รายการถ่ายทอดสด



เทปบันทึกรายการ : ผ่านทาง YouTube

ข่าวเด่น ในรอบ 7 วัน

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564

พิจิตรถนนพังจากน้ำท่วมนานเสียหายกว่า 20 ล้านบาท

 


พิจิตรความเสียหายหลังน้ำท่วมนาน ถนนสายหลักทั้งคอนกรีต ถนนเพื่อการเกษตรถูกน้ำท่วมชำรุดเสียหายมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

พิจิตรนายเดช์วิทย์ สิงห์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์ประทับช้าง ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนคอนกรีตซึ่งเป็นถนนสายหลักในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเสียหายจากอุทกภัยน้ำแม่น้ำยมล้นตลิ่งเข้าท่วมยาวนานกว่า 3 เดือน หลังสถานการณ์คลี่คลายสร้างความเสียหายกระแสน้ำได้กัดเซาะผิวถนนคอนกรีตที่สร้างมากว่า 20 ปี เสียหายทรุดตัว แตกเป็นร่องลึก เสี่ยงอันตรายกับประชาชนที่สัญจร ส่วนถนนที่เป็นถนนดินลูกรังที่ใช้เดินทางเพื่อการเกษตรน้ำได้ตัดขาดจนไม่สามารถสัญจรได้ เบื้องต้นพบถนนลาดยางเสียหาย 1 เส้น ถนนคอนกรีต 4 เส้น ถนนดินลูกรัง 15 เส้น มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท 

นายเดช์วิทย์ สิงห์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์ประทับช้าง ระบุว่า “จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะคลี่คลายจนใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแต่ผลกระทบเนื่องจากน้ำที่ท่วมยาวนานกว่า 3 เดือนส่งผลให้สร้างความเสียหายถนนสายหลักในพื้นที่เขตเทศบาล โดยเฉพาะถนนคอนกรีตที่สร้างมากว่า 20 ปี ได้รับความเสียหายจำนวนมากจนเสี่ยงอันตรายกับประชาชนที่สัญจร การแก้ปัญหาเบื้องต้นเทศบาลโพธิ์ประทับช้างจะเร่งทำการซ่อมแซม เบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรชั่วคราวและจะได้ประสานงาน เพื่อรับการอุดหนุนงบประมาณในการก่อสร้างทดแทนต่อไป

/////////////


วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พิจิตรน้ำท่วมนานเหลาเบ็ดจำหน่ายสร้างรายได้

 


พิจิตรน้ำท่วมนานกว่า 2 เดือน พลิกวิกฤติทำเบ็ดอุปกรณ์จับสัตว์น้ำสร้างรายได้ในช่วงประสพอุทกภัย

พิจิตรสถานการณ์อุทกภัยน้ำพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยมในเขตตำบลวังจิก ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง น้ำยังท่วมขังบริเวณทุ่งนาและพื้นที่ลุ่มต่ำระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงแต่ก็เป็นไปอย่างช้าๆ ประชาชนในพื้นที่พลิกวิกฤติเป็นโอกาสทำคันเบ็ดจากไม้ไผ่จำหน่ายสร้างรายได้ โดยชาวบ้านจะตัดไม้ไผ่ที่มีอยู่ตามธรรมชาตินำมาเหลาเป็นคันเบ็ด และซื้อเชือก ตัวเบ็ด จากร้านค้ามาประกอบที่ชาวบ้านเรียกว่าเข้ากระตรุดเบ็ดจากนั้นจะผูกติดกับคันเบ็ด ขายส่งให้กับร้านค้าคันละ 2 บาท และขายปลีกให้กับชาวบ้านที่สนใจคันละ 3 – 5 บาท ตามขนาดของเบ็ด วันนึ่งสามารถทำคันเบ็ดได้ 50 ถึง 100 คัน สร้างรายเสริมในช่วงน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี


นายหวั่น เถาวัลย์ ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ทำคันเบ็ดเพื่อขายส่งให้กับพ่อค้าที่สั่งคันเบ็ดไปเพื่อจำหน่าย โดยขายส่งคันละ 2 บาท ต้นทุนแทบจะไม่มีเนื่องจากไม่ไผ่จะตัดจากกอไม่ไผ่ในหมู่บ้าน จะมีที่ต้องซื้อก็จะเป็นเบ็ด กล่องละ 35 บาท มี 100 ตัว และเชือกซึ่งราคาก็ไม่แพง สิ่งที่จะต้องลงทุน คือ แรงที่ต้องลงแรงในการทำ ใช้เวลา 3 ถึง 4 วัน สามารถทำคันเบ็ดได้ 300 คัน จำหน่ายให้กับพ่อค้า หรือ ชาวบ้านที่สนใจนำไปปักเพื่อจับสัตว์น้ำ เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งในช่วงฤดูน้ำหลากได้เป็นอย่างดี


/////////////


วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

พระพันปีหลวง พระราชทานชุดทางการแพทย์ ให้โรงพยาบาลพิจิติร

 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ชุด PAPR ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 


ที่โรงพยาบาลพิจิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ชุด PAPR รุ่น Easy Clean จำนวน 456 ชุดให้แก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 76 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพ และประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) 


โดยทางจังหวัดพิจิตร  นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อม นายกมล กัญญาประสิทธิ์นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร  ได้ประกอบพิธีการรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ชุด PAPR  ให้กับ โรงพยาบาลพิจิตร ได้รับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 6 ชุด ยังความปลื้มปิติและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงมีความห่วงใยในความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกทั้งยังเป็นขวัญและกำลังใจแก่คนพิจิตรตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพิจิตรอีกด้วย


สำหรับจังหวัดพิจิตร พบผู้ป่วย จากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ของ สะสม จำนวน  191 ราย รักษาหาย แล้ว 150 ราย อยู่ระหว่างรักษา 38 ราย และ เสียชีวิตสะสม  3  ราย


