รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

กัญชา ผู้ป่วยมะเร็ง วอนทบทวน ถอดกัญชา


พิจิตรผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เคยใช้กัญชารักษาวอนทบทวนใช้รักษาอย่างถูกต้อง
พิจิตรผู้ป่วย  วอนภาครัฐถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ขณะผู้ป่วยซึ่งเคยทดลองใช้สารสกัดจากกัญชาเผยเสียโอกาสทางการรักษาเนื่องจากทดลองแล้วอาการดีขึ้น

ความคืบหน้าการเคลื่อนไหวเพื่อให้กัญชาเป็นยารักษาโรค ที่จังหวัดพิจิตร พระสงฆ์และประชาชนกว่า 300 คนร่วมเดินเพื่อผู้ป่วย กัญชารักษาโรค” (Cannabis Walk Thailand)  โดยเริ่มเส้นทางการเดินช่วงแรกจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ถึงวัดใหม่มงคลทุ่งกระทั่ง อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ระยะทาง 13 กิโลเมตรพร้อมได้จัด  ได้มีการจัดเวทีเสวนา เรื่อง สิทธิและความสำคัญของการเข้าถึงยากัญชา ณ ศาลการเปรียญ  วัดหนองบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร โดยมีผู้ร่วมเทีเสวนา เช่น อาจารย์เดชา  ศิริภัทร  ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ   พล.ร.อ.ชาญชัญ  เจริญสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย  คุณรสนา  โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย  อาจารย์ปานเทพ  พัวพงษ์พันธ์  คณะบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต  คุณสาชล ศรทัตต์เครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรังและประธานเครือข่ายเพื่อนมะเร็ง ร่วมในการเสวนา โดยเนื้อหาของการเสวนาบอกเล่าถึงคุณประโยชน์ของกัญชาที่สามารถรักษาโรคร้ายได้หลายโรค อย่างเช่น โรคมะเร็ง  อัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ทั้งจากการทดลองและผลงานของการวิจัย  และสาระสำคัญของการเสวนาคือการขอให้ภาครัฐเปลี่ยนกฎหมายถอดกัญชาออกจากยาเสพติดเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จากการรักษาพยาบาลจากสารสกัดกัญชา

นางอรพันธ์  พูลสังข์  อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า มีการตรวจพบจากแพทย์ว่าตนเองมีก้อนเนื้อที่ผิดปกติบริเวณเต้านม หรือว่าเป็นมะเร็งเต้านมนั่นเอง คุณหมอแนะนำให้ผ่าส่วนที่เป็นเนื้อร้ายออกแต่ตนเองไม่ต้องการผ่าตัดเนื่องจากเห็นว่าหลายรายที่ผ่าตัดแล้วไม่หาย  ตนจึงหาวิธีรักษาจนพบว่ามีการรักษาด้วยสารสกัดกัญชา  จึงมารับไปทดลอง ซึ่งก็มีอาการดีขึ้น แต่น่าเสียดายที่ถูกห้ามเสียก่อนตนจึงขอวอนให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทบทวนและอนุญาติให้สามารถใช้สารสกัดจากกัญชาเพื่อรักษาอาการป่วยได้เพราะเห็นว่ามีประโยชน์มาก




กัญชา เดินเพื่อผู้ป่วย วันที่ 1


พิจิตรพระสงฆ์ประชาชนร่วมเดินเพื่อผู้ป่วย กัญชารักษาโรค

พิจิตรพระสงฆ์และประชาชนกว่า 300 คนร่วมกิจกรรมเดินเพื่อผู้ป่วย กัญชารักษาโรค” ระยะทาง259 กม.จากโพทะเล พิจิตรถึงดอนกำยาน สุพรรณบุรี

พิจิตรพระสงฆ์และประชาชนกว่า 300 คนร่วมเดินเพื่อผู้ป่วย กัญชารักษาโรค” (Cannabis Walk Thailand)  โดยเริ่มเส้นทางการเดินช่วงแรกจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ถึงวัดใหม่มงคลทุ่งกระทั่ง อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ระยะทาง 13 กิโลเมตร ซึ่งการเดินเป็นไปตามกำหนดของคณะที่นำโดยนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ร่วมกันจัด กิจกรรม โดยการเดินดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่  21 พฤษภาคม ถึง 9 มิถุนายน 62เส้นทางเริ่มจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ถึงวัดบางปลาหมอ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทางรวมทั้งสิ้น 259 กิโลเมตร

โดยการเดินครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อ ระดมทุนผลิตยาจากกัญชา แจกจ่ายแก่ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้ยาและไม่สามารถเข้าถึงยาได้ เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการใช้กัญชารักษาโรค สร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และกิจกรรมในภาคบ่ายวันนี้ ( 21 พฤษภาคม) จะมีการจัดเวทีเสวนา เรื่อง สิทธิและความสำคัญของการเข้าถึงยากัญชา ณ วัดหนองบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร โดยมีผู้ร่วมเทีเสวนา เช่น ดร.อาทิตย์  อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต   อาจารย์เดชา  ศิริภัทร  ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ   พล.ร.อ.ชาญชัญ  เจริญสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย  คุณรสนา  โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย  รวมไปถึงเครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรังและประธานเครือข่ายเพื่อนมะเร็ง ร่วมในการเสวนา



วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

สืบสานประเพณีกวนข้าวทิพย์ทำบุญ


         ชาวอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร สืบทอดประเพณี กวนข้าวมธุปายาส หรือข้าวทิพย์  เพื่อนำไปทำบุญกับทางวัด ในช่วงวันวิสาขบูชา โดยทางชาวบ้าน รวมกับคณะสงฆ์ จัดกันต่อเนื่อง
         ที่ ลานบริเวณวัดหนองต้นพลวง ตำบลหนองหญ้าไทร   อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร นำชาวบ้าน กว่า200 คน ร่วมกันสืบสานประเพณีกวนข้าวมธุปายาส หรือข้าวทิพย์  ซึ่งชาวบ้านได้ยึดถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  เป็นการจัดงานต่อเนื่อง เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และเหตุการณ์ที่นางสุชาดา ได้กวนข้าวทิพย์  แล้วนำไปถวายพระพุทธเจ้า ก่อนที่จะตรัสรู้ 1วัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เทิดทูนพระเกียรติคุณด้วยความกตัญญูกตเวทิตาธรรม 

      ซึ่งในปีนี้ ทางวัด และ ชาวบ้าน มีการกวนข้าวทิพย์ จำนวน 13กระทะ  โดยชาวบ้าน จะนำเอาส่วนผสม จำนวน 10 อย่าง  ที่ประกอบไปด้วย แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว นมข้น ถั่วลิสง  ถั่วเหลือง  เนย งา น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทรายขาว และ กะทิ ใส่ลงในกระทะขนาดใหญ่  ตั้งไฟอ่อนแล้ว นำไม้พาย ลงไปกวนให้เข้ากันและจนเกิดความเหนียว   ซึ่งต้องใช้ความสามัคคี และ ความอดทน ของชาวบ้าน  ที่ใช้เวลาในการกวนทำข้าวทิพย์ นาน กว่า 6-7ชั่วโมง  เพื่อนำข้าวทิพย์ ที่ได้ ไปทำบุญกับทางวัดต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องในวันวิสาขบูชา และแจกจ่ายให้ชาวบ้านได้นำไปรับประทานเป็นสิริมงคล และตามความเชื่อ หากได้รับประทานจะมีร่างกายแข็งแรง

         สำหรับข้าวทิพย์มธุปายาส หรือข้าวทิพย์ นี้ ชาวบ้านเชื่อกันว่า เมื่อทำครบถ้วนตามพิธีแล้ว จะเป็นสิริมงคลแด่ผู้ทำ และผู้บริโภค  และ ตามความเชื่อ หากผู้ที่ได้บริโภคข้าวทิพย์แล้ว จะประสบโชคลาภต่างๆ นานา ปราศจากโรคภัย และ ถือว่าเป็นการทำบุญใหญ่ ในช่วงวันสำคัญของพระพุทธศาสนา และ เป็นการสืบสานประเพณี ให้กับเยาวชน รุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

