ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน
-
พิจิตรทีวี ข่าวพิจิตร พิจิตรผู้ว่าราชการจังหวัด เผยปริมาณฝนในพื้นที่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เริ่มส่งผลกระทบกับพื้นที่สูง พืชผลทางก...
-
พิธีเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน ...
-
พิจิตรแล้งจัด เซียนแห ทอดแหบริเวณหน้าฝายน้ำล้นคลองข้าวตอก สร้างรายได้ให้กับชุมชน ประชาชนมีปลาบริโภคและจำหน่ายสร้างรายได้ ประชาชนผู้ท...
-
อดีตพนักงานรถไฟลาออกจากงานสวนกระแสเศรษฐกิจเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรือชามละ 10 บาท พร้อมจัดโปรโมชั่น รับประทาน 10 ชาม ฟรี 1 ชาม รั...
-
เจ้าหน้าที่ อสม.พิจิตร พร้อมประชาชน ร่วมมหกรรมเต้นแอโรบิค สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันสุขภาพ วัน อสม แห่งชาติ ที่สนามกีฬากลาง พิจิตรสเตเดี...
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ข้าวเม่าพอก "เงินล้าน" กับ ประเพณีแข่งเรือยาว
การแข่งขันเรือยาว ถือว่าเป็นกีฬายอดนิยมของจังหวัดพิจิตร ซึ่งมีสนามมาตรฐานในการแข่งขันกว่า 50 สนาม นอกจากความสนุกสนานของการแข่งขันเรือยาวแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คู่กับงาน อาหารอร่อยประจำถิ่นของแต่ละแห่ง เช่นที่วัดหาดมูลกระบือ ตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ขนมขึ้นชื่อ คือ "ข้าวเม่าพอก" ขนมไทยแสนอร่อย ที่ทุกคนมาเยือนต้องแวะชิมรส
ชาวบ้านจาก 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลไผ่ขวางและตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ต่างร่วมแรงร่วมใจผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่ในการทำ"ข้าวเม่าพอก"ขนมไทยรสชาติอร่อยขึ้นชื่อของวัดหาดมูลกระบือ เพื่อนำออกจำหน่ายให้กับประชาชนที่มาเที่ยวชมงานประเพณีแข่งขันเรือยาวในสนามต่างๆของจังหวัดพิจิตร ราคาจำหน่าย แพละ 25 บาท เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวชมแข่งเรือเพื่อบริโภคและยังเป็นของฝาก แต่ละปีจะสร้างรายได้ให้กับวัดเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท
ประวัติความเป็นมาของข้าวเม่าพอกวัดหาดมูลกระบือ เริ่มต้นเมื่อปีพุทธศักราช 2503 ประชาชนในพื้นที่จะนำข่าวเม่าพอกมาถวายวัดซึ่งจะมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูการแข่งขันเรือยาวประเพณี ต่อมา "คุณยายเพรา นครพุ่ม"แม่ค้าขายขนมข้าวเม่าพอกที่หน้าวัดหาดมูลกระบือ ได้ริเริ่มการทอดเพื่อจำหน่าย นำรายได้มอบให้กับวัด เนื่องจากเห็นว่าประชาชนที่มางานต้องการที่จะลิ้มรสข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบือ "พระครูพิเชษฐธรรมคุณ" อดีตเจ้าอาวาส จึงได้รวมกลุ่มชาวบ้าน 30-100 คน ทำข้าวเม่าพอกจำหน่าย เพื่อนำเงินที่ได้มาร่วมจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวซึ่งจะต้องใช้ทุนเป็นจำนวนมาก งานประเพณีแข่งขันเรือยาววัดหาดมูลกระบือจะจัดช่วงกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี และใช้ในการบูรณศาสนสถานของวัด ตั้งแต่นั้นมา จึงเกิดเป็นประเพณีก่อนวันงานใหญ่ ชาวบ้านจะมาช่วยกันทำข้าวเม่าพอกที่วัดและจำหน่ายในงานแข่งขันเรือยาวของวัดหาดมูลกระบือเองและวัดต่างๆกว่า 10 วัด ที่มีการจัดการแข่งขันเรือยาว ทั้งในเขตจังหวัดพิจิตรและจังหวัดพิษณุโลก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับวัด โดยปีที่ผ่านมามีรายได้เข้าวัดกว่า 1,00,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)