วันพุธที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564

พิจิตรแอร์บัสและเดินเท้าฉีดยาฆ่าเชื้อกันโควิด19


พิจิตรอำเภอโพธิ์ประทับช้างนำแอร์บัสและเครื่องพ่นเดินเท้าฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อย่านเศรษฐกิจ ป้องกันโควิด-19 ในพื้นที่สีเขียวของจังหวัดพิจิตร สร้างความมั่นใจในการค้าขายขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนในช่วงโควิดระบาดหนัก ขณะที่ยอดผู้ป่วยสะสม จำนวน 50 ราย สั่งคัดกรอง กลุ่มเสี่ยงในหมู่บ้าน ที่พบเชื้อกระจาย 


ที่ตลาดผ่าท่าโพ  ตำบลไผ่ท่าโพ  อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจของอำเภอโพธิ์ประทับช้าง  นายหัฏฐพล  เมฆอาภา  นายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง สาธารณะสุขอำเภอ และเทศบาลตำบลโพธิ์ประทับช้าง ลงพื้นที่นำฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยนำรถแอร์บัสแรงดันสูง ซึ่งเป็นรถที่ใช่ในการเกษตร  และกำลังพลเดินเท้า ลงพื้นที่ฉีดยาฆ่าเชื้อบริเวณตลาดสด ห้างร้านภายในตลาดไผ่ท่าโพ ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอโพธิ์ประทับช้าง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ในพื้นที่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวของจังหวัดพิจิตร ที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และสร้างความมั่นใจของประชาชนในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างๆในพื้นที่ตลาดไผ่ท่าโพเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนในช่วงโควิดระบาดหนักอยู่ในขณะนี้


สำหรับจังหวัดพิจิตร พบผู้ติดเชื้อ โควิด ในช่วงเดือนเมษายน  แล้ว จำนวน 50  ราย  ซึ่งการติดเชื้อทั้งหมด มาจากประชาชน ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดพิจิตร แล้ว ทำการติดเชื้อ กับ คนภายในครอบครัว  ในช่วงสงกรานต์ ขณะที่ทางจังหวัดพิจิตร และ หน่วยงานโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข เตรียมปูพรม ลงคัดกรอง ผู้กลุ่มเสี่ยง ในตำบลหนองโสน (หนอง- สะ -โน่)  อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร หลังพบผู้ติดเชื้อ จำนวน ตำบลเดียว 20 ราย เพื่อลดการแพร่เชื้อ 



วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

พิจิตร ปลูกชะอม เดือนละ 30,000.- ปลูกครั้งเดียวเก็บได้ 10ปี

พิจิตรปลูกชะอมครั้งเดียวเก็บได้สิบปี 

เกษตรกรชาวสวน ปลูกชะอม เก็บยอดจำหน่ายได้เงินทุกวัน เพียงปลุกครั้งเดียว สามารถเก็บยอดจำหน่าย ได้ 10 ปี สร้างรายได้ ทุกวันแม้ช่วงนี้ราคาถูก แต่ก็ยังมีรายได้ 

พิจิตรปลูกชะอมครั้งเดียวเก็บได้สิบปี ต้นสวนชะอม ที่ปลูก อาศัยพื้นที่ว่างเปล่า ตามแนวริมคลองข้าวตอก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลัก ซึ่งการปลูก โดยใช้กิ่งตอนของชะอม ลงปลูกบนแปลงดิน ซึ่งมีระยะห่าง 50 เซนติเมตร หลังจากนั้นต้นชะอม จะแตกกิ่งก้านสาขา จนแตกยอด เก็บจำหน่ายได้ 

ลุงทองหล่อ คำเขียน อายุ 77 ปี เกษตรกรชาวสวนชะอม เล่าว่า เดิมเป็นพื้นที่ว่างเปล่า จึงนำเอาต้นชะอม มาปลูก  ซึ่งเป็นพืช ที่ปลูกง่าย และ ไม่ต้องดูแลรักษามาก เพียงปลูกครั้งเดียว สามารถเก็บยอดจำหน่าย ได้ทุกวัน นานเป็น 10 -20 ปี ซึ่งหากต้นชะอม มีขนาดสูง มาก จะทำการตัดแต่งต้น เพื่อให้ แตกยอดใหม่ ยิ่งในช่วงฤดูฝน ต้นชะอม จะแตกยอดได้มาก และ เก็บจำหน่ายได้ครั้งละมากมากด้วย ในส่วนราคา ช่วงนี้ จะถูกลงหน่อย ในราคากำละ 2-3 บาท แต่ละวัน จะมีรายได้ 100-200 บาท  แต่ในช่วงฤดูหนาว จะมีราคาสูงถึง กำละ 15 -20 บาท ซึ่งจะมีรายได้ ถึง 500 -1000 บาท 

สำหรับชะอม เป็นพืช ที่นิยม นำไปทำอาหาร ได้หลากหลายประเภท  หลังจากที่เกษตรกร ตัดยอดแล้ว จะนำกาบกล้วย มามัดรวมเป็นกำ เพื่อส่งต่อจำหน่ายให้กับพ่อค้า แม่ค้า ที่มารับซื้อถึงหน้าสวน ถึงแม้ ช่วงนี้ จะชะอม มีราคาถูก แต่ ก็ยังทำให้เกษตรกรมีรายได้ ทุกวัน ทดแทนรายได้ จากการทำการเกษตร ในช่วงระหว่างรอการทำนา 


////////////////  

 


วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

แจ้งเตือน : ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชก 7-9 กุมภาพันธ์ นี้



แจ้งเตือนประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดพิจิตร ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชก ระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2564