วันวิสาฯ เตรียมตัว ดอกบัวขาดตลาด


           สถานการณ์ภัยแล้งยังคงส่งผลกระทบ  นาบัวของเกษตรกรชาวจังหวัดพิจิตร ที่ปลูกไว้ในแปลงนาบัวกว่า10ไร่  เพื่อจำหน่ายฝักและดอกบัว โดยปริมาณน้ำในพื้นที่นาบัวแห้งขอดดินแห้งแตกระแหงส่งผลกระทบกับนาบัวซึ่งมีอยู่จำนวนมากแห้งเหี่ยวเสียหาย  ส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่มีอาชีพทำนาบัวของชาวเกษตรจังหวัดพิจิตร ที่ทำนาบัวเพื่อออกจำหน่าย ไว้สำหรับให้ประชาชนบูชาพระในช่วงเทศกาลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะวันวิสาขบูชา  ไม่สามารถเก็บดอกบัวสร้างรายได้ ต้องรออีกนานกว่า 2 เดือน บัวจะกลับมาฟื้นตัว เพื่อให้ผลผลิตออกดอกผลได้ ส่งผลทำให้ขาดรายได้ ในช่วงนี้

         สำหรับบัวที่รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ส่งกระทบดอกบัวที่ไว้สำหรับบูชาพระลดลง ซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคาดอกบัวขยับสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณดอกบัวมีจำนวนจำกัดเนื่องจากมีปริมาณลดลงในช่วงนี้ โดยเฉพาะวันพระในเทศกาลวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันพระใหญ่ที่พุทธศาสนิกชนนิยมใช้ดอกบัวในการบูชาพระ และการใช้ดอกบัวในการประกอบในพิธีเวียนเทียนเป็นจำนวนมาก







แนะนำแหล่งท่องเที่ยวพิจิตร #ลิเกพิจิตร


            วันหยุดนี้ หากคุณยังไม่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปที่ไหน ลองหันมามองเมืองพิจิตรเป็นอีก 1 ทางเลือกในวันหยุดพักผ่อน เริ่มด้วยการนมัสการหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง ไหว้ศาสหลักเมือง อุทยานเมืองเก่า ต่อด้วยชมทิวทัศน์บึงสีไฟ ต่อที่วัดโพธิ์ประทับช้างถิ่นประสูตรพระเจ้าเสือ แว่ะชิมส้มโอท่าข่อย บูชาพระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน และสถานที่ขึ้นชื่ออีกมากมาย

ของดีเมืองพิจิตร # เรือยาวจำลอง




หนุ่มใหญ่ ชาวตำบลหัวดง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  ใจรักเรือยาว ใช้เวลาว่าง  สร้างสรรค์งานฝีมือต่อเรือแข่งจำลองจำหน่ายเป็นของที่ระลึก  โดยตัวเรือทำจากไม้ ย่อส่วนได้เหมือนจริงตามสัดส่วนอย่างถูกต้อง จากเรือแข่ง  ทำด้วยไม้สักขนาดความยาว 1 เมตร ถึง 1.50 เมตร  ซึ่งจะทำการผลิตเรือยาวจำลอง ตามรูปทรงตามขนาดของเรือยาวที่ใช้ในการแข่งขัน  พร้อมหุ่นจำลองเป็นฝีฟายจนเต็มลำเรือ  และ มีทั้งแบบเทรนเลอร์บรรทุกเรือ   มีทั้งขนาดตั้งแต่ 12 ,30 ,40 และ 55 ฝีพาย จำหน่ายให้กับผู้สนใจนำไปเป็นของที่ระลึกของประดับบ้าน  ในราคาจำหน่ายลำละ 6000-15000  บาท แล้วแต่ขนาดของเรือ

นายนิคม จันทรภักตร์ ผู้ต่อเรือจำลอง ระบุว่า  เดิมเป็นผู้ที่ชื่นชอบ ในกีฬาเรือยาว และมีความผูกพัน กับการแข่งขันเรือยาวประเพณีของจังหวัดพิจิตรมาตั้งแต่เด็ก  โดยทดลองทำเรือจำลองขึ้น ซึ่งในช่วงแรก จะใช้วิธีการขุดเรือ หลังจากนั้นจึงได้หันมาใช้การนำเศษไม้มาต่อเรือ โดยนำเอกลักษณ์ ลักษณะเรือยาว ที่โด่งดังแต่ละพื้นที่  ที่ใช้ทำการแข่งขัน มาแกะแบบในการทำ จนสำเร็จ และ สวยงาม ซึ่งในการต่อเรือแต่ละลำ จะใช้เวลาในการทำประมาณ 7 วัน ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนรักและชื่นชอบเรือยาวมักจะนิยมสั่งเรือโดยนำชื่อตัวเองติดกับลำเรือที่สั่งผลิตเป็นส่วนมาก   