นางปาน เปียพัฒน์ อายุ 80 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลไผ่ขวาง ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่บุกเบิกการทำข้าวเม่าพอก กล่าวว่า ตนเองร่วมกับเพื่อนบ้านมาช่วยกันทำขนมข้าวเม่าพอกเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 12 ปี การมาช่วยกันทำขนมข้าวเม่าพอกเป็นการรวมใจกันของชาวบ้านเพื่อทำบุญหารายได้เข้าวัด ในแต่ละปีจะจำหน่ายทั้งที่วัดหาดมูลกระบือเองและวัดต่างๆที่มีการจัดการแข่งขันเรือยาวประมาณ 10 วัด ก็จะมีรายได้เข้าวัดกว่า 1 ล้านบาท สำหรับวัตถุดิบที่ใช้ก็จะมีทั้งการบริจาคจากชาวบ้านและวัตถุดิบที่วัดต้องจัดซื้อ เหตุผลที่ข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบืออร่อย น่าจะมาจากความสด ถึงเครื่อง แต่ละปีเราต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมาก เช่น มะพร้าวต้องใช้ประมาณ 16,000 ลูก กล้วยไข่ ประมาณ 20,000 หวี
สำหรับการทำขนมข้าวเม่าพอกเพื่อจำหน่ายในงานแข่งขันเรือยาวเป็นสิ่งที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตเจ้าอาวาสรูปเดิม "พระครูพิเชษฐธรรมคุณ" ซึ่งมรณภาพไปเมื่อสามปีที่ผ่านมาปัจจุบันคณะศิษย์ได้เก็บสังขารไว้ในโลงแก้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกที่สังขารไม่เน่าไม่เปื่อย ผิวพรรณยังคงมีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ปกติทั่วไปไม่แห้งหรือยุบ เส้นผม ขนตา เล็บ ยังคงอยู่ครบ เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
และนี่คือ "ข้าวเม่าพอก" ขนมไทยที่นอกจากจะสร้างความอิ่มอร่อยให้กับผู้ที่ลิ้มรสแล้ว ยังสร้างบุญให้กับผู้บริโภค เนื่องจากรายได้นำไปใช้ในการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานและการบูรณะศาสนสถานของวัด จึงนับได้ว่าเป็นขนมที่แฝงไว้ด้วยประโยชน์ ทั้งความสามัคคีจากความร่วมมือของชาวบ้าน การสืบสานประเพณีแข่งขันเรือยาว การร่วมทำนุบำรุงพระศาสนา การรักษาวัฒนธรรมการทำขนมไทย และความอิ่มอร่อยของผู้รับประทาน และผู้ที่ได้รับเป็นของฝาก "อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งบุญ"
แม่น้ำยมเพิ่มขึ้น จากน้ำฝนที่ตกลงมาในระยะนี้
ปริมาณน้ำสะสมที่เกิดจากฝนตกในพื้นที่ทุ่งนาไหลลงสู่แม่น้ำยม ส่งผลให้แม่น้ำยมที่แห้งยาวนานกว่า 8 เดือน เริ่มกลับมามีน้ำอีกครั้ง หวั่นแห้งซ้ำ เนื่องจากไม่มีระบบเก็บกักน้ำขนาดใหญ่
ปริมาณน้ำจากทุ่งต่างๆตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเกิดจากการสะสมของฝนที่ตกในพื้นที่ใกล้เคียงแม่น้ำยม ได้ไหลลงสู่แม่น้ำยม ส่งผลให้แม่น้ำยมที่ไหลผ่าน 4 อำเภอของจังหวัดพิจิตร คือ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล กลับมามีน้ำอีกครั้ง น้ำมีลักษณะสีแดงขุ่น ได้พัดเอากิ่งไม้และท่อนไม้ไหลลงมาสู่แม่น้ำจำนวนมาก ทำให้แม่น้ำยมคล้ายกับแก่งน้ำ
สำหรับน้ำที่มีปริมาณมากขึ้นนั้น ทำให้แม่น้ำยมที่เคยแห้งขอดจนไม่มีน้ำกลับมามีน้ำอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามหากฝนไม่ตกต่อเนื่อง ก็เกรงว่าแม่น้ำยมจะแห้งขอดอีก เนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีอาคารบังคับน้ำขนาดใหญ่ ที่จะสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ ทำให้น้ำไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างรวดเร็ว