พิจิตร: โรงงานพลุระเบิด เสียชีวิต 5 ราย

        พิจิตรเสียชีวิตเพิ่มจากโรงพลุระเบิด พิจิตรเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้ เข้าตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 5 ราย ขณะเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 3 บ้านหัวทด ตำบลหนองหญ้าไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นบ้านร้าง โดยสภาพบ้านที่เกิดเหตุ สภาพังเสียหายทั้งหลัง และบริเวณหลังบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นโรงเรือน สำหรับประกอบพลุ มีรอยหลุมลึก 2-3 หลุม คาดว่าจะเป็นแรงระเบิดที่ทำให้เกิดหลุม และมีปลอกเศษเปลือกลูกบอลสำหรับบรรจุดินปืน ตกกระจายเกลื่อนรอบพื้นที่นอกจากนั้น ยังมีบ้านเรือนประชาชนอีก 6 หลังคาเรือน ที่อยู่ใกล้เสียหายทั้งหลัง อีก1 หลังและบางส่วนรวม 6 หลังคาเรือน มีเศษชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจาย รอบพื้นที่รัศมี 200-300 เมตร โดยเหตุการณ์ระเบิด ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย คือ นายศิวกร พรมวิเศษ เจ้าของที่ผลิตพลุ และ คนงาน อีก 3 คน คือ นายสมทรง สุทธิชัง นายเกรียงไกร ท้าวเจริญ และ นายประดิษฐ์ มีคำ และ ล่าสุด มี เด็กชาย อธิวัฒน์ พวงมาลา อายุ 2 ขวบ ที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด ได้ เสียชีวิต ระหว่างเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมเป็น เสียชีวิต 5 ราย ในส่วนผู้สูญหาย รอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้ เข้าตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุ เพื่อทำการเก็บซากผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งตรวจสอบ วัตถุระเบิด ที่ใช้ ประกอบที่ใช้ประกอบ ในการทำระเบิดไล่สัตว์ จนเกิดเหตุระเบิดขึ้น โดยพบถังบรรจุดินระเบิด ภายในที่เกิดเหตุ โดยมรสภาพ แตกฉีก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ เก็บทำการตรวจสอบ วัตถุ ที่ใช้ในการทำระเบิด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบสาเหตุ ของการระเบิดในครั้งนี้ต่อไป 

/////////////// 

ล่าสุด 5 กุมภาพันธ์ 2556 18.00 น.  ตำรวจเรียกภรรยาเจ้าของโรงงานพลุมาทำการสอบสวน ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ก็เรียกภรรยา โรงงานทำระเบิดไล่สัตว์มาทำการสอบสวน โดยเจ้าของโรงงานจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนไม่เกินวันอาทิตย์นี้ ชิ้นส่วนของร่างการมนุษย์ กว่า 20 ชิ้นเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุพยานที่วันนี้ พลตำรวจตรีสาธิต ก้อนแก้ว ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ได้เรียกชุดดรีมทีม ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิสูจน์หลักฐานจากจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตากและ สุโขทัยรวม 6 จังหวัดกว่า 30 นาย มาระดมลงพื้นที่หาวัตถุพยานเพื่อเป็นหลักฐานถึงสาเหตุของโรงงานระเบิดปิงปองระเบิดในครั้งนี้ พร้อมทั้งการเรียกประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์โดยพบจุดที่ระเบิดก่อนหลังจำนวน 7 จุด สารประกอบในการทำระเบิดปิงปอง วัตถุพยานอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกหลายสิบรายการ โดยเฉพาะชิ้นส่วนมนุษย์ กว่า 20 ชิ้น ที่จะทำการส่งไปพิสูจน์ DNA ยืนยันอัตลักษณ์บุคคล ในขณะเดียวกันในวันนี้ พนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจภูธรสากเหล็ก ก็ได้เรียกนางชญาดา ท้าวเจริญ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 10 ต พันชลี อำเภอวังทอง จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ซึ่งเป็นภรรยาของนายประเสริฐ พรมวิเศษ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานระเบิดปิงปองและรอดตายอย่างหวุดหวิด ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุนายประเสริฐ ไม่ได้อยู่ภายในโรงงาน มาทำการสอบสวน โดยนางชญาดา เปิดเผยว่า นายประเสริฐ ติดต่อมาหาตนเอง และจะเข้ามอบตัวภายในวันอาทิตย์ที่ 7 กพ นี้ ส่วนตัวเองไม่เคยไปที่โรงงานแห่งนี้ ทราบแต่เพียงว่านายประเสริฐ ทำมาประมาณ 1 ปี




 ///////////////////////////////////////////////////

6 กุมภาพันธ์ 2564 พิจิตรเยียวยาเหตุโรงพลุระเบิด 
พิจิตร หลายหน่วยงานเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากโรงพลุเถื่อนระเบิด คาดเบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 6 ราย  เจ้าของโรงพลุ ยังอยู่ระหว่างติดต่อเข้ามอบตัว  และ ต้องสูบเสีย ลูกชาย และ แม่ จากเหตุระเบิดในครั้งนี้ 
ภาพมุมสูง ที่มองเห็นสภาพ ของ บ้านเลขที่  84 หมู่ 3 บ้านหัวทด ตำบลหนองหญ้าไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร  ซึ่งเป็นบ้านร้าง โดยสภาพบ้านที่เกิดเหตุ สภาพพังเสียหายทั้งหลัง และบริเวณหลังบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นโรงเรือน สำหรับประกอบพลุ และบ้านเรือนข้างเคียง จากเหตุระเบิดของโรงประกอบพลุ ลูกบอลไล่สัตว์ ทำให้บ้านเรือนพังเสียหาย ทั้งหลัง จำนวน 4 หลังคาเรือน และ บ้านเรือนบริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบอีก 18 หลังคาเรือน 
โดยนายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อบต หนองหญ้าไทร และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้วางมาตรการเยียวยา ช่วยเหลือประชาชน โดยรอบ ที่เกิดเหตุ โดยมีบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 22 ครัวเรือน ซึ่งมีบ้านเรือนเสียหาย ทั้งหลัง จำนวน 4 หลังคาเรือน จะได้รับเงินช่วยเหลือ จากทางราชการ จำนวน หลังละ 49500 บาท ในส่วนบ้านที่เสียหาย จะทำทำการซ่อมแซม ส่วนที่เสียหาย 
นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ระบุว่า ในส่วนผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์ครั้งมี  เบื้องต้นตามรายงาน  รวม 5  คน  เป็นคนงาน 4 คน และ อีก 1 ราย เป็นเด็กชายวัย 2 ขวบ ที่อยู่ข้างโรงพลุระเบิด และ ผู้สูงอายุ  ที่หายตัวไป คาดว่าจะเสียชีวิต ในโรงประกอบพลุที่ระเบิด เนื่องจาก พบเข็มขัด ของ ผู้สูงอายุ ซึ่งต้องรอพิสูจน์อัตลักษณ์ ต่อไป ในส่วนเจ้าของโรงพลุ เบื้องต้น ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
สำหรับ เหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ คาดจะมีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 คน  เป็นคนงาน จำนวน 4 คน คือ นายศิวกร พรมวิเศษ  นายเกรียงไกร ท้าวเจริญ  นายประดิษฐ์  มีคำ  นางสาวสมทรง สุทธิชัง และ  เด็กชาย อธิวัฒน์ พวงมาลา อายุ 2 ขวบ ที่อาศัยข้างบ้านที่เกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดจนบ้านพังลงมาทับ และ นางจำเนียร พรมวิเศษ  อายุ 82 ปี ที่คาดว่าเสียชีวิต จากการพบเข็มขัดในที่เกิดเหตุ ส่วน นายประเสริฐ พรมวิเศษ เจ้าของโรงพลุที่อยู่ระหว่างติดต่อมอบตัว  ต้องสูญเสีย ลูกชาย คือนายศิวกร พรมวิเศษ  และ มารดา คือนางจำเนียร พรมวิเศษ ที่เสียชีวิต จากเหตุระเบิดในครั้งนี้   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะนำมาทำการสอบสวนหลังจาก เจ้าของโรงพลุเถื่อนเข้ามามอบตัว  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
/////////////

