รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร กลุ่มลูกน้อง ส.ส. ตะลุมบอนทำร้ายครอบครัวชาวบ้าน


        พิจิตร ชาวบ้าน ร้องเรียน หลังถูกกลุ่มคน ที่ผู้เสียหาย อ้างตัว เป็น ลูกน้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ตะลุมบอน ทำร้าย ถึงหน้าบ้าน ทำให้ 3 คน พ่อแม่ลูก ได้ รับบาดเจ็บ ปม ทะเลาะ ขับรถเฉี่ยวกัน ก่อนยกพวกมาก่อเรื่องถึงหน้าบ้าน


   รอยฟกช้ำ บริเวณใบหน้า และ รอยเย็บบาดแผล ของ นาย สุรพงษ์  สุกม่วง อายุ 43 ปี   และแขนด้านซ้าย ของ นาง กลอยจิตร สุกม่วง อายุ 62 ปี   รวมถึงอาการบาดเจ็บ ของ นาย สมเกียรติ สุกม่วง อายุ 65 ปี  ที่บาดเจ็บที่ศรีษะ และดวงตา  นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลพิจิตร  ซึ่ง ทั้ง 3 คน พ่อ แม่ ลูก  ได้รับบาดเจ็บ จากการทะเลาะวิวาท  ของกลุ่มคน 5-6 คน  ที่อ้างว่าเป็นลูกน้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  เข้าทำร้ายร่างกาย บริเวณหน้าบ้าน เลขที่ 10  หมู่ที่ 7 ตำบลวังสำโรง อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร จน ทั้ง 3 คน พ่อแม่ลูก ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บ คาดสาเหตุ มาจากปม ขับรถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชน ก่อน ที่จะพาพวก มาเคลียปัญหา เกิดตะลุมบอน ทำร้ายร่างกาย


โดย นาย สุรพงษ์  สุกม่วง  ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า  ในวันเกิดเหตุ ในช่วง ของวันที่ 22 สิงหาคม 2562  ขณะที่กำลังกลับจากตลาดนัด มาตามถนนในหมู่บ้าน ได้ มีรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ทำร้าย ขับตามมา ซึ่งถนนที่เป็นหลุม จึงทำการหลบหลุม และเฉียวชนกันเล็กน้อย จนกลับเข้าบ้าน  ในระหว่างที่จะกินข้าวร่วมกับครอบครัว จากนั้น ได้ มีกลุ่มคน  5-6 คน ได้เข้าเรียกตนเอง พร้อม พ่อ ออกไปเคลียปัญหา จากนั้นกลุ่มคนก็รุมทำร้าย เปิดด้วยการชกต่อย ตะลุมบอน การต่อสู้ พร้อม ใช้ขวดตีศรีษะ จนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้เป็นแม่ ที่โดนเตะจนแขนซ้ายหัก  ที่หนักที่สุด คือผู้เป็นพ่อ ที่โดยทำร้ายเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพิจิตร จนมีปัญหาด้านสายตา


   นาย สุรพงษ์  สุกม่วง  ผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังระบุอีกว่า เบื้องต้น อยากขอความเป็นธรรม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากกลุ่มคน ที่เข้าทำร้ายร่างกาย โดยเฉพาะ คนที่ ชื่อ รวย ที่ทราบว่า เป็นลูกน้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ที่อยู่ในพื้นที่ จึงอยากให้ความเป็นธรรม เพื่อป้องกันอิทธิพล และ ความปลอดภัย ของครอบครัว ในครั้งนี้ 

   ขณะที่ พันตำรวจเอก สมนึก มำากมี ผู้กำกับการสถานีตำรวจบางมูลนาก  ได้กำชับให้ดำเนินคดี โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางมูลนาก ได้ เรียกผู้เสียหาย พร้อมกลุ่มคนที่เข้าทำร้าย เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบสวน หาสาเหตุ ของการทะเลาะวิวาทในครั้งนี้ เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ แจ้งขอหา ร่วมทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ ก่อน ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะติดต่อ ผู้ได้รับบาดเจ็บ มาสอบสวนเพิ่ม พร้อม รอผลทางการแพทย์ของผู้ได้รับบาดเจ็บ  เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