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ชาวนาลอกคลองส่งน้ำ เพื่อเปิดทางน้ำเข้านาข้าว
ชาวนากำจัดวัชพืชในคลองส่งน้ำ เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลเข้านาข้าวที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ขณะที่โรงสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า เดินเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือนาข้าว เกือบ 1 พันไร่
โรงสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าตำบลงิ้วราย อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ทำการเดินเครื่องสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าเพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน ขึ้นมาหล่อเลี้ยงนาข้าวที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ ควบคุมช่วยเหลือนาข้าวเกือบ 1 พันไร่ ที่เริ่มทำการเพาะปลูก ขณะที่ชาวนาเร่งกำจัดวัชพืชในคลองส่งน้ำข้างแปลงนา เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลเข้าแปลงนาได้สะดวก หลังจากน้ำที่ไหลไปไม่ถึงแปลงนาข้าว เนื่องจากมีเศษวัชพืชกีดขวาง
สำหรับโรงสูบน้ำไฟฟ้าจะใช้น้ำต้นทุนจากแม่น้ำน่าน ที่ไหลผ่าน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพิจิตร ตะพานหิน และอำเภอบางมูลนาก แม่น้ำน่านในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง ถือว่าเป็นแหล่งน้ำต้นทุนบนผิวดินที่สำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรฝั่งทางทิศตะวันออกของจังหวัดพิจิตร
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558
เชิญร่วมงาน ประเพณีแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี วันที่ 8 และ 9 สิงหาคม 2558 ณ ลำน้ำน่าน หน้าวัดดาน ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร
องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ขวาง และ คณะกรรมการวัดดาน ขอเชิญร่วมงานประเพณีแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี วันที่ 8 และ 9 สิงหาคม 2558ณ ลำน้ำน่าน หน้าวัดดาน ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร
ชมการแข่งขันสุดยอดเรือยาวจากทั่วประเทศ พบ เรือยาวใหญ่ เรือยาวกลาง เรือยาวเล็ก พลาดไม่ได้ การแข่งขันระหว่างเทพอัมพรินทร์ แชมป์เก่า จ.พิษณุโลก ปะทะ เรือแม่โขงเอกนาวา อดีตแชมป์หลายสนาม จาก จ.นครปฐม ชิงเงินรางวัล 2 แสนบาท พบกับ
- เรือพญาชาละวัน สิงห์ลีโอ แชมป์ถ้วยพระราชทาน วัดท่าหลวง ปี 2557
- เทพนรสิงห์ 88 พยัคร้ายไม่มีวันตาย แชมป์เก่า จ.สระบุรี
- เรือพรพระแก้ว แชมป์หลายสนาม จากวัดพระนอนจักรษี จ.สิงห์บุรี
- เรือศรพรหมมาศ เรือดังในอดีต จากวัดวังกลม
- เรือพันแสง เรือน้องใหม่ไฟแรง จากวัดยางคอยเกลือ
- เรือจักนารายณ์ เรือดีจากลุ่มน้ำป่าสัก อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
- เรือแม่ขวัญมงคลทอง อดีตแชมป์เรือดัง พร้อมแจ้งเกิดในปีนี้ จากวัดราชช้างขวัญ
- เรือเทพมาลัยทอง สิงห์ร้ายจากลุ่มน้ำยม วัดรายชะโด
- เรือขุนไกร อดีตเรือดังที่หาตัวจับยาก จากวัดหงษ์
- เรือเมขลา เรือขวัญใจวัดหาดมูลกระบือ
- เรือพรเมธี เรือเก่งจากวัดท่าฬ่อ
- เรือสิงห์เวียงสา เรือขวัญใจชาววัดหัวดง
