าอกของผู้ตายจนเสียชีวิต  จากนั้นได้นำศพของผู้ตายไปซ่อนไว้ข้างต้นไม้"   นายเรน นายจอ  นายอาว 3 คน ได้หลบหนีและถูกจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร  ส่วนนายซูริน   ซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นก่อเหตุหลังก่อเหตุทำทีเป็นพลเมืองดีให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยังทำงานตามปกติ แต่ก็ถูกจับกุมได้ในที่สุดหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลคำให้การจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่หลบหนีว่า นายซูรินมีส่วนสำคัญในการก่อเหตุครั้งนี้





บริเวณที่พบศพ
           นายซูริน ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เหตุผลของการก่อเหตุเนื่องจากผู้ตายขอหลับนอนกับภรรยาของตนจึงโมโหและก่อเหตุรุมฆ่านายเมาจนเสียชีวิตดังกล่าวขึ้น หลังก่อเหตุตั้งใจจะมอบตัวแต่ก็กลัวและเป็นห่วงภรรยายที่ต้องอยู่คนเดียว จึงทำใจดีสู้เสือ แกล้งทำเป็นว่าไม่ทราบเรื่องการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ทำทีเป็นพลเมืองดีให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ถูกซัดทอดจากเพื่อพม่า ที่ตำรวจจับกุมได้ก่อนหน้านี้ และถูกจับกุมได้ในที่สุด ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะรับความผิดที่กระทำในครั้งนี้หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  เป็นต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และทำงานในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต





จับกุม 3 ผู้ต้องหาที่หลบหนี

นายอูเหม่าอู อายุ 35 ปี แรงงานเมียนมา ผู้เสียชีวิต