พิจิตร ฝนตกถนนวิทยาลัยสงฆ์ชำรุดกระทบนิสิตพระสงฆ์


     พิจิตรฝนตกชุกในพื้นที่สร้างความเสียหายถนนภายในวิทยาลัยสงฆ์พิจิตร กระทบการเดินทางของพระสงฆ์และนิสิตไม่สะดวกในการเดินทาง ขณะที่ อบจ.พิจิตร เร่งสร้างทางชั่วคราวเพื่อใช้สัญจร เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเพื่อสร้างถนนถาวร

     พิจิตรฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่ส่งผลดีในการคลายความแล้งที่กระทบรุนแรงยาวนานในพื้นที่ แต่ฝนที่ตกชุกก็ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายถนนภายในวิทยาลัยสงฆ์พิจิตร ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมืองพิจิตร เนื่องจากฝนที่ตกชุกทำให้ถนนซึ่งเป็นถนนดินที่มีผิวจราจรเป็นหินคลุกเกิดความเสียหายเป็นหลุมบ่อ  ส่งผลกระทบในการสัญจร เข้า-ออก ภายในวิทยาลัยสงฆ์ของคณาจารย์ พระสงฆ์ นิสิต ที่เดินทางมาเพื่อศึกษาระดับอุดมศึกษาภายในวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งเป็นการศึกษาในระดับปริญญาตรีสำหรับพระสงฆ์และฆราวาสที่สนใจ  ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ล่าสุดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร นำเครื่องจักรหนักทำการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นด้วยการปรับพื้นผิวจราจรรวมถึงนำหินคลุกจากแขวงการทางในพื้นที่จังหวัดพิจิตรเพิ่มเติมจากเดิม เพื่ออำนวยความสะดวกเป็นการชั่วคราวในการสัญจรให้สะดวกมากขึ้น

     ส่วนระยะยาววิทยาลัยสงฆ์พิจิตรมีแผนในการจัดสร้างถนนภายในวิทยาลัยสงฆ์ทั้งระบบโดยจะก่อสร้างเบื้องต้นบริเวณทางเข้าและอาคารเรียน ซึ่งคลาดว่าต้องใช้งบประมาณกว่า 1,000,000 (หนึ่งล้านบาท) โดยงบประมาณทั้งหมดทางวิทยาลัยสงฆ์พิจิตรต้องจัดหาเพื่อก่อสร้างเอง จึงได้มีการจัดทอดผ้าป่าเพื่อ "สร้างถนนทางเข้าหน้าอาคารวิทยาลัยสงฆ์พิจิตร"ในวันที่ 2 กันยายน 2562 เวลา 10.00น. ณ วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

    โดยในเบื้องต้น นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ได้ส่งเครื่องจักรกลเพื่อปรับผิวถนนเป็นการชั่วคราวเพื่อให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกขึ้น สำหรับท่านที่มีจิตรศรัทธาที่จะร่วมสร้างถนนภายในวิทยาลัยสงฆ์พิจิตร ซึ่งถือว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับพระสงฆ์ และนิสิตที่เดินทางมาศึกษาเล่าเรียนเป็นประโยชน์การสืบต่อพระศาสนาการส่งเสริมการสร้างปัญญา 
  • สามารถร่วมบริจาคทำบุญผ่านบัญชีธนาคาร  บัญชีเพื่อการศึกษาวิทยาลัยสงฆ์พิจิตร  ธนาคารกรุงไทย สาขาพิจิตร   หมายเลขบัญชี 610-0-79399-7 
  • สอบถามลายละเอียดที่หมายเลขโทรศัพท์ 056-619-711, 056-619-712  FB: วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร



ประเพณีการแข่งขันเรือยาวจังหวัดพิจิตร


     ประเพณีแข่งเรือ เป็นประเพณีหน้าน้ำของคนไทย เป็นการละเล่นในยามน้ำหลากที่สืบทอดมาแต่โบราณ และมักมีการแข่งเรือควบคู่ไปกับการทำบุญ ปิดทอง ไหว้พระและงานกฐิน ช่วยสร้างบรรยากาศให้งานบุญครึกครื้นขึ้น