ขอเชิญไหว้พระปิดทอง หลวงพ่อหิมวันต์ สักการะสังขาร พระครูวิจักษณ์กันตธรรม หรือ หลวง พ่อ ออด มรณภาพ 10 ปี สังขารไม่เน่า ไม่แห้ง ไม่ยุบ ใบหน้ายังอิ่มเอม แปรธาตุขึ้นเป็นสีเขียวสุดอัศจรรย์
เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม เป็นต้นไป มีสินค้าอุปโภค บริโภค สินค้าราคาถูกจากโรงงานมาจำหน่าย มีมหรสพให้ชมฟรีตลอดงาน พบกับภาพยนต์ นเรศวร ภาค 4 - 5
ประกบคู่เรือ โดย กำนันบุญมี แก้วกำพล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ขวาง
วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
วัดท่าบัวทอง หล่อเทียนแฟนซี ดึงวัยรุ่นทำบุญเข้าพรรษา
วัดในพื้นที่จังหวัดพิจิตรหล่อเทียนแฟนซีจูงใจวัยรุ่น ร่วมทำบุญในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา
คณะกรรมการ วัดท่าบัวทอง ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ต่างช่วยกันหล่อเทียนลงแม่พิมพ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบนักษัตริย์ 12 ราศี และรูปแฟนซีจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรูปตัวการ์ตูนที่เด็กๆชอบ เช่น ปลานีโม่ ยักษ์ คนแคระจากสโนว์ไวท์ ปลาหมึกพอล กบเคโระ โดยปีนี้มีการนำอุปกรณ์ สี มาประดับตกแต่งเทียนแฟนซีให้มีหน้าตาดูน่ารัก เพื่อเตรียมไว้สำหรับการทำบุญตามกำลังศรัทธา ซึ่งจะนำเทียนรูปทรงต่างๆนี้ นำไปร่วมหล่อเป็นเทียนจำนำพรรษาขนาดใหญ่ที่ทางวัดได้เตรียมแบบหล่อไว้แล้ว
จังหวัดพิจิตร ซ้อมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ ปั่นเพื่อแม่ (Bike For Mom)
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2558 ที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นำข้าราชการ ประชาชน เยาวชน ชมรมจักรยานพิจิตร จำนวนเกือบ 1,000 คน ร่วมซ้อมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 กำหนดจัดกิจกรรม ปั่นเพื่อแม่ (Bike For Mom) ในวันที่ 16 สิงหาคม 2558 พร้อมกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ
โดยในการซ้อมได้รับความสนใจจากข้าราชการ ประชาชน เยาวชน และชมรมจักรยานในจังหวัดพิจิตร ที่เข้าร่วมกิจกรรม เส้นทางการปั่นจักรยาน เริ่มต้นจาก ศาลากลางจังหวัดพิจิตร ผ่านสี่แยกโรงเรียนยอแซฟ ผ่านปั๊ม ปตท. ผ่านแยกหมอเลี้ยง วิทยาลัยสารพัดช่าง วัดท่าหลวง เทศบาลเมืองพิจิตร เลี้ยวซ้ายแยกเล่าชุนกี่ ถึงถนนศรีมาลา เลี้ยวขวาผ่านธนาคารกรุงเทพผ่านแยกตลาดเทศบาล 2 ผ่านธนาคารกรุงไทย ถึงแยกตวงเพชร เลี้ยวขวา เข้าถนนสาย 115 ผ่านวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร สี่แยกคลองคะเชนทร์ ตรงไปกลับรถจุดกลับรถคลองโนน กลับรถ ผ่านสี่แยกคลองคะเชนทร์ วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร ถึงแยกนิสสัน เลี้ยวขวาแยกนิสสัน ตรงไปถึงแยกบ้านแขก เลี้ยวขวา ตรงไปบึงสีไฟ ถึงวงเวียนนาฬิกา เลี้ยวซ้าย เข้าถนนสาย 115 ผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 3 ถึงสี่แยกโรงเรียนยอแซฟ เลี้ยวขวามุ่งหน้าศาลากลางจังหวัดพิจิตร รวมระยะทาง 27 กิโลเมตร
ภาพรวมของการซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งการปั่นจักรยาน การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และที่เกี่ยวข้องด้านการจราจรบนส้นทาง ซึ่งทางจังหวัดพิจิตร จะมีการซ้อมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 2 สิงหาคม นี้
พบ เห็ดหายาก หลังจากที่ไม่เคยขึ้นมากว่า 30 ปี