7 กุมภาพันธ์ 2564

พิจิตรสั่งตรวจสอบโรงพลุร้านค้าหวั่นซ้ำรอย 
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ออกคำสั่งให้ทุกอำเภอ ตรวจสอบโรงบรรจุพลุ และ ร้านค้า หวั่นเหตุการณ์ซ้ำรอย ที่พบการสูบเสียชีวิต และ บ้านเรือนประชาชน จากเหตุระเบิดของโรงพลุเถื่อน  
หลังจากที่ เกิดความเสียหาย และ การเสียชีวิต จากเหตุโรงประกอบพลุ ลูกบอลไล่สัตว์ ทำให้บ้านเรือนพังเสียหาย ทั้งหลัง จำนวน 4 หลังคาเรือน และ บ้านเรือนบริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบอีก 18 หลังคาเรือน รวมถึง มีการเสียชีวิต ที่คาดว่า มีจำนวน 6 ราย  จากบ้านเลขที่  84หมู่ 3 บ้านหัวทด ตำบลหนองหญ้าไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ที่ลักลอบเปิดโรงบรรจุพลุ จนเกิดการระเบิดขึ้น เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา   
โดย นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ออกหนังสือคำสั่ง ให้ นายอำเภอ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดพิจิตร ตรวจสอบพื้นที่ โรงบรรจุพลุ ร้านค้า ร้านจำหน่ายดอกไม้ไฟ ทั้งจังหวัดพิจิตร และ ตรวจสอบโรงบรรจุที่ไม่มีใบอนุญาต หากตรวจสอบแล้ว มีความผิดตามระเบียบ ให้ดำเนินการจับกุม เพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ ซ้ำรอย ที่เกิดขึ้น จน ทำให้เกิดการเสียชีวิต และ ความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน 
สำหรับจังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2562 เคยเกิดเหตุการณ์ โรงบรรจุพลุ ระเบิด ใน  พื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร หลังเกิดระเบิด ทำให้โรงเก็บพลุ ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง รวมถึงอุปกรณ์ทำพลุ รถจักรยายนต์ ไหม้เสียหาย  โดยแรงระเบิดของพลุ ทำให้อุปกรณ์ถูกแรงระเบิดเกลื่อนกระจาย  หลังคาที่ทำด้วยสังกะสี ถูกแรงระเบิดของพลุ ปลิวกระจายติดกับกิ่งไม้ โชคดี ระหว่างเกิดระเบิด ไม่มีคนอยู่ในโรงเก็บ จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 

////////////

   


วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ร้านค้าคนละครึ่ง : ธนาคารกรุงไทยเขตพิจิตร ร่วมกับสำนักงานคลังจังหวัดพิจิตร พร้อมให้บริการ



พร้อมให้บริการ ธนาคารกรุงไทยเขตพิจิตร ร่วมกับสำนักงานคลังจังหวัดพิจิตร พร้อมให้บริการรับสมัครร้านค้าที่ประสงค์เข้าโครงการ เราชนะ ณ สำนักงานคลังจังหวัดพิจิตร ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพิจิตร อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เฉพาะวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 และวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. โดยขอให้ร้านค้าจัดเตรียมเอกสารก่อนมาสมัคร ดังนี้
1. แบบฟอร์มใบสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งได้มีการรับรองเอกสารโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยที่ได้รับมอบหมาย (โดยผู้สมัครสามารถติดต่อขอรับเอกสารได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาในเขตพื้นที่จังหวัด) ทุกสาขาในเขตพื้นที่
2. บัตรประชาชนผู้สมัครตัวจริงเท่านั้น
3. โทรศัพท์สมาร์ทโฟน
4. บัญชีธนาคารกรุงไทยเท่านั้นของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ กรณีมีข้อสอบถามกรุณาติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 056-611125 กด 0


วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

พิจิตร : สถานีรถไฟพิจิตร ผ่อนปรนมาตรการเฝ้าระวัง โควิด 19





พิจิตร : เหมืองทองคำพิจิตร 2 ฝั่งยังเห็นต่างหากรัฐบาลให้เปิดเหมืองทอง



หลังจากที่มีกระแสเรื่องของการเปิดเหมืองแร่ทองคำ อัครไมนิ่ง ในพื้นที่รอยต่อจังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ชาวบ้านทั้ง 2 ฝั่งยังเห็นต่าง ที่ต่างมีเหตุผล ทั้งด้านสุขภาพและปัญหาการเงิน


หลังจากที่เกิดกระแสข่าว จะมีการเปิดเหมืองแร่ทองคำ ของบริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด  ซึ่งอยู่พื้นที่รอยต่าระหว่าง จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเพชรบูรณ์  ชาวบ้าน ทั้ง 2 ฟากฝั่งยังเกิดความเห็นต่างกันออกไป  ในขณะที่บริเวณ ทางเข้า บริษัท อัคราไมนิ่ง ซึ่งเป็นส่วนของสำนักงาน ยังคงมีพนักงานบางส่วน ยังคงเดินทางเข้าออกภายใน แต่ในส่วนของเหมือง ไม่มีรถบรรทุกแร่  วิ่งแต่อย่างใด