สำหรับการแข่งขันเรือยาวประเพณีเป็นกีฬาไทยที่ได้รับความนิยมในพื้นที่จังหวัดพิจิตร เรือยาวจำลองจึงเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพิจิตร เหมาะสำหรับเป็นของที่ระลึก โดยท่านใดที่สนใจสามารถสอบถามโดยตรงได้ที่  นายนิคม จันทรภักตร์ เบอร์โทร 080-5154474

พิจิตร ปล่อยนักโทษ

วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น. นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 ณ เรือนจำจังหวัดพิจิตร อำเภอเมืองพิจิตร


วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พิจิตรฝนตกชาวนาไถปรับหน้าดินเตรียมพื้นที่ทำนา





พิจิตรชาวนาในพื้นทีสูง นอกเขตชลประทาน เร่งไถนาปรับพื้นที่หน้าดิน  เตรียมพื้นที่ลงมือหว่านปลูกข้าวนาปี
หลังจากมีพายุฝน ฟ้าคะนอง และ ทำให้เกิดฝนตก ในช่วงนี้ ชาวนาในพื้นที่ตำบลบ้านบุ่ง  อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่สูง นอกเขตชลประทาน  และ สามารถปลูกข้าวปีละครั้ง  ต้องเร่งนำรถไถ เครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อมาไถนาเพื่อเปิดหน้าดิน หรือที่เรียกว่าไถดะ ตามภาษาท้องถิ่น  เป็นการเตรียมความพร้อมในการทำนา   โดยชาวนา ส่วนใหญ่ ได้แต่เตรียมดิน ยังไม่ลงมือหว่านข้าว เนื่องจากรอให้ปริมาณฝนที่ตกลงมา มีปริมาณมากกว่านี้  เป็นการลดความเสี่ยงต่อการความเสียหายจากภัยแล้ง
นายนิรุต สุขประเสริฐ  ชาวนา ระบุว่า หลังเริ่มมีฝนตกลงมา ชาวนาต่างเริ่มเตรียมหน้าดิน เพื่อให้ดินได้คุณภาพ ในการลงมือปลูกข้าวนาปี โดยในส่วนการหว่านเมล็ดข้าว ชาวนาต้องอาศัย ข้อมูล จากกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อในการลงมือหว่านข้าว เพื่อไม่ให้เมล็ดเสียหายจากฝนที่ทิ้งช่วง

สำหรับการทำนาโดยเลือกที่จะทำนาปี โดยการพึ่งพาน้ำฝนเป็นน้ำต้นทุน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ชาวนาในพื้นที่พิจิตร โดยเฉพาะพื้นที่สูงที่อยู่นอกเขตชลประทาน ต่างนำมาปรับใช้เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการสูบน้ำขึ้นมาเพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าว หันมาใช้วิธีทำนาแบบพึ่งพาน้ำต้นทุนจากน้ำฝนเป็นหลัก   





วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พิจิตร: กวาดล้างเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ 8 ราย พร้อมของกลาง 59 รายการ



         ชุดเฉพาะกิจของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ได้สนธิกำลัง 2 ฝ่าย ประกอบด้วย (1) ชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร นำโดย พ.ต.ท.กฤติกร ปานผล รอง ผกก.ป.สภ.โพธิ์ประทับช้าง ภ.จว.พิจิตร (2) เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร กกล.รส.จว.พจ. นำโดย ส.ต.ดนุพงษ์ ช่างกัณฑา , พล.อส.ปวรุตม์ เอี่ยมเนตร ชป.สห. ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ


          หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ในพื้นที่อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร โดยผู้ปล่อยเงินกู้ มีพฤติกรรมเข้ามาเก็บเงินโดยใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (ไม่ทราบยี่ห้อ สี รุ่นและหมายเลขป้ายทะเบียน) ลงพื้นที่เป็นประจำทุกวัน โดยนัดพบเพื่อเก็บเงินบริเวณร้านขายอาหารตามสั่ง ฝั่งตรงข้าม ธกส. สาขาดงเจริญ ตำบลวังงิ้วใต้ อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร


             ภายหลังจากได้รับเรื่องแล้ว ชุดเฉพาะกิจของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าว และสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ จำนวน 4 กลุ่ม 8 ราย พร้อมทั้งตรวจยึดของกลาง โดยเป็นเงินสดรวม จำนวน 59,710 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 13 เครื่อง รถยนต์เก๋ง จำนวน 3 คัน รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน และของกลางอื่นๆ รวม 59 รายการ


            โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ และทำการจับกุมควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดงเจริญ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.