พบเห็ดหายาก มีลักษณะสวยงามเป็นตาข่ายสีขาว ชาวบ้านเรียก "เห็ดร่างแห" ส่วนใหญ่จะพบเห็นในป่าดิบชื้นชาวบ้านบอกไม่เคยเห็นเห็ดชนิดนี้ในพื้นที่กว่า 30 ปี แล้ว
ชาวบ้านวังหวาย หมู่ที่ 10 ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร นั่งดูและถ่ายภาพเห็ดที่เกิดขึ้นบริเวณใกล้กับโรงเห็ดนางฟ้าภูฐานด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากเห็ดที่ออกดอกมามีลักษณะที่แปลกตา มีตาข่ายสีขาว คล้ายฟองน้ำห่อหุ้มอยู่กับดอก ลักษณะสวยงาม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-15 เซนติเมตร เห็ดดังกล่าว เป็นเห็ดที่ชาวบ้านหลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน จึงมีการมุงดูด้วยความสนใจและถ่ายภาพเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก
จากคำบอกเล่าของ นายประจวบ ฉิมช้าง อายุ 73 ปี กล่าวว่า "เห็ดดังกล่าว เป็นเห็ดที่คนโบราณเรียกว่า"เห็ดร่างแห" ปกติจะเกิดขึ้นในป่าดิบชื้น เมื่อก่อนในอดีตที่บริเวณนี้เป็นป่าสมบูรณ์ ก็ยังเคยมีเห็ดดังกล่าวเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่จากประสบการณ์ของตนไม่เคยพบว่ามีเห็ดร่างแหเกิดขึ้นในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงนานกว่า 30 ปี แล้ว การที่เห็ดร่างแหกลับมาออกดอกให้เห็นอีกครั้งจึงเป็นเรื่องแปลก"
สำหรับเห็ดร่างแห เป็นเห็ดที่เกิดขึ้นในป่าชื้น มักเกิดในที่ซึ่งมีการทับถมของซากพืชและซากสัตว์จำนวนมาก มีกลิ่นเหม็น ส่วนใหญ่จะมีแมลงวันตอม ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่ารับประทานไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วสามารถรับประทานได้ โดยการนำส่วนที่เป็นตาข่ายไปปรุงเป็นอาหาร ที่นิยมได้แก่ "ซุปเยื่อไผ่" ปัจจุบันมีการนำเข้าจากประเทศจีน ส่วนประเทศไทยมีการเพาะเพื่อการค้า แต่ยังไม่ขยายวงกว้างเท่าที่ควรเนื่องจากเพาะและดูแลยาก
ผวจ.พิจิตร นำพสกนิกรประกอบพิธีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร
วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 เวลา 07.00 น. ที่วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นางทองพิน ขันอาสา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิจิตร นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจพ่อค้า ประชาชน ทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง ถวายแด่พระสงฆ์ จำนวน 99 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 63 พรรษา
เวลา 09.29 น. นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้นำเหล่าข้าราชการ เหล่ากาชาด ตลอดจนประชาชน ร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ณ ศาลากลางจังหวัดพิจิตร เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยนานัปการ
เวลา 19.19 น. ณ ศาลากลางจังหวัดพิจิตร อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 กรกฎาคม 2558 โดยมีเหล่ากาชาด ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจและประชาชนชาวพิจิตร เข้าร่วมประกอบพิธีเป็นจำนวนมาก พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้องทั่วอาคารศาลากลางจังหวัด สถานที่ในการประกอบพิธี เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
จ.พิจิตร ประกาศภัยแล้งฝนทิ้งช่วง 10 อำเภอ ขอบ่อบาดาล
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ประกาศพื้นที่ภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง 10 อำเภอ ขอสนับสนุนบ่อบาดาล ขณะฝนที่ทิ้งช่วงเป็นเวลานานส่งผลให้นาข้าวในพื้นที่ราบสูงไม่เจริญเติบโต
สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง นาข้าวในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก และอำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ราบสูง นาข้าวที่ใช้วิธีหว่านแห้ง ได้รับผลกระทบเนื่องจากฝนที่ทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่น้อยกว่าปกติทำให้ข้าวที่งอกมาไม่สมบูรณ์
นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้การประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ฝนทิ้งช่วง 10 อำเภอ จากทั้งหมด 12 อำเภอ ที่ประสบภัยแล้งฝนทิ้งช่วง ประกอบด้วย อ.เมืองพิจิตร อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ดงเจริญ อ.โพทะเล อ.สามง่าม อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.โพธิ์ประทับช้าง และ อ.บางมูลนาก โดยเบื้องต้นทางนายอำเภอได้ลงพื้นที่สำรวจในท้องที่ของตน ได้แจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนที่ประสบภัย พร้อมทั้งของบประมาณจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษขุดเจาะบ่อบาดาล จำนวน 342 บ่อ พร้อมทั้งเป่าล้างบ่อบาดาล อีก 500 บ่อ อยู่ระหว่างการอนุมัติงบประมาณ
พิจิตร เอฟซี พ่าย ประจวบ เอฟซี 0-3 ประตู
การแข่งขันฟุตบอล ยามาฮ่า ลีกวัน ประจำวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 58 นัดที่ 18 ของการแข่งขันที่สนามพิจิตร สเตเดี้ยม “พญาชาละวัน” พิจิตร เอฟซี ทีมอันดับ 12 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือน “ต่อพิฆาต”ประจวบ เอฟซี ทีมอันดับ 6 ของตาราง ทั้งสองทีมเป็นทีมที่ขึ้นจากดิวิชั่น 2 ด้วยกันเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
เกมส์เริ่ม 19.00 น. ครึ่งแรก ทั้งสองทีมเปิดเกมส์เข้าใส่กันสนุกนาทีที่ 12 พิจิตร เอฟซี มีโอกาสก่อนจากลูกฟรีคลิก อำนาจ รักประเสริฐ เปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ปิยพงษ์ หอมขจร ลอยตัวโหม่งบอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ มุนเซ่ อุลริส ผู้รักษาประตูประจวบ เอฟซี ลอยตัวปัดไว้ได้
นาทีที่ 38 เป็นทีมเยือนที่ขึ้นนำจาก อภิรัตน์ หีมขาว ที่หลุดเข้าไปยิงผ่านมือ วันชัย สุวรรณอินทร์ เข้าไปตุงตาข่าย ประจวบ เอฟซี ขึ้นนำ 1-0 ประตู จบครึ่งแรก ประจวบ เอฟซี นำ พิจิตร เอฟซี 1-0 ประตู
ครึ่งหลัง มีฝนโปรยปรายลงมาแต่เกมส์ยังสนุก ทั้งสองทีมเปิดเกมส์เข้าใส่กันแต่เป็นผู้มาเยือนที่แม่นกว่า นาทีที่ 55 ประจวบ เอฟซี ได้เตะมุมและเป็น ควน แด ฮี ที่ลอยตัวโหม่งบอลตุงตาข่าย ประจวบ เอฟซี ขึ้นนำ 2-0 ประตู
ยิ่งเล่นเกมส์ยิ่งตกเป็นของผู้มาเยือน นาทีที่ 59 ประจวบ เอฟซี บวกประตูเพิ่มจาก อภิรัตน์ หีมขาว ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว เลี้ยวแหวกกองหลังเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะยิงบอลตุงตาข่าย ประจวบ เอฟซี หนีห่างเป็น 3-0 ประตู
เวลาที่เหลือทั้งสองทีมยิงประตูเพิ่มไม่ได้ จบ 90 นาที พิจิตร เอฟซี เปิดบ้านพ่าย ประจวบ เอฟซี 0- 3 ประตู พิจิตร เอฟซี แข่ง 18 นัด มี 23 คะแนน อยู่อันดับ 13 ของตาราง ส่วนประจวบ เอฟซี แข่ง 18 นัด มี 28 คะแนน อยู่ อันดับ 5 ของตาราง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

