     ประเพณีแข่งเรือ เป็นการละเล่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยในชนบทถิ่นที่อยู่อาศัยใกล้น้ำ ในช่วงเดือนสิบเอ็ดและเดือนสิบสอง ชาวบ้านเว้นว่างจากการทำไร่ทำนา เป็นโอกาสที่หนุ่มสาวได้พบปะเกี้ยวพาราสีกัน ได้เห็นฝีไม้ลายมือของชายอกสามศอก ได้เห็นความสามัคคีพร้อมเพรียงของเหล่าหนุ่มฝีพาย การแข่งเรือมักมีการเล่นเพลงเรือ เพลงปรบไก่ เพลงครึ่งท่อน และสักวาโต้ตอบกันระหว่างหนุ่มสาวหลังการแข่งเรือ เป็นการใช้ฝีปากไหวพริบและความเป็นเจ้าบทเจ้ากลอน โต้ตอบเกี้ยวพาราสีกัน ได้แสดงความสามารถทั้งหญิงและชาย ผู้ดูมีทั้งอยู่บนตลิ่ง และที่พายเรือกันไปเป็นหมู่ ต่างสนุกสนานกันทั่วหน้า

     ประเพณีการแข่งขันเรือยาวจังหวัดพิจิตร มีความเกี่ยวเนื่องกับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพิจิตร ซึ่งเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2450 ครั้งสมัยเจ้าคุณพระธรรมทัสส์มุนีวงค์ (เอี่ยม) เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง และเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ได้กำหนดจัดการแข่งขันขึ้นในวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ต่อมาระดับน้ำของแม่น้ำน่านลดลงเร็วกว่าปกติในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้มีการปรับเปลี่ยนเวลาการจัดงานมาเป็น วันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 10 และในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งในอดีตผู้ชนะจะได้รับผ้าห่มองค์หลวงพ่อเพชรเป็นรางวัล ต่อมาได้เปลี่ยนรางวัลเป็นธงที่มีรูปหลวงพ่อเพชรแทน และในปัจจุบันทางจังหวัดพิจิตรได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดให้มีการแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นเป็นงานประจำปี ชิงรางวัลถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อยมา

ขอเชิญชมการถ่ายทอดสด การแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน
  • วันที่ 31 สิงหาคม -1 กันยายน ณ ลำน้ำน่าน หน้าวัดหัวดง
  • วันที่ 7-8 กันยายน 2562 วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

รับชมตั้งแต่คู่แรกจนถึงคู่สุดท้าย สนามไม่หยุดพัก เราไม่หยุดถ่าย แล้วเจอกันที่นี่ 















วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร ชาวนาลงขันเรี่ยไรเงินเป็นค่าน้ำมันสูบน้ำช่วยนาข้าว


ชาวบ้าน2  ตำบล ใน 2 อำเภอ นอกเขตชลประทาน  ลงขันเรี่ยไรเงินเป็นค่าน้ำมัน สูบน้ำจากแม่น้ำน่าน ช่วยนาข้าวที่ประสบปัญหาฝนแล้ง ขาดแคลนน้ำเกือบ 3000 ไร่ 

           โรงสูบน้ำพลังไฟฟ้า บ้านหัวดง อำเภอเมืองจังหวัดพิจิตร เร่งทำการสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน ส่งต่อไปยังคลองระบายน้ำ ที่ห่างจากแม่น้ำน่านในระยะทาง 7 กิโลเมตร เพื่อช่วยเหลือชาวนา ในพื้นที่ ตำบลหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร และ ตำบลหนองปล้อง อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร เกือบ  3000 ไร่ หลังประสบปัญหาขาดน้ำ จากฝนแล้ง โดยการสูบน้ำในครั้งนี้ ชาวนาต้องทำการลงขัน รวบรวมเงิน เป็นค่ากระแสไฟฟ้า จากการสูบน้ำ ในอัตราไร่ละ 300 บาท เพื่อสูบน้ำลงคลอง ที่ดำเนินการก่อสร้างคลองส่งน้ำแล้วเสร็จ