โดยนายวรากร จำนงค์นาก อดีตกำนัน ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ในส่วนของชาวบ้านก็อยากให้เหมืองทองเปิดทำการเนื่องจากชาวบ้านจะได้มีรายได้ เพราะตอนนี้ ชาวบ้านต้องไปขายแรงงานที่กรุงเทพ แต่ก็ต้องกลับมาอีก เพราะโรคโควิด-19 ระบาด บางแห่งโรงงานก็ปิด ตนจึงอยากให้เหมืองทองเปิดอีกครั้ง ครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกัน


ส่วนเรื่องสารพิษตั้งแต่ตนเองเป็นผู้ใหญ่บ้านเมื่อปี 2537 จนถึงเป็นกำนัน ตนเองยืนยันว่าไม่มีสารพิษแน่นอน  แต่ไม่รู้ว่าไปเอาน้ำที่ไหนมาตรวจ เรื่องของการคัดค้านนี้เกิดขึ้นเพราะชาวบ้านขายที่ไม่ได้เพราะขายราคาแพงเกินไป


ในขณะที่ทางด้าน นางสาวสื่อกัญญา ธีระชาติดำรงค์ อายุ 40 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 209 หมู่ 9 ต เขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เปิดเผบว่า หลังจากที่ทราบข่าว ชาวบ้านก็ไม่อยากให้เปิด เพราะชาวบ้านได้รับประสบการโดยตรงจากการเปิดเหมืองเมื่อครั้งที่ผ่านมา ทีค่ส่งปัญหาของสุขภาพชาวบ้าน และอยากให้รัฐบาลไปดูประวัติที่ผ่านมา ถึงกระบวนการดูแลประชาชน การป้องกันสารพิษรั่วไหล ออกมาจากเหมือง ซึ่งมีผลตรวจที่ค่อนข้าง ชัดเจน และกระบวนการแก้ปัญหาก็ยังไม่สามารถทำได้ กระบวนการดูแลสุขภาพประชาชนก็ยังไม่ดีพอ ชาวบ้านจึงยังไม่อยากให้รัฐบาลเปิดเหมืองแร่ จนกว่า จะมีการแก้ไขปัญหาให้หมดไปเสียก่อน


//////////////////////////////////////////////////////////

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564

พิจิตรบุคลากรทางแพทย์สมัครใจช่วยโควิดสมุทรสาคร



นักรบชุดขาว บุคลากรทางแพทย์พิจิตร จำนวน 8 คน สมัครใจลงพื้นที่ ช่วยโควิดสมุทรสาคร ปฏิบัติงาน ระหว่าง 1-7 กุมภาพันธ์ 2564 ข้าราชการ มอบหลวงพ่อเงิน ช่วยให้ปลอดภัย พร้อมทั้งช่อดอกไม้ ในการปฏิบัติหน้าที่

ที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมหน่วยงานราชการ กระทรวงสาธารณสุข  ทำพิธี ให้กำลังใจ  บุคลากรทางแพทย์พิจิตร หรือที่เรียกว่า นักรบชุดขาว จำนวน 8 คน ที่สมัครใจ เข้าลงพื้นที่ ในการช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีการแพร่ระบาด ของ ไวรัสโควิด 19 ปฏิบัติงาน ระหว่าง 1-7 กุมภาพันธ์ 2564

โดย ในพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ มอบ รูปหล่อ ของ หลวงพ่อเงิน วัดท้ายน้ำ ไว้ให้กับบุคลากร ทางการแพทย์ เพื่อเป็นกำลังใจ ให้ปกป้องรักษา ของบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นตัวแทน ของประชาชน ชาวจังหวัดพิจิตร ในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งร่วมกับหน่วยงานราชการ มอบช่อดอกไม้ให้เป็นขวัญกำลังใจ

นางสาวเสาวลักษณ์ วิชัยรัตย์ ตัวแทนบุคลากรทางแพทย์พิจิตร กล่าวว่า การเดินทางปฏิบัติงานในครั้งนี้ เป็นการสมัครใจ เพื่อช่วยเหลือประชาชน พี่น้องชาวสมุทรสาคร และ แรงงาน ที่ติดเชื้อโควิด เพื่อเป็นการช่วยเหลือ ชาวไทย และ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน  และ จะขอทำหน้าที่เต็มความสามารถ และ ขอให้ประชาชน ช่วยดูแลตนเอง ตามหลักการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ให้บุคลากร ทางการแพทย์ ทำงานให้น้อยลงในช่วงนี้

สำหรับ สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จังหวัดพิจิตรพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดจำนวน 10ราย  เสียชีวิต 1 ราย รักษาหายแล้ว 7 ราย และ กำลังรักษา 2 ราย    ซึ่งทางจังหวัดพิจิตรก็ปฏิบัติการป้องกันเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ซึ่งในรอบ 2 6 วันที่ผ่านมา ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 พิ่มเติมแล้ว 

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563

ขอเตือนผู้สั่งสินค้าออนไลน์…ก็อาจติด COVID-19 ได้

 จะสั่งอาหาร หรือ ของใช้อุปโภค/บริโภค ใดๆก็ตาม ที่ท่านเลี่ยงที่จะออกนอกบ้าน เพราะ เกรงจะติดไวรัส COVID-19 นอกบ้านนั้น ถือว่า เป็นการป้องกันตัวที่ดีวิธีหนึ่ง มิให้เขื้อ COVID-19 กระจาย

แต่ ต้องระวัง อาจมีสารคัดหลั่ง ของผู้ติดเชื้อ COVID-19 ส่งตรงถึงบ้านท่าน โดยมิได้เจตนา บนภาชนะหีบห่ออาหาร หรือ สิ่งของที่สั่งซื้อ

ดังนั้น สินค้าทุกหีบห่อ ที่ส่งมาให้ท่านนั้น เมื่อรับแล้ว ท่าน ต้องรีบฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบนหีบห่อนั้นๆ ก่อนเปิดทุกครั้งด้วย