ปมฆ่าโหด เมียนมา ซัดมีเพื่อนเพิ่มร่วมลงมือ เหตุสุดทน


        จากกรณีพบศพนายอูเหม่าอู อายุ 35 ปี แรงงานชาวเมียนมา ถูกคนร้ายแทงที่บริเวณหน้าอกนอนเสียชีวิตอยู่กลางป่าอ้อย หมู่ 7 ต.เนินสว่าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา



สภาพศพนายอูเหม่าอู อายุ 35 ปี 

ความคืบหน้าคดี พ.ต.อ.ชูศักดิ์  แจ่มฟ้า ผกก.สภ.โพธิ์ประทับช้าง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย  นายเรน   นายจอ  นายอาว และนายซูริน ซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมา  มารับจ้างทำไร่อ้อย  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองปราบปราม  ตำรวจ สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร และฝ่ายปกครอง จับกุมได้ในพื้นที่ หมู่ 10 ต.วังแขม   อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความชำนาญด้านภาษาเมียรมาเป็นคนสื่อสาร
นายซูริน เสื้อสีเขียว แขนยาว
ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
จากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามคำให้การของผู้กระทำความผิด ทราบว่า ทั้งหมดเป็นคนงานไร่อ้อยวันเกิดเหตุผู้ก่อเหตุทั้งหมด 4 ราย นั่งดื่มสุรากับผู้ตายอยู่ในบ้านพักคนงาน จากนั้นได้ชาวกันเดินทางกลับบ้านพักอีกแห่งหนึ่งโดยการเดินเท้าระยะทางห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะพูดคุย ผู้ก่อเหตุให้การว่า "ผู้ตายขอหลับนอนกับภรรยาของนายซูริน  ทำให้นายซูรินเกิดโมโห คว้ากรรไกร ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับทำงานแทงที่บริเวณลำตัวของผู้ตาย แต่ผู้ตายซึ่งเป็นคนรูปร่างใหญ่พยายามวิ่งหลบหนี ทั้ง 4 คน จึงวิ่งไล่ตาม จนเมื่อผู้ตายล้มลง ผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนผลัดเปลี่ยนกันใช้กรรไกรจ้วงแทงที่บริเวณหน้าอกของผู้ตายจนเสียชีวิต  จากนั้นได้นำศพของผู้ตายไปซ่อนไว้ข้างต้นไม้"   นายเรน นายจอ  นายอาว 3 คน ได้หลบหนีและถูกจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร  ส่วนนายซูริน   ซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นก่อเหตุหลังก่อเหตุทำทีเป็นพลเมืองดีให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยังทำงานตามปกติ แต่ก็ถูกจับกุมได้ในที่สุดหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลคำให้การจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่หลบหนีว่า นายซูรินมีส่วนสำคัญในการก่อเหตุครั้งนี้





บริเวณที่พบศพ
           นายซูริน ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เหตุผลของการก่อเหตุเนื่องจากผู้ตายขอหลับนอนกับภรรยาของตนจึงโมโหและก่อเหตุรุมฆ่านายเมาจนเสียชีวิตดังกล่าวขึ้น หลังก่อเหตุตั้งใจจะมอบตัวแต่ก็กลัวและเป็นห่วงภรรยายที่ต้องอยู่คนเดียว จึงทำใจดีสู้เสือ แกล้งทำเป็นว่าไม่ทราบเรื่องการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ทำทีเป็นพลเมืองดีให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ถูกซัดทอดจากเพื่อพม่า ที่ตำรวจจับกุมได้ก่อนหน้านี้ และถูกจับกุมได้ในที่สุด ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะรับความผิดที่กระทำในครั้งนี้หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  เป็นต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และทำงานในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต





จับกุม 3 ผู้ต้องหาที่หลบหนี

นายอูเหม่าอู อายุ 35 ปี แรงงานเมียนมา ผู้เสียชีวิต