         นายวันชัย  แสนราช รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง ระบุว่า คลองส่งน้ำ ที่ดำเนินการก่อสร้างขององค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง  พึ่งแล้วเสร็จ และ งบประมาณจากทางภาครัฐ ที่จะมาอุดหนุน ค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ  ทางกลุ่มชาวนาที่ประสบปัญหา ข้าวขาดน้ำ จึงรวมตัวกัน เพื่อขอใช้น้ำจากคลองส่งน้ำ จึงทำการลงขัน จ่ายค่ากระแสไฟฟ้า ในอัตรา ไร่ ละ 300 บาท ซึ่งมีชาวนา ยินยอมทำการสูบน้ำ 2,900 ไร่ เพื่อนำน้ำล่อเลี้ยงข้าวนาปี ที่กำลังขาดแคลนน้ำ




        สำหรับพื้นที่นาข้าว  ตำบลหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร และ ตำบลหนองปล้อง อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ ของเกษตรกรชาวนา โดยหลังจากสภาวะฝนแล้ง ส่งผลทำให้ต้นข้าวไม่เจริญเติบโต เนื่องจากขาดน้ำ ชาวนาจึงต้องรวมตัว เพื่อหาแหล่งน้ำ เพื่อให้ข้าวนาปี มีน้ำในการบำรุงรักษา ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำ ก็ตาม





พิจิตร โปรยทานฉลากประเพณีทิ้งกระจาดแจกทานให้ประชาชนผู้ยากไร้


          ผู้ใจบุญชาวอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร จัดประเพณีทิ้งกระจาด โปรยสลากแจกทานบนที่สูง แจกจ่ายของใช้ประจำบ้าน ให้กับประชาชน ผู้ยากไร้ 1,500 คน

     ที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ชมรมการแสดงมิตรภาพไทย-จีน ร่วมกันประชาชนผู้ใจบุญอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร จัดประเพณีทิ้งกระจาด  เป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนร่วมกัน สืบสานประเพณี อุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการอุทิศเครื่องอุปโภค สร้างความเอื้ออาทรต่อกันในชุมชน โดยใช้การโปรยทาน ฉลาก เพื่อนำไปแลก เครื่องใช้ประจำบ้าน  ข้าวสาร อาหาร น้ำดื่ม  กว่า 1500 คน

    ซึ่งการจัดงานประเพณี ทาง ผู้จัดงาน ได้ นำอาหาร ขนม น้ำดื่ม กว่า 30 ร้านค้า มาใช้ประชาชน ที่มาร่วมงาน ได้ เลือกรับประทาน จากนั้น ได้ นำเอาเยาวชนจากวิทยาลัยนาฎศิลป์จังหวัดลพบุรี นำนักแสดงโขน  เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สำมนักขา ก่อศึก มาทำการแสดงให้กับประชาชน ที่ร่วมงาน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย กับ วัฒนธรรมจีน ในงานประเพณีทิ้งกระจาด

    โดย ไฮไลน์งานประเพณีทิ้งกระจากในปีนี้ คือการแจกทาน ซึ่งทางคณะผู้จัดงาน ได้ทำสลาก ซึ่งจะเป็นของใช้ประจำบ้าน ทั้ง ข้าวสาร นำยาล้างจาน น้ำดื่ม มัดร่วมกับขนม จากนั้น นำขึ้นไปโปรยลงมา จากที่สูง เพื่อให้ประชาชน กว่า 1500 คน ที่อยู่ด้านล่าง นำสลาก ที่ได้จากการโปรย มาแลก สินค้าที่ทางเจ้าหน้าที่ ได้ จัดจุดแลก เพื่อเป็นการแจกทาน ให้กับประชาชน และ ผู้ยากไร้  

    สำหรับ ประเพณีทิ้งกระจาด เป็นพิธีกรรมจีนอย่างหนึ่งที่นิยมจัดขึ้นในเทศกาล ของชาวจีน หรือเรียกกันว่า ซิโกว แปลว่าการให้ทานแก่วิญญาณไร้ญาติ โดยเริ่มกลางเดือน 7 ของจีน แต่จะตรงกับเดือน 9 ของไทยทางจันทรคติ เป็นเวลา 5 วัน 5 คืน พอวันที่ 3 จะเป็นวันทิ้งกระจาดฟ้า โดยจะมีการทิ้งสิ่งของหรือไม้ติ้วที่มีหมายเลขเขียนไว้จากที่สูงลงมา ผู้ที่มาชมงานถ้าใครรับไม้ติ้วได้หมายเลขไดก็นำไปรับสิ่งของตามหมายเลขนั้น ซึ่งมีค่ามากน้อยลดลดหลั่นกัน





วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร ประชาชนแห่ถอนเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ


ประชาชนพิจิตรต่างแห่เพื่อไปเข้าแถวต่อคิวเพื่อถอนเงินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อใช้จ่ายในชีวิตปะจำวันทางด้านธนาคารกรุงไทยเร่งนำเงินจ่ายให้กับประชาชน
          ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาพิจิตร มีประชาชนนำบัตรสวัสดิการแห่งรัมากดเงินกันอย่างคึกคัก โดยมีการเบิกถอนเงินสดของประชาชน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ธนาคารกรุงไทยสาขาพิจิตร รวมถึงตามตู้เอทีเอ็มจังหวัดพิจิตร เริ่มคึกคักมีประชาชนมายืนต่อแถวเพื่อกดเอทีเอ็มจำนวนมากภายหลังจากที่กรมบัญชีกลาง ได้โอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนสิงหาคม-กันยายน 2562 ต่างทยอย เข้าตรวจสอบลำดับคิวรายชื่อบัญชี เพื่อขอการเบิกถอยเงินจากโครงการบัตรประชารัฐเพื่อเตรียมนำเงินไปใช้จ่ายซื้อสินค้าดำรงชีวิตโดยวันนี้เป็นการโอนจ่ายเงินให้กับประชาชนผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 1, 2, 4, 5 และ 8 เงินจะเข้าบัตรในวันที่ 23 ส.ค. ทำให้ประชาชนชาวพิจิตรที่มีสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนใหญ่จะมีเลขบัตรประจำตัวประชาชนกลุ่มตัวเลขคู่ จึงตื่นตัวมากดเอทีเอ็มเบิกถอนรับเงินสดกันอย่างคึกคัก

    สำหรับเงินจำนวนนี้เป็นเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะได้รับเงิน 500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา เดือน เริ่มโอนเงินแรกวันที่ 21 ส.ค.นี้ โดยผู้มีสิทธิ์ต้องมีเลขบัตรประชาชน สำหรับเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วย 32 34 35 และ 36 ซึ่งมีผู้รับเงินกว่า ล้านคน วงเงินกว่า 2,500 ล้านบาท และวันที่ 23 ส.ค.62 โอนเงินเข้าบัตรสำหรับผู้ที่มีเลขบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 1 2 4 5 และ ซึ่งมีผู้ได้รับเงินกว่า 3.9 ล้านคน วงเงิน 1,971 ล้านบาท






วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร ชาวบ้านใช้น้ำสำรองที่กักเก็บหลังน้ำดิบประปาแห้งขอด


พิจิตร ชาวบ้านพากันใช้น้ำสำรอง ที่เก็บไว้ในโอ่งภาชนะ  ที่เก็บไว้ทดแทน หลังจากที่ประปาหมู่บ้านไม่มีน้ำใช้ผลิตประปา 



          จากแหล่งน้ำดิบของสระน้ำ ที่ใช้ผลิตประปา หมู่บ้าน ของหมู่ที่ 1 ตำบลหนองปล้อง อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ได้แห้งขอดลง จากฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน  จนไม่มีน้ำเหลือพอผลิตประปา ในหมู่บ้าน  ทำให้ชาวบ้าน กว่า 80  ขาดน้ำอุปโภค นานกว่า 1 เดือน โดยชาวบ้าน ต่างพากันใช้น้ำสำรอง ที่เก็บไว้ในโอ่งภาชนะ  ที่เก็บไว้ทดแทน หลังจากที่ประปาหมู่บ้านไม่มีน้ำใช้ผลิตประปา ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่กังวล ว่าหากไม่มีฝนตกลงมา จะทำให้ขาดน้ำอุปโภคใช้ในครัวเรือน