เพราะ ในประเทศจีน พบว่า พนักงานส่งของบางคนนั้น ติด COVID-19 โดยยังไม่มีอาการมากนัก  แต่ ในระหว่างส่งของ ก็ได้ไอ/จาม ใส่พัสดุที่หีบห่อของที่สั่งซื้อ  จากนั้น ก็นำส่งให้ผู้ซื้อ โดยไม่มีเจตนาแพร่เชื้อ แต่ เชื้อ COVID-19 ก็ตกลงบนหีบห่อที่นำส่งแล้ว

เมื่อผู้ซื้อสินค้าทางออนไลน์…ได้รับพัสดุแล้ว ไม่ได้ฆ่าเชื้อบนหีบห่อที่ส่งมาก่อน  เมื่อมือไปสัมผัสสารคัดหลั่ง บนหีบห่อ (อาหาร/สินค้าที่สั่งซื้อ) ที่คนส่งสินค้า  ที่เผอิญติด COVID-19 มีอาการน้อย พอเริ่มมีอาการมาก ไม่เจตนาไอ/จาม แต่ ก็ไอ/จาม ใส่ของที่นำส่ง (รวมทั้ง ถาดใส่อาหาร ที่ปรุงสุกแล้ว ตามร้านอาหารต่างๆ ก็มีอันตราย ที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่งของเชื้อ. COVID-19 ที่หล่นใส่)

~ พัสดุ หีบห่อ จะเป็นอาหาร หรือ ของใช้ต่างๆ ที่สั่งซื้อทางออนไลน์นั้น อาจปนเปื้อนเชื้อ COVID-19 ได้ อย่าประมาท

ข้อแนะนำ
1. ได้รับหีบห่อ/หรือ พัสดุ ใดๆมาแล้ว ให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ฉีดบนหีบห่อ หรือ พัสดุที่ได้รับในทันที
2. เมื่อใช้มือสัมผัส พัสดุ หรือ หีบห่อ ที่ส่งมาทางพนักงานส่งของ ต้องรีบล้างมือด้วยน้ำสบู่ ไม่น้อยกว่า 20 วินาทีทันที ก่อนที่จะเผลอไปใช้มือจับสิ่งของต่างๆในบ้าน และ ก่อนจะนำมือไปถูกใบหน้า ในการแคะ แกะ เกา ส่วนต่างๆบนใบหน้า
3. อย่าลืม เขื้อ COVID-19 อาจแพร่เข้าบ้านท่าน ที่สั่งสินค้าทางออนไลน์ได้อีกเส้นทางหนึ่ง แม้จะไม่ได้ออกนอกบ้านก็ตาม จนติดเชื้อลุกลาม ไปสู่คนในบ้านของท่าน เป็นเรื่องที่ต้องระวังด้วยนะครับ ประมาทเพียงนิด ต้องไปทุกข์ทรมานในการป่วยเจ็บนานใน รพ.ได้

พิจิตร เตรียมรับมือโควิดระยะที่ 3



จังหวัดพิจิตรเตรียมรับมือโควิดระยะที่ 3 ตั้งศูนย์เฉพาะกิจหน่วยเคลื่อนที่เร็วรับส่งผู้ป่วยและเครื่องฉีดพ่นยาระยะไกล ควบคุมเชื้อโควิดไม่ให้แพร่ระบาด เหมือนการป้องกันไฟป่ารุกลาม
ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร  นายชาติชาย  เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหาร่วนจังหวัดพิจิตร ก็เตรียมอุปกรณ์ควบคุมเชื้อโควิตหากเกิดการระบาดในระยะที่ 3 โดยมีการจัดซื้อเครื่องฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อแบบแบตเตอรี่สะพายหลัง จำนวนกว่า 20 เครื่อง  พร้อมขอความร่วมมือกับเอกชนยืมรถฉีดพ่นฝอยระอองระยะไกลจำนวน 3 คัน ซึ่งเป็นรถที่นำเข้าจากต่างประเทศ สามารถบรรจุน้ำได้ครั้งละ 1000 ลิตร โดยนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ระบุว่า เครื่องฉีดพ่นยา จะใช้ใน 2 ระยะ คือระยะแรกที่ยังไม่พบเชื้อจะทำการฉีดพ่นยาเพื่อเป็นการป้องกัน และฆ่าเชื้อโรคอื่นๆ และจะใช้ในระยะที่ 3 หาพบว่ามีประชาชนติดเชื้อ ก็จะใช้รถฉีดพ่นวงแหวนรอบนอกหมู่บ้านที่พบการติดเชื้อ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อไม่ให้กระจายออกจากหมู่บ้านชุมชนนั้นๆ เหมือนทำแนวป้องกันไฟไหม้ป่า แต่จะไม่เข้าไปฉีดพ่นในจุดที่พบ ซึ่งจะทำให้เชื้อโควิตฟุ้งกระจายตามหลักทางการแพทย์
นอกจากนั้นยังได้เตรียมพร้อม จัดตั้งศูนย์หน่วยเคลื่อที่เร็ว ประกอบด้วยรถกู้ชีพ สำหรับการรับส่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามที่หน่วยงานสาธารณสุขร้องขอ  พร้อมเจ้าหน้าที่ขับรถ เข้าเวรรอแสตนบายรับคำสั่งตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับสถานณ์การของการแพร่ระบาดเชื้อโควิตในขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วย มีเพียงการเฝ้าระวัง เนื่องจากเข้าหลักเกณท์จำนวน 9 ราย โดยทั้งหมดได้รับการตรวจจากคณะแพทย์แล้วไม่พบเชื้อ โควิต-19
////////////////////////////////

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563

พิจิตรแล้งจัดลงทุนสูบน้ำตามบ่อข้างทางเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง

พิจิตรยังแล้งจัดเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งต้องลงทุนนำเครื่องมือการเกษตรเพื่อสูบน้ำตามบ่อหลาข้างทางที่ยังพอมีน้ำหลงเหลืออยู่ขึ้นมาเลี้ยงเป็ดจำนวนกว่า10,000ตัว หลังประสบปัญหาขาดแหล่งน้ำในการเลี้ยง
สถานการณ์ภัยแล้งยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งในพื้นที่จังหวัดพิจิตร  เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไร่ทุ่ง ในพื้นที่ตำบลท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  ต้องลงทุนนำเครื่องมือการเกษตรเพื่อมาสูบน้ำตามบ่อหลาข้างทางที่ยังพอหลงเหลืออยู่ขึ้นมาเพื่อเลี้ยงเป็ด หลังประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง แหล่งน้ำทั้ง แม่น้ำ หนอง คลอง บึง  ประสบปัญหาแห้งขอดจนไม่มีน้ำ ประกอบกับฝนที่ไม่ตกในพื้นที่ส่งผลกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งขาดน้ำในการหล่อเลี้ยงเป็ด จึงต้องยอมลงทุนนำเครื่องมือการเกษตรเพื่อมาสูบน้ำตามบ่อหลาข้างทางที่ยังคงพอมีน้ำหลงเหลืออยู่ให้แก่เป็ดไล่ทุ่งที่เพาะเลี้ยงเอาไว้ขายไข่ในทุ่งนาของเกษตรกรที่ได้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วเพื่อให้เป็ดได้หาอาหารกับรวงข้าวที่ตกหล่นบนผืนนาเพื่อเป็ดที่เลี้ยงไว้จะเจริญเติบโตและออกไข่ที่สมบูรณ์ซึ่งเป็ดไร่ทุ่งกว่า 10,000 ตัว ต่างเล่นน้ำด้วยความสนุกสนานตามสัญชาติญาณของเป็ดที่ชอบเล่นน้ำ

สำหรับการนำเครื่องมือการเกษตรมาสูบน้ำเพื่อเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งเป็นวิธีที่เกษตรกรจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจากเดิม จากการจ่ายค่าน้ำมัน ในการสูบน้ำ ซึ่งแม้ว่าเกษตรกรจะต้องมีรายจ่ายเพิ่มแต่ก็เป็นทางออกเดียวที่เกษตรกรจะสามารถหาน้ำซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเลี้ยงเป็ดเพื่อเป็ดที่เลี้ยงไว้จะเจริญเติบโตและออกไข่ที่สมบูรณ์เป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดให้มีรายได้ในการดำรงชีพและเลี้ยงครอบครัว

พิจิตร เด็กรวมตัวเล่นน้ำคลายร้อนจมน้ำเสียชีวิต

พิจิตร อากาศร้อน เด็ก รวมตัวกัน 5 คน ลงเล่นน้ำในแม่น้ำน่าน คลายร้อน โดยระหว่างที่เล่นน้ำ เกิดตกน้ำ เพื่อนกระโดดเข้าไปช่วย ถูกกระแสน้ำวน หมดแรง จมน้ำเสียชีวิต 1 ราย   
ภาพเหตุการณ์ ของ ชาวบ้าน และ บรรดาเด็ก ที่เกิดความตกใจ หลังจาก กลุ่มเด็กอายุ 10-11 ปี  จำนวน 5 คน ได้ รวมตัวกันเล่นน้ำคลายร้อนในแม่น้ำน่าน   โดยระหว่างเล่นน้ำ เพื่อนที่เล่นน้ำด้วยกันกำลังจะจมน้ำ เพื่อนอีกคน จึงกระโดดไปช่วย แต่ถูกกระแสน้ำวน พยายามว่ายขึ้นฝั่งเกิดหมดแรง  จมน้ำหายไป 1 คน  โดยเหตุเกิดที่ บริเวณ ใต้สะพานแม่น้ำน่าน หมู่ที่ 8 ตำบลหัวดง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  

โดย นายภูวนาท คัชมาตย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลหัวดง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  เล่าว่า บรรดาเด็ก ส่วนใหญ่จะรวมตัวกัน 5 คน ทำกิจกรรม กันบ่อย โดยก่อนเกิดเหตุ ได้รวมตัวกันแอบผู้ปกครองเล่นน้ำ ในแม่น้ำน่าน เพื่อคลายร้อน  ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ได้สอบถาม เด็กที่เล่นน้ำ โดยระหว่างที่เล่นน้ำ เพื่อนอีกคน ชื่อ น้องเกมส์ ได้ตกลงในล่องน้ำลึก แต่พยายามเกาะหินไว้  ซึ่งน้องกันต์ เห็นท่าไม่ดี จึงกระโดดลงไปช่วย แต่ถูกกระแสน้ำพัดไปยังน้ำวน ระหว่างที่ว่ายเข้าฝั่ง  ส่งผลทำให้เด็กชายศิลา วิเชียร์สรรค์ หรือ น้องกันต์ อายุ 10 ปี  จึงหมดแรง จมน้ำ หายต่อหน้าเพื่อนที่เล่นน้ำ  

โดยทางกู้ภัยจากจังหวัดพิจิตร  ได้ประสาน และนักประดาน้ำจาก กู้ภัยสากเหล็ก และ นักประดาน้ำจากกู้ภัย จังหวัดพิษณุโลก กว่า 10 นาย  ได้ ระดมค้นหาร่าง เด็กชาย ศิลา วิเชียร์สรรค์ หรือ น้องกันต์ อายุ 10 ปี ที่จมน้ำ  ซึ่งใช้เวลานาน ครึ่งชั่วโมง  จึงพบร่างของน้องกันต์ ไปติดตอหม้อใต้สะพานเก่า  จึงช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาให้ทางแพทย์ สันสูตรร่าง ก่อนมอบให้ทางญาติ ประกอบพิธีทางสาสนาต่อไป

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563

พิจิตร ตรวจเข้มสถานบันเทิง Covid-19

นายเขม คงสินชัย ปลัดอําเภอ(เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ)รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองพิจิตร นายวิมาน สุขขวัญ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายนิรุตต์ พนมสุข ปลัดอำเภองานอำนวยความเป็นธรรม พร้อมด้วยสมาชิก อส. ร้อย อส.เมืองพิจิตร ที่ 1 ร่วมกับตำรวจภูธร สภ.เมืองพิจิตร ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 2019) จังหวัดพิจิตร ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563 ตามสถานบริการ และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ ซึ่งบางร้านปิดบริการหน้าร้าน ตามมาตรการฯ แล้ว แต่ยังให้บริการผ่าน Food Panda บางร้านยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงให้คำแนะนำและขอความร่วมมือให้ถือปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจิตรต่อไป
         