                นาย สันติ ดวงศรี ชาวบ้าน ของหมู่ที่ ตำบลหนองปล้อง อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ระบุว่า ในช่วงหน้าแล้ง น้ำประปา จะไม่เพียงพอใช้ประจำทุกปี แต่ในปีนี้ฝนแล้ง อีก ยิ่งทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบปริมาณน้ำประปาในหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ หันมาใช้น้ำสำรอง ที่เก็บไว้ในภาชนะ โอ่งเก็บน้ำ เพื่อใช้ในครัวเรือน และ ยังกังวลหากไม่มีฝน จะทำให้น้ำผลิตประปา ที่แห้งไม่มีน้ำ และ น้ำสำรองที่นำมาใช้จะหมด 


                 โดยล่าสุด  ปลัดอำเภอวังทรายพูน และเทศบาลตำบลหนองปล้อง พร้อมผู้นำหมู่บ้าน ได้เข้าดำเนินการแก้ไข โดยจะทำการต่อระบบน้ำจากสระน้ำ ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ที่มีระยะทาง 500 เมตร ดำเนินการต่อระบบน้ำ เข้าสู่ระบบประปาของหมู่บ้าน หมู่ที่ 1 เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำ    พร้อมดำเนินการแก้ไข ระยะยาว โดยการขุดลอกสระน้ำดิบ ที่ผลิตน้ำประปา ให้มีความลึกและ ปริมาณเพิ่มขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาจาดแคลนน้ำ

พิจิตร แล้งหนักในรอบ 34 ปีน้ำดิบผลิตประปาหมู่บ้านแห้งขอด


         พิจิตร ฝนแล้ง น้ำดิบขนาด5 ไร่ ผลิตน้ำประปาในหมู่บ้านแห้งขอดลง ชาวบ้านระบุ แล้งสุดในรอบ 34 ปี กว่า 80 หลังคาเรือน ขาดน้ำอุปโภค มากว่า 1 เดือน

         สภาพความแห้งแล้ง ของ สระน้ำเนื้อที่ กว่า 5 ไร่ ของชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลหนองปล้อง อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ที่เป็นพื้นที่น้ำดิบ ที่ผลิตประปา ให้กับหมู่บ้าน กว่า 80 หลังคาเรือน โดยแหล่งน้ำดิบ บริเวณสระกลางหมู่บ้านได้ ทยอยแห้งขอดลง จากฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน  จนไม่มีน้ำเหลือพอผลิตประปา ในหมู่บ้าน  ทำให้ชาวบ้าน ขาดน้ำอุปโภค นานกว่า 1 เดือน โดยชาวบ้านระบุว่า แล้งสุดในรอบ 34 ปี ที่มีการทำสระน้ำผลิตน้ำประปา

         นายทองสุข เสือปรางค์ ชาวบ้านหมู่ที่ 1 บ้านหนองปล้อง  ตำบลหนองปล้อง อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ระบุว่า  สระน้ำเนื้อที่ กว่า 5 ไร่ เป็นแหล่งน้ำผลิตประปา ในหมู่บ้าน โดยทุกปี ในช่วงนี้ จะมีน้ำฝนมาเติมปริมาณน้ำในสระ แต่ ปีนี้ฝนทิ้งช่วง เป็นเวลานาน ทำให้ปริมาณน้ำในสระน้ำแห้งขอด จึงทำให้ชาวบ้าน กว่า 80 ครอบครัว ขาดน้ำ อุปโภคในครัวเรือน ซึ่งตั้งแต่ ทำการขุดสระน้ำผลิตน้ำประปา มาตั้งแต่ ปี 2528 ซึ่งในปีนี้ถือว่า ขาดน้ำหนักสุด ในรอบ 34 ปี



              โดยเบื้องต้น ทางเทศบาลตำบลหนองปล้อง  อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร  ได้รายงานไปยังนายอำเภอวังทรายพูน เพื่อหาแนวทางการแก้ไข ระยะยาว โดยการช่วยเหลือ ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองปล้อง  ได้นำรถบรรทุกน้ำ แจกจ่ายประชาชน ในพื้นที่ให้มีน้ำอุปโภค ส่วนการแข้ไขปัญหาระยะยาว ได้ ประสานไปยังการประปาส่วนภูมิภาค ทำการขยายเขต การส่งน้ำระบบประปา เพื่อให้ชาวบ้านใช้น้ำ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