พิจิตร นำร่องพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส โควิด-19


จังหวัดพิจิตร เร่งปฏิบัติการป้องกันเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 โดยใช้อำเภอตะพานหิน เป็นอำเภอนำร่อง พ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ๆ มีประชาชนไปใช้บริการอยู่กันหนาแน่นเป็นอันดับแรก
 ที่อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ในฐานะประธานชมรมกลุ่มชาวพิจิตรร่วมใจต้านภัยไวรัส โควิด-19 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา รวมตัวกันออกปฏิบัติการป้องการการแพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19 โดยมีการระดมเครื่องพ่นยาทางการเกษตร เกือบ 30 เครื่อง ออกระดมพ่นยาฆ่าเชื้อ โดยใช้น้ำยาซักผ้า 1 ส่วน ผสมกับน้ำเปล่า 99 ส่วน ออกพ่นฆ่าเชื้อในเขตเทศบาลเมืองตะพานหิน จำนวน 16 ชุมชน ซึ่งมีทั้งบริเวณ ตลาดสด ย่านธุรกิจการค้า และสถานีรถไฟ ซึ่งมีประชาชนเดินทางไปใช้บริการจำนวนมาก เพื่อเป็นฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจจะมีประชาชนที่ติดเชื้อมากจากที่อื่น และนำมาแพร่ระบาดในพื้นที่
โดยการนำร่อง ทำความสะอาดเมือง ได้เริ่มที่เขตเทศบาลเมืองตะพานหินเป็นจุดแรกและจะมีการขยายพื้นที่ในการพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่อื่นๆให้ครบทั้ง 12 อำเภอ พร้อมกันนี้ยังได้มีการถือป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ได้ตื่นตัวที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของ ไวรัส โควิด-19  แม้ว่าในขณะนี้จังหวัดพิจิตร จะยังไม่มีการตรวจพบผู้ป่วยจากการติดเชื้อ ไวรัส โควิด-19  ก็ตาม
โดยนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ประธานชมรมกลุ่มชาวพิจิตรร่วมใจต้านภัยไวรัส โควิด-19 เปิดเผยว่า ตนเองได้ร่วมกันปรึกษาหารือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดในการตั้งกลุ่มขึ้นมา เพื่อให้บริหารจัดการง่าย และรวดเร็วกว่าการทำงานในระบบราชการ โดยจะเร่งรณรงค์ทำการพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส โควิด-19 ให้ครบทั้ง 12 อำเภอ
สำหรับล่าสุด สถานการณ์โรคโควิด-19  ของจังหวัดพิจิตร   ขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19   ซึ่งทางจังหวัดพิจิตร โดยต่างเฝ้าระวัง โดยเฉพาะประชาชนที่เดินทางกลับ จาก ประเทศเกาหลี จำนวน 4 ราย ซึ่งมีทีมแพทย์เฝ้าดูอาการ และยังไม่พบความผิดปกติ และ อาการป่วย และ ยังคงให้เจ้าหน้าที่ออกให้ความรู้ เพื่อป้องกันจากโรคโควิด-19 ทั่วทั้งจังหวัดพิจิตร












พิจิตร ทอดผ้าป่าหน้ากากอนามัยแด่พระภิกษุสงฆ์


พิจิตรหน่วยงานข้าราชการประชาชนร่วมกันจัดตั้งกองผ้าป่าหน้ากากอนามัย ถวายแด่แต่พระภิกษุสงฆ์ทั้ง12 อำเภอจำนวน 4,000 ชิ้น เพื่อป้องกันไวรัสโควิค-19 ที่ห้องประชุมหลวงพ่อเพชรวัดท่าหลวงอำเภอเมืองพิจิตรนาย สิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรร่วมกับข้าราชการประชาชน นำหน้ากากอนามัย ตั้งเป็นกองผ้าป่า เพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรทั้ง12อำเภอ จำนวน 3,510 รูปเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย ของไวรัสโควิค-19 โดยหลังจากที่หน้ากากอนามัย ขาดแคลน ทางคณะสงฆ์พิจิตร จึงได้ขอบิณทบาตรับบริจาคจากหน่วยงานราชการและประชาชน โดยหลังจากที่ประชาชนทราบข่าว จึงทำการรวบรวม หน้ากากอนามัย แบบ ผ้า และ แบบตัดเย็บเอง เพื่อจัดตั้งกองผ้าป่าหน้ากากอนามัย เพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 4,000 ผืน โดยมีเจ้าคณะอำเภอของทุกอำเภอเป็นตัวแทนมารับการถวายหน้ากากอนามัย เพื่อนำไปถวายต่อกับพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ในทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดพิจิตร นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจิตร ยังขอความร่วมมือจากพระภิกษุสงฆ์สามเณร งดการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ของการแพร่ระบาด รวมถึงรณรงค์สวมหน้ากากอนามัย ในการประกอบปฏิบัติศาสนกิจ ของสงฆ์ เพื่อป้องกันไวรัสโควิค -19


พิจิตร แต่งชุดไทยสาธิตการล้างมือป้องกันโควิค


สำนักงานวัฒนธรรมพิจิตร ทำวีดิทัศน์ สอนการล้างมือ โดยสวมชุดไทย พร้อมนากากอนามัย สาธิตการล้างมือที่ถูกต้อง ผ่านบทเพลง แปลง เพื่อง่ายต่อการเข้าถึงประชาชน เป็นการป้องกัน การระบาดของโรคโควิค-19

ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และ พนักงาน ของ สำนักงานวัฒนธรรมพิจิตร พร้อมใจกันสวมใส่ ชุดผ้าไทย สไบเฉียง หลากหลายสีสัน   ในการทำสื่อวิดีทัศน์ เพื่อเป็นสื่อการสอน ขั้นตอนวิธีการล้างมือ ทั้ง 7 ขั้นตอน อย่างสะอาด และ ปลอดภัย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันเต้น ประกอบเพลง  ที่แปลงจากเนื้อร้อง ของ เพลงเลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว  มาใส่เนื้อหาของเพลง ที่เกี่ยวกับการป้องกันโรค ไวรัส โควิค 19  โดยใช้สถานที่ บริเวณหน้าสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร เป็นสถานที่ถ่ายทำ เพื่อ จัดเป็นคลิปวิดีโอ เพื่อประชาสัมพันธ์ การล้างมือ อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19